เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกลุ่มผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากโรงเรียนนราทร กรุงเทพฯ แจ้งปิดกิจการกะทันหัน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะที่กำกับดูแลโรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อขอให้เยียวยาและหาทางออกให้แก่นักเรียนกว่า 600 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการของโรงเรียนในครั้งนี้โดยตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่งกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ สช.ช่วยหาทางออกให้ เนื่องจากผู้บริหารโรงเรียนไม่มีความรับผิดชอบบ่ายเบี่ยงที่จะเจรจากับผู้ปกครอง และไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆ ออกมาช่วยเหลือ ที่สำคัญผลกระทบจากการแจ้งปิดกิจการของโรงเรียนกะทันหันนี้ ทำให้ผู้ปกครองหาที่เรียนไม่ทัน นักเรียนเสียสิทธิในการสมัครเข้าเรียน ทั้งยังเสียสิทธิได้รับเงินสนับสนุนการศึกษาจากรัฐบาลและผู้ปกครองเสียหายจากการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการไปสมัครเรียนใหม่ ผู้ปกครองเสียค่าใช่จ่ายซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนกับโรงเรียนนราทรไว้ล่วงหน้าแล้วรวมทั้งหลายคนเป็นหนี้จากการที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียนใหม่ นอกจากนี้นักเรียนหลายคนมีอาการซึมเศร้า เนื่องจากต้องแยกย้ายจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนกะทันหัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กอย่างรุนแรงด้านนายมณฑลกล่าวว่า สช.พร้อมเป็นคนกลางช่วยประสานงานหาที่เรียนให้เด็กที่ได้รับผลกระทบและทางออกในเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นต้องดูตามข้อเท็จจริง เพราะโรงเรียนชี้แจงเหตุผลว่าที่ต้องปิดกิจการนั้นมาจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน หากจะเปิดจัดการศึกษาต่ออาจส่งผลกระทบกับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพผู้เรียน ซึ่งยอมรับว่าโรงเรียนบกพร่องที่ไม่แจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบล่วงหน้ามาก่อน ทั้งนี้ สช.ยังไม่ได้อนุมัติให้โรงเรียนนราทรยกเลิกกิจการ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการพิจารณา.