ตบหน้าสภาฯไทย สื่อรัฐสภาตั้งฉายา “3 วันหนี 4 วันล่ม” ประจานล่มซ้ำซาก เหน็บวุฒิสภา “ตรา ป.” มรดกบาป คสช. ประธานสภาฯกลายเป็น “ชวน ซวนเซ” เหตุเพราะถูก ส.ส. ท้าทายลูบคมจนเสียหลัก ไม่ยำเกรงบารมีเหมือนในอดีต ขนานนามประธานวุฒิสภา “พรเพชร พักก่อน” โดน ส.ส.-ส.ว.รุมจวกทักท้วงไม่พอใจ แซะผู้นำฝ่ายค้าน ออร่าหดหาย ไปรับไม้ หน.เพื่อไทย ขาดอิสระกลายสภาพเป็นหมอ (ง) ชลน่าน “มงคลกิตติ์” หิวแสงทุกเรื่อง รับตำแหน่งดาวดับ “บิ๊กป้อม” ชี้นิ้วใส่ “ประยุทธ์” มัดคอ “นี่ครับคนปฏิวัติ” ได้วาทะแห่งปี ส่วนเหตุการณ์แห่งปีคือการล้มโต๊ะกฎหมายลูก เกมพลิกสูตรหาร 100 “กิตติศักดิ์-โรม” รับบทคู่กัดแห่งปี “ชวน” โต้ซวนเซเพราะไม่ตามใจ ส.ส. ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกไม่ลงมติ ขึงเวทีกระชากหน้ากากถล่มคนดี กลางเดือน ม.ค.66 ทสท.-สอท.จบดีลลงตัวควบรวมพรรค “สมคิด-สุดารัตน์” นำทีมเปิดฉากค่ายใหม่สู้ศึกเลือกตั้งสื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งฉายาประจำปี 2565 เพื่อสะท้อนภาพรวมการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะปัญหาการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ที่เกิดปัญหาสภาฯล่มซ้ำซากมาอย่างต่อเนื่อง ฉายาสภาปี 65 “3 วันหนี 4 วันล่ม”เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้งฉายาสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปี 2565 ตามธรรมเนียมปฏิบัติของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาทุกปี ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว.อย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนความคิดเห็นการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา โดยมีฉายาดังนี้ 1.สภาผู้แทนราษฎรได้รับฉายา “3 วันหนี 4 วันล่ม” เนื่องจากการประชุมของ ส.ส.ตลอดปี 2565 ประสบแต่ปัญหาสภาล่มซ้ำซาก ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่จนส่งท้ายปี ทำให้การทำงานล่าช้า โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน มักเล่นเกมนับองค์ประชุม ทั้งที่ฝ่ายตนก็ขาดประชุม และ ส.ส.รัฐบาลก็ไร้ความรับผิดชอบในการรักษาองค์ประชุมทั้งที่เป็นเสียงข้างมาก มิหนำซ้ำช่วงท้ายวาระการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ต่างหนีลงพื้นที่หาเสียงก่อนเลือกตั้ง ละเลยการประชุม ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญ ด้วยเหตุเหล่านี้จึงเป็นที่มาของฉายาดังกล่าววุฒิสภาถูกสื่อตั้งให้ “ตรา ป.”2.“วุฒิสภา” ได้รับฉายา “ตรา ป.” เพราะตลอดปี 2565 ส.ว.ยังคงทำหน้าที่รักษามรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในการลงมติพิจารณาเรื่องสำคัญแต่ละครั้ง ก็ไม่มีแตกแถว เพื่อประโยชน์ของ 2 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประวิตร โดยเฉพาะในการแก้รัฐธรรมนูญ และปัจจุบัน ส.ว.ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุน ป.ประยุทธ์ และฝ่ายสนับสนุน ป.ประวิตร จนกระทั่งล่าสุด มีการเช็กชื่อแล้วว่า ส.ว.คนไหนจะสนับสนุน ป.ใดเป็นนายกรัฐมนตรีประธานสภาเป็น “ชวน ซวนเซ”3.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา “ชวน ซวนเซ” เนื่องจากการทำหน้าที่ของนายชวน จากที่เคยได้รับความเคารพ และเชื่อฟังจาก ส.ส.รุ่นน้อง สามารถยุติข้อขัดแย้งต่างๆได้ แต่ในปีนี้กลับตรงกันข้ามคือ ถูกลดความยำเกรง ไม่ได้รับการยอมรับ และยังถูก ส.ส.ท้าทาย จนหลายครั้งกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประสานงานของวิปรัฐบาลที่ไม่ดีพอ จนทำให้นายชวน ซวนเซ เสียหลักไปด้วยประธานวุฒิฯได้ “พรเพชร พักก่อน”4.