3 ปีกับอีก 362 วัน ในช่วงที่เหลืออีกแค่ 3 วัน ก่อนครบเทอม 4 ปีของสภาในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ถือเป็นหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่มีอายุยาวนานชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยแต่ด้วยเทคนิคทางกฎหมาย เรื่องเงื่อนเวลาในการย้ายพรรค ไฟต์บังคับตามเหลี่ยมเกมการเลือกตั้ง ทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ตัดสินใจกดปุ่มล้มกระดานตามพระราชกฤษฎีกายุบสภา มีผลนับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา และต่อเนื่องด้วยราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นวันเลือกตั้งใหญ่พร้อมกำหนดให้วันที่ 3-7 เมษายน 2566 เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันที่ 4–7 เมษายน 2566 เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และแจ้งบัญชีรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้เป็นความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเวทีเลือกตั้งใหญ่ ศึกเดิมพันอำนาจประเทศไทยเปิดอย่างเป็นทางการก่อนอื่นตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังการยุบสภายังเวลาให้สมาชิกหาพรรคการเมืองสังกัดไม่น้อยกว่า 30 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง ยังมีโอกาสให้วิ่งย้ายพรรคกันอีกอึดใจโค้งสุดท้าย นาทีทอง ยังปั่นราคาประมูลค่าตัวได้แต่นั่นก็แค่ประปราย เพราะส่วนใหญ่ปิดดีลลงล็อกไปหมดแล้ว แนวโน้มแบบที่ป้อมค่ายหลักทำการเปิดหน้าโชว์ตัวผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศอย่างที่เห็นทุกพรรคเน้นเป็นพิเศษคือการเปิดทีมผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ สนามท้าทายกระแสที่แน่ๆผลจากการแบ่งเขตเลือกตั้งเมืองกรุงของ กกต.แบบแยกแขวง ข้ามเขต ทำให้หลายพรรคการเมืองต้องปรับโผ สลับสับเปลี่ยนตัวผู้สมัคร วางแผนเจาะพื้นที่หาเสียงกันใหม่ต่างฝ่ายต่างโวย กกต.เอื้อประโยชน์ให้พรรคนั้น ขั้วนี้ สรุปว่า กระเทือนกันถ้วนหน้า ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันจนเกินไปสนาม กทม.ยังเปิดสำหรับทุกยี่ห้อในการแย่ง ส.ส. 33 เขตเลือกตั้ง มากสุดกว่าทุกจังหวัดและถึงตรงนี้ก็เริ่มแพลมๆชื่อกันแล้ว แนวโน้มเป็นแกนนำเบอร์ต้นๆของแต่ละป้อมค่าย หลายพรรคการเมืองกำลังจัดเรียงผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ โดยเฉพาะโฟกัสไปลำดับที่หนึ่งเพราะนั่นหมายถึงแม่ทัพใหญ่ ตัวจริงเสียงจริงที่สำคัญจะโยงกับ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ในบัญชีพรรคตามกระแสให้น้ำหนักไปที่ทหารเฒ่า 2 ป. จับตา พล.อ.ประยุทธ์จะปักหมุดเป็นเบอร์หนึ่งในบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ เช่นเดียวกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะถูกใส่ชื่อเป็นลำดับหนึ่งในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ค่ายพลังประชารัฐทหารเฒ่าลุ้นเก้าอี้ ส.ส. สวมบทนักเลือกตั้งอาชีพเต็มตัวที่แน่ๆชัวร์แล้วว่า “บิ๊กตู่” จะเป็นหนึ่งเดียวในแคนดิเดตบัญชีนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ เหมือนกับ “บิ๊กป้อม” ที่จะถูกเชิดเดี่ยวในบัญชีนายกฯค่าย พปชร.ตามฟอร์มทหารอาชีพ แม่ทัพใหญ่สุด ไม่เปิดให้ใครเทียบบารมีไหนๆมันก็หนีไม่พ้นภาพเผด็จการสลัดคราบไม่ออกอยู่แล้วแต่ที่ส่อแนวเบ็ดเสร็จในคราบของฝ่ายประชาธิปไตย ก็คือ “เต็งหาม” อย่างค่ายเพื่อไทย ตามสัญญาณคลื่นความถี่สูงจากแดนไกล “ทักษิณ ชินวัตร” โผล่จากหลังฉากในจังหวะสำคัญปล่อยรหัสชัดๆแบบไม่ต้องตีความ ยกก้น ชื่นชม “ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน” อย่าง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เก่งเกินวัย พร้อมขึ้นแท่นนายกฯหญิงได้สบายๆ พร้อมกับอวย “เสี่ยนิด” เศรษฐา ทวีสิน ที่มาฟอร์ม เดียวกับตัวเอง ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ก่อนโดดลงสนามคว้าดาวทางการเมืองตามท้องเรื่อง โปรโมต “อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา” อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯของทีม “นายห้างดูไบ”กองทัพ “นอมินีรุ่น 3” ยี่ห้อ “ทักษิณ” โฟกัสอยู่แค่ 2 ชื่อนี้แต่จะสลับฉาก สับรางกันยังไง ระหว่าง “อุ๊งอิ๊ง–เศรษฐา” ตอนชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นั่นว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง จึงไม่ต้องพูดถึงเบอร์สามในบัญชีแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย แค่ใส่ชื่อไว้ให้เต็มโควตาเท่านั้นในสถานการณ์การเมืองขาขึ้น อ้างอิงตามข้อมูลยืนยัน โดยเฉพาะสำนักมาตรฐานอย่าง “นิด้าโพล” ที่ทำการสำรวจอย่างต่อเนื่อง เน้นตรงตามหลักวิชาการตัวเลขเป็นหลักฐาน พรรคเพื่อไทยยึดแป้นแชมป์แบบทิ้งขาด“อุ๊งอิ๊ง” นอนมา ในฐานะเต็งจ๋าแคนดิเดตนายกฯแม้แต่คนยี่ห้อประชาธิปัตย์อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่จัดอยู่ในระดับ “ตัวพ่อ” ฝ่ายต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” ยังกัดฟัน ทุบโต๊ะฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแตกพรรคเพื่อไทยมีโอกาสสูงสุดในการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งฝั่งตรงข้ามยอมยกธงขาว โพลย้ำตัวเลขทิ้งกันไม่เห็นฝุ่นถ้าเป็นมวยก็แบเบอร์ กรรมการแทบปิดกล่องลงคะแนนล่วงหน้า กองทัพ “นอมินี” เข้าวินใสๆ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ “นายใหญ่” อย่าง “ทักษิณ” จะอยู่ในอาการคึกเกินพิกัดมั่นใจในชัยชนะ มีโอกาสที่จะพลิกขั้วชิงอำนาจกลับมาอยู่ในกำมือเป้าหมายต่อไปก็คือ “เบ่งกล้าม” พองลม โหมยุทธการ “แลนด์สไลด์” กวาด ส.ส.เหมาทั้งแผ่นดินให้ได้เกิน 310 เก้าอี้ การันตีรัฐบาลพรรคเดียวไม่จำเป็นต้องพึ่งบริการใครมาเข้าหุ้นอารมณ์แบบที่ “โทนี่” ไล่ตีกราดดะ ชงลูก ส่งลูก ซัลโวตามน้ำกันในหมู่กุนซือ “นักรบห้องแอร์” ไล่ลูกระนาดตั้งแต่ “เสี่ยเอก” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวขบวนคณะก้าวหน้า ที่โดน “นายใหญ่” ด่าพฤติการณ์เหมือนคนยี่ห้อประชาธิปัตย์เข้าไปทุกทีโทษฐานที่บอสใหญ่ค่ายก้าวไกล พูดลอยลมเป็นนัย ค่ายสีส้มจะไม่มีพฤติการณ์เอ่ยอ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตย โดยการกลับไปเกณฑ์ไพร่พล ส.ส.บ้านใหญ่ที่ฝักใฝ่ย้ายข้างไปรับใช้เผด็จการ กลับมาร่วมทีม เพียงเพื่อให้ได้ชัยชนะในสนามเลือกตั้ง ชิงอำนาจทางการเมืองตามท้องเรื่อง มันเลยทิ่มแทง “ใจดำ” เพราะพรรคเพื่อไทยเพิ่งรับกลุ่มชลบุรีของ “เสี่ยแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม กับก๊วน 2 มิตร บ้านใหญ่สุโขทัยของ “สมศักดิ์ เทพสุทิน–สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” กลับบ้านเก่า เจอ “ธนาธร” ซัดกระโดงคางแบบตรงเป้า เขย่าฐานกองเชียร์ของสีส้มกับสีแดงที่ทับซ้อนกัน“ทักษิณ” เลยจัดการ “คัตเอาต์” ตัดพรรคก้าวไกลออกจากแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตย ใส่กันแรงๆแบบไม่ไว้ไมตรี ไม่จำเป็นต้องกอดคอพึ่งพากันอีกต่อไปอารมณ์เดียวกันเลยกับแนวร่วมฝ่ายตรงข้ามอย่าง “บิ๊กบราเธอร์” หะแรกเห็นได้เลยว่า ยั้งมือไว้ไมตรี ตามกระแสดีลข้ามขั้ว ฮั้วข้ามค่ายแต่ล่าสุด “บิ๊กป้อม” กลายเป็นของเล่น “ทักษิณ” อำกันสนุกปากอาการแบบที่ “นายใหญ่” ไล่ให้ พล.อ.ประวิตร กลับไปเลี้ยงหลานอยู่บ้าน อย่ามาหวังลุ้นแย่งเก้าอี้นายกฯกับพรรคเพื่อไทย ในสภาพที่เป็นได้แค่นายกฯ ยกขึ้น ยกลง เวทีปราศรัยด้อยค่ากันแรงๆแสดงออกให้เห็นเลยว่า ไม่จำเป็นต้องพึ่ง “บิ๊กป้อม” ถือตั๋วพาทีม “นอมินี” ดูไบ ฝ่าด่านความมั่นคง เพราะลำพังกองทัพเพื่อไทยแลนด์สไลด์เหมา ส.ส.ทั้งแผ่นดิน ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าขวาง“นายห้างดูไบ” พกความมั่นใจมาเต็ม “ทักษิณ” คนเดิมกลับมาอีกคำรบแนวโน้มกระตุกต่อมผวา อาการขนหัวลุกในหมู่ขั้วตรงข้าม ตามสัญญาณอันตราย ยุทธการไล่เช็กบิล เกมเอาคืนขบวนการโค่นอำนาจกำลังตั้งเค้าทะมึนข้างหน้าและแน่นอน จมูกไวกว่าใครก็ต้องยกให้ “2 น.ตัวเกรียน”อาการแบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าค่ายภูมิใจไทย ต้องวิ่งรอก ทั้งนำขบวนแกนนำค่ายเซราะกราว ตั้งโต๊ะกินข้าวกับ “บิ๊กป้อม” เดี๋ยวก็มุดเข้าทำเนียบฯ กอดเอว เบิร์ธเดย์อวยพรวันเกิด “บิ๊กตู่”ตามฟอร์มการเมืองตื้นที่อ่านไต๋กันได้ และก็เฉลยกันชัดๆแบบที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ระบุ บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร “เสี่ยหนู” ยืนยัน ระหว่าง “บิ๊กตู่” กับ “บิ๊กป้อม” ใครได้คะแนนมากกว่า ก็พร้อมหนุนคนนั้นชิงแท่นนายกรัฐมนตรีเกมนี้ก็ชัด เป็นยุทธการจับมือมัดข้าวต้ม ล็อกขั้วรัฐบาลเดิมเหตุก็น่าจะมาจาก 3 ป. กับ 2 น.ได้เห็นอาการฮึกเหิมของ “นายใหญ่” พากันผวา ขืนกองทัพนอมินีเพื่อไทยยึดอำนาจคืนกลับไปอยู่ในกำมือได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แน่นอนต้องไม่ละเว้นทั้งก๊วนทหารเฒ่าและอดีตลูกน้องเก่าที่ทรยศหักหลัง โดนลากคอเชือดรายตัวแน่ไฟต์บังคับ งานนี้ไม่ว่าจะหักเหลี่ยม ขัดขากันยังไงขั้วรัฐบาล 3 ป. เดิมก็ต้องกอดคอสู้ ร้ายสุดก็โดนสังหารหมู่ ไม่ตายเดี่ยว“ทักษิณ” เหมากินรวบ ใครก็เสียว หนาวสุดขั้วกันถ้วนหน้า.“ทีมการเมือง”