เรื่องราวกลุ่มชาวบ้าน นักเรียนและนักท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ถูกนายทุนสร้างประตูปิดเส้นทางเข้า-ออกโรงเรียนและสถานที่สำคัญหลายแห่งภายในเกาะหลีเป๊ะ ทนไม่ไหวรวมตัว ประท้วงกลุ่มนายทุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบปัญหาความขัดแย้งได้แต่งตั้ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อพิพาทในที่ดินชุมชนชาวเลพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หาทางช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของชาวบ้านโดยเร่งด่วนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ลงพื้นที่พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดร.ณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษา ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จ.สตูล รับฟังปัญหาจริงจากปาก ชาวบ้านในพื้นที่ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่อุทยาน 4 แปลง เนื้อที่ 80 ไร่ ของกลุ่มเอกชนจริงและในส่วนของพื้นที่ 60 ไร่ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้วนั้น แต่ยังไม่มีความคืบหน้าการบังคับคดีและพบปัญหาความไม่ชัดเจนของที่ดิน การทำงานเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานไม่คืบหน้า กลัวถูกกลุ่มนายทุนฟ้องร้องเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและรวดเร็วพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ มีคณะอนุกรรมการดูแลวิถีชีวิตคนพื้นที่ คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมาย และคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบสิทธิ เร่งแก้ปัญหาให้สมบูรณ์สั่งให้ ผบก.ภ.จ.สตูล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสิทธิของผู้ถือครองที่ดินว่ามีสิทธิตามกฎหมายถูกต้องหรือไม่ดำเนินการ ร่วมกับกรมบังคับคดี รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ศาลพิพากษาแล้วให้คืนพื้นที่โดยเร็วกรณีการบุกรุกเป็นความผิดให้อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ น.ส.พัชรินทร์ แสงสว่างกับพวก 3 คน ข้อหา “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ” และกรณีของนายณัฐพันธุ์ อังโชติพันธุ์กับพวก 4 คน โดนแจ้งข้อหาเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งให้ สภ.เกาะหลีเป๊ะ นำธนารักษ์จังหวัดสตูล พื้นที่เขตการศึกษาจังหวัดสตูล ครูโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะและผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินพื้นที่ข้างเคียงลงพื้นที่ชี้แนวเขตการครอบครองที่ดินยึดแผนที่ของทางราชการเป็นหลักได้แก่ แผนที่ตามนำส่งขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ (ทว.9) แผนที่ตามการรังวัดปักหลักเขตที่ราชพัสดุ พ.ศ.2533 แผนที่ของกรมอุทยานฯและแผนที่พื้นที่ข้างเคียงร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในการสำรวจที่อยู่อาศัยของชาวเล เพื่อวางแผนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 การเปรียบเทียบหลักเขตซึ่งวัดโดยเครื่องมือพิเศษและเปรียบเทียบกับแผนที่ปี พ.ศ.2493 โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมสังเกตการณ์สั่งให้กรมธนารักษ์ร้องทุกข์ดำเนินคดีผู้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุทุกราย พื้นที่ใดสามารถยืนยันเขตได้ชัดเจนแล้ว ให้กรมที่ดินออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ให้เรียบร้อยพื้นที่พิพาทที่ศาลมีคำพิพากษาให้รื้อถอน 15 แห่ง ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 11 แห่ง ในส่วนที่เหลือได้สั่งให้เร่งรัดดำเนินการ และตรวจสอบโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตพบว่า มีทั้งสิ้น 109 แห่ง ขณะนี้ปิดกิจการไปแล้ว 11 แห่ง ยังเหลืออีก 98 แห่ง อยู่ระหว่างการบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ เนื่องจากโรงแรมเหล่านี้แม้จะไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม แต่กลับมีการเสียภาษีตามกฎหมาย จึงต้องดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อบังคับใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้องและรอบคอบให้ อบต.และ อบจ.ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสรุป ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเช่น ภาษีที่ดิน ภาษีโรงแรมการขออนุญาตสร้างอาคาร เป็นต้น ส่งให้ ภ.จ.สตูล พิจารณาข้อเท็จจริง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการทราบต่อไปพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในที่ดินชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ มอบหมายให้เป็นประธานกรรมการได้ลงพื้นที่ต้องการรับฟังข้อเท็จจริงจากประชาชนในพื้นที่และดูพื้นที่พิพาทร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานจริง จึงมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสามชุดเพื่อแยกประเด็นและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ตามแนวทางโดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน พร้อมรับฟังและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย”“ความคืบหน้าขณะนี้เริ่มเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งการแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่บุกรุก การบังคับใช้กฎหมายบังคับคดีรื้อถอนตามคำพิพากษา การตรวจสอบที่ดินข้อพิพาท และการดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับโรงแรมต่างๆ โดยในแต่ละส่วนหากพบการกระทำผิดหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบประการใดจะดำเนินตามกฎหมายไม่มีละเว้น ในการทำงานยึดเป็นแนวทางในการเจรจาและบังคับใช้กฎหมายควบคู่กันไป ได้สั่งการแก้ไขปัญหาระยะยาว หลังคณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะทำงานอย่างครบถ้วนแล้ว จะมีการพิจารณาหาแนวทางในการฟื้นฟูพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เพื่อให้เป็นสถานที่แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม และสามารถอยู่ร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างสงบได้ต่อไป”เป็นอีกงานที่มีชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รับนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างกลุ่มนายทุนกับชุมชนชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงเดือน นำเอาประสบการณ์ทำงานมาช่วยเหลือความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ก่อนปัญหาจะบานปลายเห็นผลเป็นรูปธรรม สร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย ทำให้ชาวบ้านพอใจ.ทีมข่าวอาชญากรรม