นายพรเพชร วิชิตชลชัย “ประธานวุฒิสภา” ได้รับฉายา “พรเพชร พักก่อน” การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมของนายพรเพชรตลอดปี 2565 มักโดน ส.ส.-ส.ว.ทักท้วง จนบางครั้งได้แสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านสีหน้า และไม่สามารถควบคุมการประชุมร่วมรัฐสภาให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น มักถูก ส.ส.ประท้วงว่า ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล เหมือนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มากกว่าทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า นายพรเพชรควรพักก่อนหรือไม่?แซวผู้นำฝ่ายค้าน “หมอ (ง) ชลน่าน”5.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา “หมอ (ง) ชลน่าน” แม้นพ.ชลน่านจะมีความโดดเด่นในการทำหน้าที่จนได้รับฉายาดาวเด่นเมื่อปี 2564 แต่เมื่อได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ จริง กลับหมอง การอภิปรายในสภาไม่โดดเด่นเหมือนอดีต ได้ทำหน้าที่ในนามหัวหน้าพรรคเท่านั้นขาดอิสระ 6. ดาวเด่น ปี 2565 ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาเห็นว่า “ไม่มีผู้ใดเหมาะสม” และโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว “มงคลกิตติ์” รับตำแหน่งดาวดับ7.“ดาวดับ’65” ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน โหนกระแสสังคม เพื่อหาพื้นที่ให้ตัวเอง ทั้งคดีนักแสดงสาว “แตงโม” การว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงของ “โตโน่” รวมถึงกรณี “เรือหลวงสุโขทัยอับปาง” ล้วนแต่เป็นความพยายามหาซีนของ ส.ส.เต้ ทั้งที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้อง และมักแสดงความเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่อง ทั้งที่ไม่ได้รู้จริง ดังนั้น แม้นายมงคลกิตติ์ จะพยายามหาแสงให้ตัวเองมากเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียง “ดาวดับ” และตัวตลกสีสันการเมืองเท่านั้น“นี่ครับคนปฏิวัติ” ได้วาทะแห่งปี8.“วาทะแห่งปี’65” ได้แก่ “เรื่องปฏิวัติผมไม่ได้เกี่ยวข้อง นี่ครับคนปฏิวัติ...ท่านนายกฯ คนเดียว” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี ที่เกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อ 20 กรกฎาคม 2565 และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่นั่งอยู่ข้างกัน ดูจะไม่ยี่หระกับคำพูดดังกล่าว แต่กลับยกมือ ยิ้ม ยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ ท่ามกลางเสียงปรบมือของ ส.ส.อย่างชอบใจ ทั้งที่ตัวเองก็มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นการพูดและกระทำเช่นนี้ จึงไม่ควรเกิดขึ้นในองค์กรนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และการปฏิวัติ-รัฐประหาร ยังเป็นการกระทำที่ผิดครรลอง และทำลายระบอบประชาธิปไตยด้วยล้มโต๊ะ ก.ม.ลูกได้เหตุการณ์แห่งปี9.เหตุการณ์แห่งปีคือ “เกมพลิกสูตรหาร 100” โดยมีความพยายามของ ส.ส. และ ส.ว.ทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ทันกำหนดเวลา เพื่อพลิกสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากหาร 500 กลับไปเป็นสูตรหาร 100 ตามเดิม ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐสภาทุ่มเทให้ความสำคัญ ใช้ช่องของรัฐธรรมนูญกับผลประโยชน์พรรคพวกตัวเอง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง โดยไม่ได้คำนึงว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์ใดๆ“กิตติศักดิ์–โรม” เป็นคู่กัดแห่งปี10.คู่กัดแห่งปี ได้แก่ “นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ” สมาชิกวุฒิสภา และ “นายรังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่ทั้งคู่ได้มาประชุมร่วมกัน หลายครั้งเกิดวิวาทะแบบไม่ลดราวาศอก ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นการกู้ยืมเงินกองทุน กยศ. ที่เริ่มต้นจากการอภิปรายของนายรังสิมันต์ มักพาดพิงที่มาของ ส.ว.บ่อยๆ จนทำให้นายกิตติศักดิ์ประท้วง และดึงเรื่องหนี้ กยศ. มาตอบโต้นายรังสิมันต์ ให้สำเหนียกตัวเอง เพราะไม่ยอมชำระหนี้ จนนายรังสิมันต์โต้แย้งกลับว่า ได้ชำระหนี้ กยศ.จนครบถ้วนแล้ว 11. “คนดีศรีสภา’65” ปี 2565 นี้ ถือเป็นปีที่ 4 ที่ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภายังไม่เห็นว่าจะมี ส.ส. หรือ ส.ว.คนใด เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว“ชวน” โต้ซวนเซเพราะไม่ตามใจ ส.ส.เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อมวลชนสภาตั้งฉายา “ชวน ซวนเซ” ว่า ไม่เซ ไม่เมา ก็ไม่เซ เราต้องมั่นคง การยึดหลักการอาจเป็นไปได้ที่สมาชิกไม่เห็นด้วย เช่นลงมติว่า เรื่องนี้ควรจะลงมติใหม่หรือไม่ สมาชิกส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยและคัดค้าน แต่ประธานยึดว่า หลักเป็นอย่างไร ไม่สามารถเบี่ยงเบนเป็นอย่างอื่นได้ จะไปซวนเซอะไรไม่ได้ สมาชิกไม่พอใจก็เป็นไปได้ เป็นเรื่องธรรมดา ไม่พอใจเพราะเราไม่ตามใจ ดังนั้น หลักก็ต้องมั่นคง ส่วนฉายาสภา “3 วันหนี 4 วันล่ม” ต้องให้ความเป็นธรรมกับสภาว่า ไม่ได้เกิดบ่อย เพียงแต่ช่วงปลายมีปัญหาหน่อย แต่สภาชุดนี้ก็มีผลงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา“ส.ส.เต้” รับหน้าชื่นหิวแสงนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีสื่อประจำรัฐสภายกให้เป็น “ดาวดับ” ว่า ตกใจที่ได้ฉายา ไม่โกรธแต่ภูมิใจ เป็น ส.ส.มา 4 ปีไม่ติดชาร์ต มีติดชาร์ตครั้งเดียวตอนได้เป็นคู่กัดแห่งปี คิดว่าสื่อคงเอ็นดู จำเป็นต้องหาแสง ถ้ามีแสง ประชาชนจะได้เห็นว่าทำงาน การได้ฉายาดาวดับเหมือนกับให้แสงมาอีก ตนมีหลายหน้าที่จะบอกไปยุ่งทุกเรื่องก็ไม่ได้ ยอมรับเป็น ส.ส.หาแสงจะได้ทำงานสะดวก ที่ผ่านมาผมทำงานหลายหน้าที่ แต่ไม่ได้ซื้อเสียง ไม่ทุจริต หาเสียงทางสื่อโซเชียลมีเดีย จากการทำงานที่มีแสงเยอะๆ ขอให้ภูมิใจในตัวผมเพราะทำหน้าที่ได้ 100%รับภาพลักษณ์สภาฯไม่ดีถูกใจชื่อ ส.ว.นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพท. ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฉายาสภาฯปีนี้ยอมรับภาพออกมาเช่นนั้น ความรู้สึกสังคมอาจสอดคล้องอยู่ แต่เสียดายทำให้ภาพลักษณ์สภาฯไม่ดี แล้วถามว่าโทษใคร โทษฝ่ายค้านโยนความผิดให้รัฐบาลหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะการนับองค์ประชุมมีทุกยุค แต่รัฐบาลก่อนๆไม่ให้เกิดเรื่องนับองค์ประชุม แต่ครั้งนี้นับองค์ประชุมล่มแล้วล่มอีก ไม่ได้โทษรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่น่าปล่อยเรื่องนี้เกิดขึ้น ขณะที่ฉายาประธานสภาฯ “ชวน ซวนเซ” ไม่เห็นด้วย เพราะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ดี มีบารมี มีหลักอยู่ แต่จะทำเสร็จเรียบร้อย 100% คงไม่ใช่ ถ้าเป็นประธานคนอื่นอาจไม่ใช่อย่างนี้ ขอความเป็นธรรมด้วย ไม่ถึงซวนเซ แต่บารมีไม่ถึงร้อย ฉายาวุฒิสภา “ตรา ป.” ถูกที่สุด ส.ว.ทำงานภายใต้ธงรัฐบาล ไม่แตกแถว ขณะที่วาทะแห่งปีไม่น่าเกิดในสภาฯ ไม่น่ายอมรับสารภาพ ไม่คิดว่าจะจำนนต่อสภาฯ พอหลุดมาก็จำนนต่อทั้งประเทศ เด่นจริงๆ จับโจรสารภาพต่อหน้าศาล “ชลน่าน” โต้มีอิสระทำงานเต็มที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงฉายาสภาฯปี 2565 “3 วันหนี 4 วันล่ม” ว่า เป็นเรื่องจริง เป็นคำตอบบอกประชาชนว่ารัฐบาลจากเสียงข้างน้อยที่ใช้กลไกกฎหมาย รัฐธรรมนูญกระบวนการที่มิชอบ จะสร้างปัญหาในสภาฯมาก เกิดสภาฯกล้วย ถึงยุคนี้ใช้คำว่า money politic หรือธนกิจการเมือง ภาพ “3 วันหนี 4 วันล่ม” จึงชัด เป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสียงข้างมากที่แท้จริงในสภาฯ ส่วนฉายา “หมอ(ง) ชลน่าน” ไปอ่านเหตุผลเข้าใจได้ เปรียบเทียบกับปี 2564 เป็นสมาชิกทั่วไป ไม่ใช่หัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านจะเป็นอีกบทบาทหนึ่ง แต่ที่ไม่ตรงคือการขาดความเป็นอิสระ ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง เป็นองค์กรและสถาบันทางการเมืองมีรูปแบบการบริหารตามตัวบทกฎหมาย มีความเป็นอิสระเต็มที่เท่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำ ส่วนวาทะแห่งปี 2565 ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ สะท้อนภาพการเมืองได้แจ่มชัด ไม่มีคำพูดใดจะทำให้จดจำไปมากกว่านี้ เป็นการรับสารภาพกลางสภาฯว่า คนนี้คือคนที่ยึดอำนาจ ถือว่าเหมาะสมยิ่งไม่กังวล พท.โดนยื่นยุบพรรคนพ.ชลน่านยังกล่าวถึงกรณีการยื่นยุบพรรคเพื่อไทย กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้าครอบงำกิจการของพรรคว่า ไม่กังวลทางกลับกันอาจเป็นผลดี สร้างโอกาสให้พรรคมีคนช่วยโฆษณาให้ประชาชนรับรู้ ตอกย้ำกระแสพรรค พท.แลนด์สไลด์ แต่คนที่ไปยื่นเรื่องต่อ กกต.ถ้าพบว่าเป็นการร้องเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมายได้ ส่วนการคิกออฟติดตั้งป้ายหาเสียงนโยบายพรรคพร้อมภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานด้านการมีส่วนร่วม และนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ต่างๆนั้น นโยบายพรรคเปิดตัวไปแล้ว 8 นโยบายคู่กับภาพของ น.ส.แพทองธาร โดยกำหนดจะติดตั้งป้ายทั้ง 400 เขต เขตละ 100 ป้าย พรรคเพื่อไทยได้ปฏิบัติตามกรอบข้อกำหนด กกต. ช่วงระยะ 180 วันถึงการเลือกตั้ง ให้นับเป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งต้องแจ้ง กกต.ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกไม่ลงมติต่อมาเวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 โดยนายชวนกล่าวว่า ช่วงเวลาการอภิปรายน่าจะหลังจากกลางเดือน ม.ค.66 ไปแล้ว ต้องไปหารือฝ่ายรัฐบาลมีความพร้อมเมื่อไร ถึงจะบรรจุญัตติเข้าสภาฯ เพราะก่อนกลางเดือน ม.ค.66 จะประชุมร่วมรัฐสภาตามที่ฝ่ายค้านเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. โหวตเลือกนายกฯและการโหวตเลือกนายกฯให้มาจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา หรือมาจาก ส.ส.ในสภาฯเท่านั้นกระชากหน้ากากคนดีถล่มนพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 152 ภายใต้ยุทธการ “ถอดหน้ากากคนดี” จะอภิปรายให้เห็นถึงการบริหารงาน ราชการแผ่นดินที่บกพร่อง ไม่ได้ทำตามคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ครอบคลุมทุกมิติทั้งการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ฝ่ายค้านจะกระชากหน้ากาก อภิปรายให้เห็นว่า ภายใต้หน้ากากคนดีที่อยู่มา 8 ปี เนื้อแท้ของคนดีเป็นอย่างไร ประชาชนจะได้ร่วมตรวจสอบ นำไปตัดสินใจในการเลือกตั้งปี 2566 การอภิปรายครั้งนี้สมาชิกเจาะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเรื่องพฤติการณ์ หน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระที่เตรียมไว้ตามกรอบญัตติที่เกี่ยวข้องกับผู้ใด จะถูกซักถามหรือสอบถาม เป็นหน้าที่รัฐมนตรีนั้นๆต้องตอบ เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตจะละเว้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นพ.