“จุรินทร์” ผุดนโยบายอีก 8 ด้าน ชุดที่ 2 เน็ตฟรี-เรียนฟรีถึง ป.ตรี-ตรวจสุขภาพฟรี-ชมรมผู้สูงอายุรับ 3 หมื่น-เอสเอ็มอีมีแต้มต่อ-เกษตรแปลงใหญ่-อัดฉีด อกม. “อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา” กราบหลวงพ่อเพชรพิจิตร เอาฤกษ์เอาชัยก่อนขึ้นปราศรัยเวทีแรก “เศรษฐา” น้อมรับคำเตือน รับระแวงคำขู่ ยันจะทำเพื่อประเทศ-ประชาชน “ชลน่าน” ประกาศลั่นได้ 310 เสียงไม่จับมือ “ลุงป้อม” ตั้งนายกฯ เป็นรัฐบาลพรรคเดียว “วันชัย” ปรามาส “เศรษฐา” คิดแบบนักธุรกิจระวังจบไม่สวย “บิ๊กตู่” คุยให้ความสำคัญภาคใต้มากสุด “นิโรธ” ทิ้ง “ลุงป้อม” ซบอก “ลุงตู่” “ไพบูลย์” บอกรู้อยู่แล้วไม่เกินคาด “พิธา” เชิดหนังตะลุงโชว์อ้อนขอปักธงที่กระบี่ ป.ป.ช.แจ้งข้อหา “ชายหมู” ฮั้วประมูลสายสีเขียว พ่วงเอาผิด “คีรี” ลักไก่ต่อสัญญา 1.9แสนล. “ตะวัน-แบม” เลิกอดอาหารศึกเลือกตั้งรอบนี้ ชี้เป็นชี้ตายอนาคตการเมืองของหลายคน ทำให้นักการเมืองและแต่ละพรรคการเมืองทุ่มเททุกวิถีทาง เพื่อดึงคะแนนนิยม ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมเปิดอีก 8 นโยบายชุดที่สอง หวังครองใจกลุ่มฐานเสียง“จุรินทร์” ผุดอีก 8 นโยบายตีปี๊บเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายนิพนธ์ บุญญามณี นายอลงกรณ์ พลบุตร นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กรรมการนโยบาย ร่วมแถลงเปิด 8 นโยบาย ชุดที่ 2 เพื่อใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ตามยุทธศาสตร์สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ นายจุรินทร์กล่าวว่า 8 นโยบายใหม่ ประกอบด้วย 1.อินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน หมู่บ้านหมายรวมถึงชุมชนในเขตเมือง เขตเทศบาล หน่วยการปกครองท้องถิ่น และชุมชนใน กทม. 2.เรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ เรียนจบแล้วมีงานทำได้ทันที 3.ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว ชู SME ต่อยอดธุรกิจสู้ทุนใหญ่นายจุรินทร์กล่าวว่า 4.ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ปัจจุบันมีจดทะเบียนราว 30,000 ชมรม สนับสนุนให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ 5.SME ต้องมีแต้มต่อ 3 แสนล้าน เพราะเป็นตัวจักรสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากประเทศ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ปัจจุบันมีอยู่ราว 3,200,000 ราย ก่อให้เกิดการจ้างงานถึง 12.6 ล้านคน แข่งกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ พร้อมได้สิทธิ์เข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยรัฐบาลสนับสนุน 6.ปลดล็อก กบข. และกองทุนเลี้ยงชีพ ให้ซื้อบ้านได้ 7.3 ล้านบาท ต่อยอดเกษตรแปลงใหญ่ ปัจจุบันมีอยู่ราว 10,000 แปลง มีเกษตรกรเข้าร่วม 5 แสนราย ในพื้นที่กว่า 8 ล้านไร่ เป็นเป้าหมายสำคัญที่จะพัฒนาการเกษตรไทย และ 8.ค่าตอบแทนอาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน (อกม.) 1,000 บาทต่อเดือน ช่วยให้กระทรวงเกษตรฯมีอาสาสมัครไปช่วยดูข้อมูล และประสานงานลึกลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ครัวเรือน“จ้อน” ฟุ้งปั้นมหาอำนาจอาหารนายอลงกรณ์กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเรามี อกม.ถึง 76,000 คน ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ทำหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหา และช่วยติดตามแนวนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของกระทรวงเกษตรฯ การให้ค่าตอบแทนนี้จะก่อให้เกิดผลผลิตทางเศรษฐศาสตร์ ไม่น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 1 ล้านล้านบาท ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรอาหารได้ถึง 1.2 ล้านล้านบาท จะทำให้ไทยก้าวเข้าสู่ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรด้านอาหาร อันดับที่ 13 ของโลก โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นมหาอำนาจทางอาหารของโลกต่อไปทีม กทม.เพิ่มปอดให้คนกรุงด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาค กทม. พร้อม น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. อาทิ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ นายอภิมุข ฉันทวานิช น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นายจักรวี วิสุทธิผล น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ ร่วมพบปะพูดคุยกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และร่วมออกกำลังกายกับประชาชนในสวนสุขภาพ ภายใน สมาคมแต้จิ๋วฯ อาทิ รำไท้เก๊ก แบดมินตัน ฮูลาฮูป ฯลฯ น.ส.วทันยากล่าวว่า สวนนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับรัฐ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาใช้ แต่โดยภาพรวมพื้นที่ใน กทม.ยังคงแออัด พื้นที่สีเขียวที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลก ที่เฉลี่ย 6.1 ตร.ม./คน และยังมีประชากรแฝง ทำให้ความเป็นจริงของพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานมาก พรรคจึงมีแนวทางเพิ่มพื้นที่สีเขียว หรือปอดของคนเมืองเพื่อลดฝุ่น ลดอุณหภูมิโลก และเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมสันทนาการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น“อิ๊ง–เศรษฐา” กราบหลวงพ่อเพชรเวลา 15.30 น. ที่วัดท่าหลวง อ.เมืองพิจิตร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.พิจิตร พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ได้แก่ นายภูดิท อินสุวรรณ์ นายปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร และนายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ ร่วมสักการะหลวงพ่อเพชร เอาฤกษ์เอาชัยก่อนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่เวทีปราศรัยวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร มีประชาชนจำนวนหนึ่งสวมเสื้อแดงรอมอบดอกไม้ให้กำลังใจ น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้จะแนะนำนายเศรษฐาให้ประชาชนได้เห็น เป็นครั้งแรกที่ได้มาปราศรัยร่วมกับพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพื้นที่ จ.พิจิตร เป็นของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 3 เขต จะทำให้แลนด์สไลด์ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า มั่นใจมากด้วยนโยบายของเรา และว่าที่ผู้สมัครที่ทำงานกันหนักป้อง “พ่อ–อาปู” ทำดีถึงทุกวันนี้เมื่อถามถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ออกมาเตือนนายเศรษฐา ระวังจะเป็นเหมือนอดีตนายกฯนักธุรกิจ น.ส.แพทองธารตอบว่า “สิ่งที่อิ๊งเห็นคือคุณพ่อคุณอาทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมากมาย การที่เราขึ้นเวที และพูดถึงนโยบายเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังใช้ได้อยู่ เพียงแต่เพิ่มเรื่องเทคโนโลยีเข้ามา นั่นคือบทพิสูจน์ ว่าประชาชนได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากคุณพ่อ คุณอา ที่เป็นนักธุรกิจมาก่อน เป็นมุมมองของคนก็ต้องรับฟัง”“เศรษฐา” ระแวงคำขู่ “ชูวิทย์”ขณะที่นายเศรษฐากล่าวเสริมว่า ถือเป็นคำเตือนขอน้อมรับ แต่ก็พยายามสลัดภาพตัวเองออกจากนักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลางานโดยไม่รับผลตอบแทน และโอนหุ้นให้บุตร เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนระยะยาวขอให้ดูกันต่อไป และจะไม่ลืมปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเอาบ้านเมืองเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เมื่อถามนายวันชัยยังเตือนว่าจะเหมือนนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องออกนอกประเทศ นายเศรษฐาตอบว่า “ขอให้ดูไป ระยะเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้น หลายเรื่องเป็นเรื่องของการรัฐประหาร เราเองก็ต้องดูกันไป ผมเพิ่งเข้ามายังไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่ประธานที่ปรึกษาฯคงต้องเป็นขั้นเป็นตอนไปเมื่อถามถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาขู่ต่อเนื่อง นายเศรษฐาตอบว่า คงไม่มีอะไร น้อมรับ ไม่ได้กังวลอะไร รู้จักกัน เตือนมาก็ยินดีรับไว้ เมื่อถามว่ากลัวถูกขุดคุ้ยประวัติหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า การก้าวมาเล่นการเมืองจากการเป็นนักธุรกิจจะบอกไม่กลัวอะไรเลยก็ไม่ใช่ ยอมรับว่ามีความหวาดระแวง แต่ที่กลัวมากที่สุดคือไม่สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ และการลงพื้นที่วันนี้การมาพบปะประชาชนรวมถึงผู้สมัคร ส.ส. น่าจะเป็นบันไดขั้นหนึ่งให้เรามีสิทธิเข้าไปบริหารบ้านเมือง หวังว่าพี่น้องพิจิตรคงจะยกทั้ง 3 เขตให้พรรคเพื่อไทย“ชลน่าน” ลั่นไม่จับมือ “ลุงป้อม”กระทั่งเวลา 17.00 น. ที่เวทีปราศรัยวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยว่า วันนี้เราต้องชูธง ปักชัย เพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน 310 เสียง ถ้าเราไม่ได้ 310 พี่น้องชาวพิจิตรจะต้องอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปอีก 4 ปี ตอนแรกเราต้องการ 250 เสียงเพื่อชนะ ส.ว.ก่อน แต่จากการลงพื้นที่ประชาชนให้มาเกิน 250 เสียงแล้ว เมื่อมีคนออกมาบอกว่าพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 270 เสียงก็จะดัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ถ้าเราไม่ได้คะแนนจากพี่น้องชาวพิจิตร เสียง 310 อาจเป็นไปไม่ได้เลย ต้องมาขอคำมั่นสัญญาจากพี่น้องชาวพิจิตรจะเลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ มีคนออกมาตั้งข้อสังเกต หลังเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ยืนยันหลังการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะไม่จับมือกับ “ลุงป้อม” (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จะได้นายกฯจากประชาชน และเราจะผลักดันนโยบายที่ประกาศไว้ “อิ๊ง” ขอให้มั่นใจในตัว “เศรษฐา”น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเจอคนพิจิตรด้วยตัวเอง พอบอกมาพิจิตรจึงต้องมา ถ้าพิจิตรแลนด์สไลด์นายกฯมาจากเพื่อไทยแน่นอน พิจิตรมีปัญหามากมาย ด้านการเกษตร เราจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรดียกแผง ข้าวราคาดี ปุ๋ยต้องถูกลง พรรคเพื่อไทยจะมีนโยบายใช้เทคโนโลยีมาช่วยประชาชน จะทำให้ประชาชนมีที่ดินทำกินอย่างเท่าเทียมกัน ขอฝากผู้สมัครทั้ง 3 เขต ของ จ.พิจิตร ให้แลนด์สไลด์เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค และพิเศษที่สุดที่พิจิตร ขอแนะนำนายเศรษฐาที่เป็นประธานที่ปรึกษาของพรรคและอยู่ในทีมเศรษฐกิจ มั่นใจได้เลยว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นแน่นอนถึงเวลาทำเพื่อบ้านเมืองนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยเป็นเวทีแรกว่า ขอบคุณน.ส.แพทองธารที่ให้โอกาสมาพบประชาชน รู้สึกเป็นเกียรติ อบอุ่น และซึ้งใจมาก ตนมีหัวใจประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่เอาเผด็จการ ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย วันนี้ถึงเวลาแล้วในฐานะนักธุรกิจที่สะสมประสบการณ์มา 30 ปี ต้องก้าวออกจากวงการธุรกิจ ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง 8 ปีที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาที่ยาวมาก เราสูญเสียโอกาสไปมาก รายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม ปัญหายาเสพติดมาก มองไม่เห็นอนาคตลูกหลาน คนแก่คนเฒ่ามีเงินเก็บไม่พอเลี้ยงดูตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรีได้ในสังคมประเทศไทยเคยเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย วันนี้เราถดถอยไปขนาดไหน เราไม่มีเวทียืนบนเวทีโลก ผู้นำไม่เคยไปเปิดตลาดสินค้าใหม่ๆ 8 ปี พอแล้ว อีกไม่กี่เดือนเราจะมีวันสำคัญยิ่ง คือวันเลือกตั้ง ถ้าเราไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ 8 ปี ถึงเวลาเข้าคูหากาเพื่อไทยทั้ง 2 เบอร์ ไม่มีปันใจให้คนอื่น เพราะถ้ามีพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลจะไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เราคิดมาและจะไม่สามารถทำได้กับสิ่งที่เราสัญญาไว้ ตนและเพื่อนๆไม่อยากกลับมาอีกแล้ว ที่ผ่านมาทั้งไทยรักไทย พลังประชาชน ใช้นโยบายนำ วันนี้เพื่อไทยใช้นโยบายคิดใหญ่ทำเป็น อยากเห็นประเทศชาติมีอนาคตที่สดใส จึงขอแลนด์สไลด์หยอด 17 มี.ค. ปล่อยอีกชุดใหญ่นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันที่ 17 มี.ค.นี้ ขอให้ประชาชนรอฟัง พรรคเพื่อไทยจะเปิดนโยบายชุดใหญ่ๆ จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอกแตกตาย ส่วนแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยจะเปิดวันไหน ต้องรอหัวหน้าพรรคเป็นผู้ประกาศ แต่ที่สื่อมวลชนพูดไว้แน่ๆบนเวทีนี้มี 2 คน และถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ไม่ต้องถามต่อจะไปยกเก้าอี้ให้ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ ถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์จะจัดตั้งรัฐบาล เอาเก้าอี้นายกฯมาบริหารประเทศให้ประชาชน วันนี้ 2 ลุงไม่ได้แตกกัน ถ้าเพื่อไทยได้ไม่ถึงครึ่งจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้“ชูศักดิ์” โต้ปมร้องยุบเพื่อไทยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ที่อ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นกรณีพรรคเพื่อไทยแต่งตั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ช่วยหาเสียงไม่อาจทำได้ และการติดป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยมีแต่รูป น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยไม่มีนโยบายของพรรค อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมืองและระเบียบ กกต. อาจถูกยุบพรรคได้ว่า เราเคารพทุกความเห็น โดยเฉพาะความเห็นทางวิชาการ แต่ผู้ให้ความเห็นควรไปศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจน และต้องอยู่บนพื้นฐานของความไม่มีอคติ นายณัฐวุฒิให้ความเห็นคลาดเคลื่อนจากข้อกฎหมายมาก โดยเฉพาะที่อ้างว่านายณัฐวุฒิถูกตัดสิทธิทางการเมืองและถูกจำกัดสิทธิเลือกตั้ง ไม่อาจเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้นั้น ไม่ถูกต้อง การทำกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยถือเป็นกิจกรรมเผยแพร่นโยบายและหาเสียงของพรรคอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่มีการกระทำที่ถือเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำพรรคโวยดิสเครดิตสกัดแลนด์สไลด์นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยติดป้ายหาเสียงมีรูป น.ส.แพทองธาร แต่ไม่มีรูปหัวหน้าพรรค และนโยบายของพรรคนั้น นายณัฐวุฒิต้องไปดูระเบียบ กกต.ให้ชัดเจน ว่าป้ายหาเสียงเขาให้ระบุอะไรได้บ้าง ตามระเบียบ กกต. สามารถระบุชื่อพรรค โลโก้พรรค คติพจน์ คำขวัญ ภาพผู้สมัคร และภาพสมาชิกพรรคได้ น.ส.แพทองธารเป็นสมาชิกพรรค พรรคสามารถนำภาพขึ้นบนป้ายหาเสียงได้ ขณะนี้เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ประชาชนควรแยกแยะว่าการให้ความเห็นลักษณะนี้เป็นไปโดยอิสระ หรือมีอคติต้องการดิสเครดิตทางการเมือง ทั้งหมดดูได้จากพฤติกรรมที่ผ่านมา แต่พรรคจะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ต่อไปปรามาส “เศรษฐา” คิดแบบธุรกิจวันเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เมื่อเศรษฐา นักธุรกิจคิดจะเล่นการเมือง” การบริหารประเทศแบบระบบราชการ อืดอาดยืดยาดอย่างที่เห็นกันอยู่ ถ้าบริหารประเทศแบบพ่อค้านักธุรกิจ ในที่สุดก็โกงกิน แต่ก็มีผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจคิดมาเล่นการเมือง เอาวิธีแบบนักธุรกิจมาบริหารบ้านเมือง ด้วยมั่นใจว่าตัวเองประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จะมาทำงานการเมืองพิสูจน์ความสำเร็จให้ดู คุณเศรษฐา ทวีสิน กำลังเดินเข้ามาแนวทางนี้ ตลอดชีวิตนักธุรกิจทำงานเพื่อผลกำไร เพื่อตัวเอง บริษัท หาช่องว่างทางกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ส่วนข้าราชการและนักการเมืองทำงานเพื่อเกียรติยศ ประเทศ ประชาชน ด้วยคุณธรรมจริยธรรม เส้นทางเดินนักธุรกิจกับข้าราชการและนักการเมืองต่างกันสิ้นเชิง ใครคิดเป็นนักการเมืองต้องทิ้งแนวทางนักธุรกิจให้ได้ ขืนเป็นนักการเมืองแล้วสวมวิญญาณนักธุรกิจ ในที่สุดก็ทุจริต ติดคุกมีให้เห็นหลายคน ทั้งอยู่ในคุก หนีไปต่างประเทศ แรกๆทำทีรักชาติ ประชาชน พอได้อำนาจแล้วเอาวิญญาณนักธุรกิจมาทำมาหากิน คุณเศรษฐาต้องก้าวข้ามเส้นทางนี้ให้ได้ หวังว่าคุณเศรษฐาจะไม่เหมือนนายกฯที่เป็นนักธุรกิจบางคนในอดีต ไม่เหมือนรัฐมนตรีบางคนที่ติดคุกหรือหนีคุก คงเป็นนักการเมืองจริงๆที่ทิ้งความเป็นพ่อค้านักธุรกิจลงได้ “บิ๊กตู่” ตีระฆังตีฆ้องเอาฤกษ์ชัยช่วงเช้าที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินทางไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 56 จ.สงขลา ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สงขลา และยะลา พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังใส่เฝือกอ่อนที่มือด้านขวา มือด้านซ้ายยังใส่ที่พยุงข้อมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณที่เคยให้ยาฆ่าเชื้อ นายกฯนำคณะสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ไหว้เทวดาฟ้าดิน ก่อนสักการะองค์เจ้าพ่อหลักเมือง เสี่ยง ฮ๋อง เหล่า เอี๋ย และเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ตีกลอง ตีระฆัง ตีฆ้อง เอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นถ่ายภาพร่วมกับนายกสมาคมฮกเกี้ยนสงขลา และคณะกรรมการสมาคมจีน จ.สงขลา ก่อนเดินทักทายประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญภาคใต้มากสุดต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ที่ท่าแพขนานยนต์ โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ อาทิ นายเจือ ราชสีห์ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี รอต้อนรับ มีประชาชนมารอมอบดอกไม้และตะโกนให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายโครงการที่เสนอมา พร้อมนำไปพิจารณาให้ แต่ปัญหาตอนนี้มีอย่างเดียว ระยะเวลาจำกัด โดยเฉพาะเป็นช่วงท้ายรัฐบาล แต่จะรับไปศึกษาและจัดทำแผนพิจารณาให้ โดยเฉพาะเรือข้ามฟากที่ต้องนั่งรอใช้เวลานาน และราคาค่าโดยสาร ภาคใต้ตนให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอะไร ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จะสั่งให้ทบทวนทั้งหมดว่าเรื่องไหนทำได้บ้าง แต่ต้องเข้าตามกรอบวิธีการงบประมาณ ปัญหาที่ซ้ำซากยาวนานต้องแก้ไข ต้องเดินหน้า ไม่ใช่ไปกี่ทีก็ซ้ำแต่ของเดิม ระหว่างนั้นได้มีคนตะโกนว่า “นายกฯ ทำได้” พล.อ.ประยุทธ์จึงตอบกลับว่า “มันต้องได้ ถ้าได้ทำนะ”หยอดหวานไม่เคยลืมปักษ์ใต้จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาพบปะประชาชนชาวหาดใหญ่ ที่ตลาดสันติสุข และตลาดกิมหยง ตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ เดินพบปะทักทายประชาชน พ่อค้า แม่ค้า นักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซีย เข้ามาถ่ายภาพและมอบดอกไม้ พร้อมตะโกนให้กำลังใจ โดยนายกฯกล่าวผ่านโทรโข่งว่า ปลื้มใจที่พี่น้องชาวหาดใหญ่ ชาวสงขลามีความสุขกันถ้วนหน้า ตลาดกิมหยงกลับมาครึกครื้น มีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องมาเยือนให้ได้ หากใครที่มาแล้วไม่ได้มาเดินตลาดกิมหยงถือว่ามาไม่ถึงสงขลาเช่นกัน และไม่ควรพลาดชิมอาหารสตรีทฟู้ด เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของไทย วันนี้ได้ฝึกพูดปักษ์ใต้ “หรอยจังหู้ พรือมั้ง บายดีม้าย” รัฐบาลตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นายกฯรักคนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนปักษ์ใต้ ไม่เคยลืมภาคใต้ลงยะลาพบปะผู้นำดะวะห์ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์นำคณะเดินทางต่อไปยังศูนย์ดะวะห์แห่งประเทศไทย (มัรกัสยะลา) อ.เมืองยะลา พบปะผู้นำดะวะห์ และผู้เข้าร่วมบรรยายธรรม ต้อนรับเดือนรอมฎอนอันประเสริฐของชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลาม โดยมีท่านเมาลานา ชามิม ผู้แทนผู้นำดะวะห์ของโลกคนปัจจุบัน ท่านบาบออับดุลรอมัน ผู้นำดะวะห์ของประเทศไทย ท่านอุสตาส มามุด ผู้นำศาสนา และชาวไทยมุสลิม และมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และนายอะห์หมัดบอสตา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยะลา พรรครทสช. ต้อนรับ นายกฯร่วมนั่งดื่มน้ำชา พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ผู้นำดะวะห์กล่าวขอบคุณและร่วมอำนวยพร (ดุอาอ์) ให้แก่นายกฯว่า หวังให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นในประเทศไทยต่อไป การที่นายกฯได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ ส่วนหนึ่งมาจากเสียงของประชาชน และอีกส่วนหนึ่งมาจากความรักของประชาชนคิกออฟ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ”ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. กล่าวถึงนโยบายหาเสียงภายใต้แคมเปญ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ตามยุทธศาสตร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า นโยบายนี้พรรคตั้งใจมากที่จะสานต่อโครงการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำแล้ว ที่มีผลชัดเจนทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะสานทำต่อเดินหน้าขับเคลื่อนอีกหลายโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง และความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย นำร่องหาเสียงด้วย 5 นโยบายโดนใจ คือ 1.เพิ่มสิทธิ “บัตรสวัสดิการพลัส” เป็น 1,000 บาท/เดือน และสิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท/คน 2.ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 3.คืน 30% เงินสะสมชราภาพให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 4.โครงการปลดหนี้ด้วยงาน และ 5.รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน และเป็นอุปสรรคการทำกิน“นิโรธ” ทิ้ง “ลุงป้อม” ซบ “ลุงตู่”ด้านนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตัดสินใจย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพราะ รทสช.ต้องการกำลังเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งให้ได้ ส.ส.มากที่สุด ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปเมื่อวันที่ 10 มี.ค. เตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรค รทสช.ต่อไป ก่อนตัดสินใจได้พูดคุยปรึกษาผู้ใหญ่ของพรรคพปชร. ถึงเหตุผลและความจำเป็นแล้ว และฝากเรียน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค พปชร. ให้รับทราบถึงการตัดสินใจในครั้งนี้เรียบร้อยแล้ว พล.อ.ประวิตรเข้าใจเหตุผลและความจำเป็น มีโอกาสจะเข้าไปกราบ พล.อ.ประวิตรด้วยตนเอง ส่วนตัวรักและเคารพทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่า จ.นครสวรรค์ ฐานเสียง พปชร.แข็งแกร่งอยู่แล้ว“ไพบูลย์” รู้อยู่แล้วไม่เกินคาดนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพปชร. กล่าวว่า กรณีนายนิโรธเราทราบมาตั้งนานแล้ว เพราะมีความใกล้ชิดกับผู้ติดตามใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ การย้ายไปพรรค รทสช.ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาด ยอมรับว่าเสียดาย แต่เคารพการตัดสินใจ เพราะร่วมงานกันมาด้วยดี แต่ไม่เป็นไรมีไปก็ต้องมีมา ส่วนที่มาเพิ่มมีมากกว่าส่วนที่ไปอยู่แล้ว ไม่ได้กระทบอะไร เมื่อถามว่าพรรคจะตรึงกลุ่มบ้านใหญ่หรือสมาชิกกำลังหลักไม่ให้ไหลออกจากพรรคอย่างไร นายไพบูลย์ตอบว่า คนที่เป็นกำลังหลักส่วนใหญ่อยู่หมด อย่างกรณีนายนิโรธ หรือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นเรื่องที่เราคาดการณ์ไว้แต่ต้นแล้ว และไม่ได้มีผลกระทบอะไร ส่วนข่าวนายสมศักดิ์จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่เป็นทางการ ทราบจากสื่อมวลชน ไม่ว่าใครจะไปหรือมา พล.อ.ประวิตรเปิดกว้างอยู่แล้ว หากนายสมศักดิ์ไปจริงๆ ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย แกนนำกลุ่มใหญ่ๆ ยังอยู่ครบถ้วน และเชื่อมั่นว่าจะเป็นพรรคใหญ่เช่นเดิม “พิธา” เชิดหนังตะลุงโชว์ที่กระบี่เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สวนสาธารณะธารา เขตเทศบาลเมืองกระบี่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นำคณะเปิดเวทีปราศรัย พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายวศิน สิริเกียรติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นายสมพร แต่งแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นายศุภฤกษ์ มีล่าม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 และนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ที่เป็นชาวกระบี่ มีชาวบ้านนำเอาตัวหนังตะลุงที่แกะเป็นรูปนายพิธามามอบให้ นายพิธาจึงโชว์ขับหนังตะลุง ว่า “กาก้าวไกล ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตครับพี่น้องชาวกระบี่”อึ้งโรงพยาบาลไม่มีน้ำประปาใช้ต่อมา น.ส.ศิริกัญญาขึ้นปราศรัยว่า เมื่อปี 2562 เคยมาหาเสียงที่กระบี่ ในนามพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนโยบายปาล์มน้ำมัน ผ่านมา 4 ปี ยอมรับว่าแก้ปัญหาให้กับพี่น้องไม่ได้ เพราะเราเข้าไปเป็นฝ่ายค้าน แม้กระบี่จะมี ส.ส.พื้นที่เป็นฝ่ายรัฐบาล ก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ จึงต้องมาขอแรงพี่น้องประชาชนอีกครั้ง ให้เลือกก้าวไกลให้ถล่มทลาย เข้าไปเปลี่ยนประเทศไทย ให้ไม่เหมือนเดิม ให้ประชาชนมีปากท้องที่ดี มีการเมืองดี และมีอนาคตที่ดี เชื่อว่าคนใต้ชอบให้กระจายอำนาจ ทุกวันนี้เราทราบดีว่ากระบี่สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยว อุทยานฯในกระบี่เก็บเงินได้สูงวันละ 1.5 ล้านบาท ต่อปีจะได้เม็ดเงินเท่าไหร่ลองคูณดู แต่มีงบให้คนกระบี่ได้ใช้แค่นิดเดียว หรือการบริการด้านสาธารณสุข ทุกวันนี้โรงพยาบาลยังต้องระดมทุนกันเองเพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ที่ไปเจอมาที่ รพ.เขาพนม บอกว่าช่วงหน้าแล้งไม่มีน้ำประปาใช้ แม้แต่โรงพยาบาลที่จำเป็นต้องรักษาคนไข้ยังไม่มีน้ำประปาใช้ นี่เป็นปัญหาของ จ.กระบี่ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับประเทศ จึงจำเป็นที่ต้องมีคนกระบี่เป็นผู้แทนในนามพรรคอ้อนขอปักธงก้าวไกลที่กระบี่ด้านนายพิธากล่าวปราศรัยว่า วันนี้หรอยแรงๆ ไม่ได้ต้องหรอยเบาๆ เพราะเสียงไม่ค่อยมี ไว้มีเบอร์แล้วจะกลับมาหรอยแรงๆอีกรอบ ที่มากระบี่วันนี้เพื่อมาตามหาชัยชนะให้กับว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 คน จนท.ตำรวจที่มาฟังปราศรัยอาจบอกว่าจะเป็นไปได้ยังไงว่าก้าวไกลจะมาปักธงที่กระบี่ เพราะ จนท.ไม่เข้าใจว่า กระบี่เป็นจังหวัดของวัยรุ่น เพราะผู้มีสิทธิ 350,000 คน เป็นคนรุ่นใหม่อายุ 18-21 ปี ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 35,000 คน เป็นกลุ่มที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรก เราจึงต้องมาที่นี่ อีกกลุ่มคือคนกระบี่ในรุ่นเดียวกับตน ที่มีอายุ 42 ปี พูดจากันเข้าใจ เป็นกลุ่มคน y2k จึงเชื่อว่าพี่น้องชาวกระบี่ไม่มีเจ้าของ และเชื่อว่าพี่น้องชาวกระบี่ พร้อมเลือกตั้งไปสู่อนาคต เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เป็นการเลือกตั้งของ 2 วิสัยทัศน์ที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน กลุ่มหนึ่งเลือกเพื่อพากระบี่ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า อีกกลุ่มต้องการดึงกระบี่ให้อยู่กับที่ และไม่มีการพัฒนาใดๆยกสินค้าเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์นายพิธากล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับ รพ.เขาพนม พบปัญหาด้านสาธารณสุข ระบบสาธารณสุขในกระบี่เกือบที่สุดของภาคใต้ ถ้า กทม. มีหมอ 1 คนต่อผู้ป่วย 600 คน ที่กระบี่ หมอ 1 คน ต้องรักษา 3,000 คน รับภาระสูง 5-6 เท่าของ กทม. แล้วเงินภาษีมันหายไปไหนหมด เรื่องกำจัดขยะ เรื่องบำบัดน้ำเสีย ถ้าสามารถสร้างความมั่งคั่งให้เกิดในตัวกระบี่เองได้ คนรุ่นใหม่จะภูมิใจกลับมาอยู่บ้าน เพราะมีงานทำ การกระจายรายได้เป็นอีก 1 นโยบาย ของพรรคที่จะทลายทุนผูกขาด นั่นคือสุราก้าวหน้า การเปลี่ยนสินค้าเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ พบชาวต่างชาติที่มาอยู่กระบี่เค้าเอาอ้อยไปเปลี่ยนเป็นจิน เป็นวอดก้า นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไม่จำเป็นต้องดื่มเบียร์แค่ 2 ยี่ห้อ ต้องทำให้คนรุ่นใหม่ลูกหลานชาวกระบี่ลืมตาอ้าปากได้ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะทำให้เค้าอยากอยู่บ้าน ไม่ต้องไปอยู่ภูเก็ต กทม. หรือระยอง นี่เป็นวิสัยทัศน์สั้นๆที่จะให้ชาวกระบี่ตัดสินใจ ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการทำให้คนไทยได้เท่าเทียมกันให้ทันโลกรับอยากได้ ส.ส.ภาคใต้มากนายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับว่าภาคใต้เป็นพื้นที่ที่เราอยากปักธง ส.ส.เขตให้ได้ การเลือกตั้งครั้งก่อนเราได้เกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ แต่เรามี ส.ส.บัญชีรายชื่อภาคใต้หลายคน ที่กระบี่ 1 คน ทำหน้าที่ให้คนพื้นที่มาต่อเนื่อง ทำให้มีคะแนนเพิ่มขึ้น กระบี่ สตูล และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นจังหวัดวัยรุ่นที่ผู้มีสิทธิอายุต่ำกว่า 40 ปี มากกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละพื้นที่ มั่นใจว่าหากพี่น้องชาวกระบี่ออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เชื่อว่าพรรคเราน่าจะตอบโจทย์ให้กับคนรุ่นใหม่ได้ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะปักธงสีส้มในนี้ ส่วนผู้สมัครระบบเขตที่กระบี่ส่งครบทั้ง 3 เขต มีทั้งอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ คนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และทนายความที่ต่อสู้ให้กับเกษตรกรปาล์ม ยางพารามาตลอด ถือเป็น 3 คนรุ่นใหม่ที่เข้าใจครบทุกปัญหาของกระบี่ออกนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้นายพิธากล่าวว่า จากการลงพื้นที่ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราชและกระบี่ พบเห็นปัญหาจึงกำหนดเป็นนโยบาย 4 เสา แก้ปัญหาภาคใต้ 1.เรื่องการท่องเที่ยว อย่างนครศรีธรรมราช พบว่าการท่องเที่ยวฟื้นกลับมาแค่ 1 ใน 3 และกระบี่ฟื้นกลับมาแค่ 1 ใน 10 ถือว่าหายไปเยอะมาก 2.เรื่องประมง ที่มีปัญหามาจากการใช้อำนาจนิยมและการส่งออกไปยุโรป 3.ปัญหาราคาพืชอุตสาหกรรม ยาง ปาล์ม ต้องเร่งแก้ให้เกิดการใช้ในประเทศให้มากขึ้น และ 4. ปัญหาด้านสาธารณสุข ที่เห็นได้ชัดเจนในกระบี่ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์-พยาบาลไม่เพียงพอ แต่ละคนต้องทำงานหนักมาก 1 สัปดาห์ 100 ชม. “ธนาธร” ปลุกคนชัยภูมิกา ก.ก.ที่ จ.ชัยภูมิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เดินสายแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ ทั้ง 6 คน ในเขตรอบนอก อ.เมือง คือนายทัศนัย สุขประสาน นายเกรียงไกร จันกกผึ้ง นายสิทธิพล ภูธรณ์ น.ส.พิมพ์กานต์ ยศพิทักษ์ นางอรนุช ผลภิญโญ และนายกิตติธัช คำวงษ์ ต่อมานายธนาธรขึ้นปราศรัยที่เวทีมณฑปพระแท่นบัลลังก์ อ.บ้านแท่น ว่า วงจรชีวิตคนอีสานและคนชนบทที่ยังต้องยากลำบาก เป็นเพราะโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรม นโยบายของก้าวไกลคือพรรคที่ยืนอยู่ข้างคนยากจน จัดการกับทุนผูกขาด ไม่เคยสัญญาว่าจะเอาโครงการอะไรมาให้ แต่เสนอเรื่องปลดล็อกท้องถิ่น ปฏิรูประบบราชการ เอางบและอำนาจกลับมาอยู่ที่ตำบลและจังหวัด เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการความเมตตา แต่ต้องการความเป็นธรรม ไม่ต้องการระบบที่ต้องเขียนโครงการขึ้นไปขอ แล้วรอความเมตตามอบลงมาให้ การเลือกตั้งเป็นการลงทุนที่ถูกที่สุด ถ้าอยากได้การเปลี่ยนแปลงต้องกาก้าวไกล 2 ใบเท่านั้นชูลดเหลื่อมล้ำสู้ทุนผูกขาดที่วัดยางงาม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พรรคเพื่อชาติ นำโดยนายเนติภูมิ ริยาพันธ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ร่วมประชุมกับสมาชิกพรรคเพื่อเลือกตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเนติภูมิกล่าวว่า