สะใภ้นักธุรกิจอสังหาฯปืนดุควง 9 มม. บุกยิงน้องสาวสามีดับสยองคาร้านขายอาหารตามสั่งแล้วหนีไประเบิดขมับฆ่าตัวตายตาม พบปมมรณะมาจากเรื่องมรดกที่ดิน 19 ไร่ ที่พี่สาวสามีเอาไปจำนองกับแบงก์ รู้ข่าวไปขอไถ่คืนมาเป็นชื่อตัวเอง แต่ญาติไม่ยอมเพราะกลัวเอาที่ดินไปจัดสรรขาย ก่อนเกิดเหตุพยายามเกลี้ยกล่อมให้น้องสามีช่วยเจรจา พอถูกปฏิเสธยัวะชักปืนรัวพรุนถึง 7 นัด ก่อนเผ่นหนีไปปลิดชีพตัวเองเหตุยิงกันตาย 2 ศพ เพราะเรื่องมรดกที่ดินรายนี้ เปิดเผยเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ร.ต.ท.หญิง วิชญาพร โสภณคณาสาร รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุยิงกันตายในร้านขายอาหารตามสั่งชื่อครัวริมนา เลขที่ 245 หมู่ 7 ต.ดอนยายหอม ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 7 พบศพ น.ส.ภัทรา อู่ทรัพย์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 7 ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องครัว สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขายาวสีเขียว มีชุดกันเปื้อนสีเหลืองทับอีกชั้น มีแผลถูกยิงตามร่างกายรวม 7 แผล ใกล้กันพบปลอกกระสุน 9 มม.ตกอยู่ 8 ปลอกส่วนผู้ก่อเหตุทราบจากชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ว่าเป็นผู้หญิงและเป็นญาติกัน หลังก่อเหตุหนีเข้าไปในบ้านเลขที่ 10 หมู่ 7 ต.ดอนยายหอม ก่อนยิงตัวตายหนีความผิด หลังทราบเรื่องตำรวจไปตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน กย 5978 นครปฐม จอดอยู่หน้าประตูทางเข้าที่ล็อกกุญแจไว้ ตรวจสอบภายในบ้านบริเวณห้องรับแขก พบศพนางสุกัญญา มีหว่าง อายุ 52 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการหมู่บ้านธาราศิริ อ.เมืองนครปฐม ใช้ปืนจ่อยิงขมับขวาทะลุซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุไปถูกกระจกหน้าต่าง 1 รู สภาพนั่งพิงโซฟา บนพื้นพบปืน 9 มม.ตกอยู่นายมนตรี ลักษณ์สุวรรณ อายุ 76 ปี อยู่บ้าน เลขที่ 188 หมู่ 7 ต.ดอนยายหอม ญาตินางภัทราที่พบศพคนแรกให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนางภัทราใช้ให้ไปซื้อของที่ตลาดดอนยายหอม กลับมาถึงร้านพบนางภัทรานั่งฟุบกับพื้น นึกว่าเป็นลม เดินเข้าไปดูพบเลือดไหลนองและมีรอยกระสุนหลายแห่ง รีบแจ้งญาติๆมาช่วย พร้อมทั้งสอบถามชาวบ้านทราบว่าก่อนเกิดเหตุเห็นนางสุกัญญา ผู้ก่อเหตุเข้ามาที่ร้าน สักพักมีเสียงปืนดังหลายนัด ก่อนขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งนางสุกัญญาหนีไปยิงตัวตายในบ้านด้านนางวันเพ็ญ มีหว่าง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 7 ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม พี่สาวนางภัทราให้การว่า นางสุกัญญา มือปืนเป็นน้องสะใภ้ อยู่กินกับน้องชายมาร่วม 30 ปี ปัจจุบันน้องชายได้เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 4 ปีก่อนตนนำที่ดินมรดกผืนหนึ่งเนื้อที่ 19 ไร่ ไปจำนอง กับธนาคาร เมื่อนางสุกัญญาทราบเสนอตัวเข้ามาไถ่ถอน แต่มีข้อแม้ว่าหากไถ่ถอนที่ดินมาแล้วจะต้องลงชื่อนางสุกัญญาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ตนและญาติๆไม่เห็นด้วย เพราะกลัวนางสุกัญญาจะเอาที่ดินมรดกผืนนี้ซึ่งมีทำเลดีอยู่ติดถนนไปจัดสรรขาย ที่สำคัญ ที่ดินผืนนี้ไม่มีชื่อน้องชายสามีของนางสุกัญญาร่วมรับมรดกด้วยนางวันเพ็ญให้การอีกว่า ที่ผ่านมานางสุกัญญาพยายามเข้าไปตีสนิทนางภัทรา น้องสาวสามี เพื่อให้ช่วยเกลี่ยกล่อมให้ตนนำที่ดินผืนดังกล่าวออกจากธนาคารแล้วมาจำนำกับนางสุกัญญาแทน แต่นางภัทราไม่ยอมช่วย คาดว่าสาเหตุดังกล่าวอาจทำให้นางสุกัญญาโมโหกระหน่ำยิงนางภัทราแล้วไปยิงตัวตายตามเพื่อหนีความผิด อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เวลานางสุกัญญาไปหานางภัทรามักพกปืนไปด้วยตลอด ทุกคนคิดว่าคงเอาไว้ป้องกันตัว เพราะทำธุรกิจบ้านจัดสรร มีเงินติดตัวมาก ไม่คิดว่าจะเอาไปก่อเหตุสยองในครั้งนี้