เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย...สุภาษิตโบราณ ไม่เคยเชยอุทาหรณ์ กรณี “เสี่ยเบนท์ลีย์” นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ ขับรถหรูด้วยความเร็วไปประสบอุบัติเหตุบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้รถคู่กรณีอีก 3 คันพังยับ โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต!เรื่องนี้ถึงแม้เป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ผู้ต้องหากลับหลบออกจากที่เกิดเหตุ อาจเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจวัดแอลกอฮอล์ หลังถูกตามตัวมาได้ยังเรียกพรรคพวกมาเบ่งเป็นบิ๊กดีเอสไอจนตำรวจทางด่วน 1 ต้องยอมให้พาตัวไปตรวจแอลกอฮอล์เอง คราวนี้แหละ ทำให้เรื่องบานปลาย!?หลังยอมให้ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับแอลกอฮอล์หลังเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกินกฎหมายกำหนด แต่พบสารเสพติดประเภท 2 (คีตามีน) ในร่างกายแทน!เรื่องราวเลยเถิดถูกแจ้ง 3 ข้อหา 1.เสพวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (คีตามีน)2.เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและ 3.ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินหลังเรื่องบานปลายเลยต้องรีบไกล่เกลี่ยจ่ายเงินผู้เสียหายทั้งหมดไปกว่า 3 ล้านบาท!ส่วนคนที่แอบอ้างเป็นบิ๊กดีเอสไอทำให้หน่วยงานเค้าเสียหาย ตรวจสอบพบว่า เป็นแค่อดีตเจ้าหน้าที่ธุรการดีเอสไอ ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อปี 2557 ข้อหาเรียกเอาทรัพย์ ตบทรัพย์!คณะทำงานอยู่ระหว่างเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ความผิดฐานแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน การกระทำดังกล่าวถือว่าทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุรถยนต์อาจโดนข้อหาเมาขับ กลับกลายเป็นคดีเสพแล้วขับ มันหนักกว่ากันเยอะ!เห็นหรือยังว่า เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ในพริบตา?สหบาท