พรรคมีนโยบายลดความเหลื่อมลํ้า ต่อต้านทุนผูกขาด ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน สำหรับเรื่องเกษตรของชาวสุราษฎร์ พรรคมีนโยบายเกษตรพลัส ทำการเกษตรบวกกับการกีฬา บวกกับการท่องเที่ยว และการแปรรูปที่จะเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตร และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร นโยบายธนาคาร เมล็ดพันธุ์ ที่จะเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชและแจกจ่ายให้เกษตรกรฟรี ลดต้นทุน ลดการผูกขาดจากนายทุนแจ้งข้อหา “ชายหมู” ฮั้วประมูลผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และพวก รวม 13 คน กรณีว่าจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 3 เส้นทาง ไปจนถึงปี 2585 เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ และ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยเอื้อประโยชน์แก่ BTSC เพียงรายเดียว ตามที่องค์คณะไต่สวนเสนอพ่วงเอาผิด “คีรี” ร่วมกระทำผิดสำหรับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 13 ราย ประกอบด้วย 1.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. 2.นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. 3.นายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด 4.นายอมร กิจเขวงกุล กรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด 5.นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ อดีตปลัด กทม. 6.นางนินนาท ชลิตานนท์ อดีตรองปลัด กทม. 7.นายจุมพล สำเภาพล อดีต ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง 8.นายธนา วิชัยสาร อดีต ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง 9.นายกฤษณ์ เกียรติพนชาติ อดีต ผอ.กองการขนส่ง 10.นายคีรี กาญจนพาสน์ กรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 11.นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 12.บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้รับจ้างโครงการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ มหานคร 13.บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการในสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครลักไก่ต่อสัญญา 1.9 แสน ล.ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกระทำทุจริตการทำสัญญาการให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้ว่าจ้าง ในฐานะวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้รับจ้าง เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2555 วงเงินกว่า 190,000 ล้านบาท เพื่อจ้างเดินรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท (สถานีอ่อนนุช-แบริ่ง) 2.สายสีลม (สถานีสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่) 3.ว่าจ้างเดินรถไฟฟ้าเส้นทางสถานีหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ที่จะหมดสัญญาสัมปทานปี 2572 ออกไปอีก 13 ปี โดยให้สัญญาว่าจ้าง BTSC เดินรถทั้ง 3 เส้นทางดังกล่าวไปสิ้นสุดพร้อมกันในปี 2585“ตะวัน-แบม” เลิกอดอาหารขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุวัง มีการเผยแพร่ความคืบหน้าอาการของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ที่อดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิการประกันตัวของแนวร่วมกลุ่มราษฎร และผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ว่า หลังกลับเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ อาการของทั้งคู่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ที่ยังกังวลเรื่องการทำงานของไตและอวัยวะอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการอดอาหารและน้ำเป็นเวลานาน ขอแจ้งต่อสาธารณชนว่าทั้งคู่ได้เลิกอดอาหารแล้ว และจะรับการรักษาเพื่อนำเอาชีวิตไปต่อสู้ต่อไป เนื่องจากยังคงไม่ได้รับการตอบรับจากศาล สำหรับร่างกายของทั้งคู่ตอบโต้ได้ ตื่นรู้ตัวดี พูดคุยเหมาะสมกับบริบท ขณะนี้แม้พ้นขีดอันตรายต่อชีวิตแล้ว แต่คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการดูแลรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ตะวันและแบมยังคงกังวลเมื่อได้รับข่าวว่ามีผู้ต้องหาทางการเมืองถูกจับกุมคุมขังเพิ่มขึ้น และการพิจารณาคดีของศาลสำหรับจำเลยในคดีมาตรา 112 กรณีสถานทูตเยอรมนีไม่ได้รับโอกาสในการต่อสู้คดี ตะวันและแบมเห็นว่ามันเป็นการพิสูจน์ว่าข้อเรียกร้องเป็นสิ่งถูกต้อง สุดท้ายทั้งคู่บอกว่า แม้ไม่มีพวกเธอขอให้ทุกคนต้องสู้ต่อไป