ชลน่านตอบว่า เนื้อหาญัตติเขียนคลุมถึงความรับผิดชอบของ พล.อ.ประวิตรด้วยมีอยู่ครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นจำเลยหมายเลข 1 พล.อ.ประยุทธ์คือเป้าหลัก เพราะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทุกพรรคพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า การอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ถึงแม้ ส.ส.จะโหวตไม่ได้ แต่ประชาชนนำไปตัดสินใจโหวตแทน ส.ส.ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า“แฮงค์” ชี้ “สามมิตร” ไม่จำเป็นไปด้วยกันเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองว่า เรื่องการเมืองตนในฐานะที่อยู่พรรคพลังประชารัฐ ณ ปัจจุบันนี้ยังเป็นห่วง กังวลความไม่แน่นอนทางการเมืองของหลายฝ่าย การตัดสินใจทางการเมืองต้องมีไทม์ไลน์ เพราะตนมีคนที่เคารพรักอยู่ การตัดสินใจจึงต้องคิดพอสมควร มั่นใจว่าการตัดสินใจจะไม่กระทบต่อการลงพื้นที่หาเสียง ประชาชนเข้าใจที่เราตัดสินใจตอนนี้อยู่ พปชร.อนาคตว่ากันอีกครั้งเมื่อถามว่าจะไม่มีพลิกขั้วทางการเมืองไปอยู่กับฝ่ายค้านหรือพรรค พท.ใช่หรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ตอนนี้มีแต่ฝั่งนี้ ส่วนอนาคตว่ากันอีกครั้งนึง ยังไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่าการตัดสินใจจะคิดคนเดียวหรือคิดร่วมกับกลุ่มสามมิตร นายอนุชากล่าวว่า ตนตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเงื่อนไขว่าไปด้วยกันทั้งหมด เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ชักชวนให้ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติหรือยัง นายอนุชากล่าวว่า ยังไม่เคยพูดคุย เมื่อถามย้ำว่า แต่มีกระแสข่าวจะไปพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอนุชาถามกลับว่า “กระแสเป็นอย่างนั้นหรือ” สะพัด “มิ่งขวัญ” ยื่นใบลาออกแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 28 ธ.ค.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรค พปชร. ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว หลังเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้แค่ 22 วัน เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรค เพิ่งนำแกนนำพรรคแถลงเปิดตัวนายมิ่งขวัญ ที่ชิงเสนอตัวขอเป็นแคนดิเดตนายกฯอีกคนของ พปชร. ให้เหตุผลเพื่อไปดีเบตได้ แต่เกิดกระแสต่อต้านใน พปชร.“วิรัช-สุรสิทธิ์”ปฏิเสธแค่ข่าวลือเมื่อเวลา 17.00 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะกรรมการบริหารพรรค กล่าวยืนยันไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะลาออกที่พรรค พปชร.หรือที่ กกต. นายมิ่งขวัญยังอยู่ช่วยทำงานในพรรค และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งได้รับมอบหมายงานจาก พล.อ.ประวิตรไปทำอยู่เลย และเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ยังได้พบปะพูดคุยกับนายมิ่งขวัญเป็นปกตินายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ นายทะเบียนพรรคพปชร. กล่าวว่า ยืนยันไม่มีใบลาออกของนายมิ่งขวัญยื่นเข้ามาที่พรรค เบื้องต้นเช็กไปที่ กกต.ไม่มีเช่นกัน นอกจากนี้ผู้ใหญ่ในพรรค พปชร.ติดต่อสอบถามนายมิ่งขวัญหลังจากมีข่าวออกมาแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ไปยื่นใบลาออกที่ไหน ยังคงทำงานอยู่กับพรรคตามปกติ“บิ๊กป้อม” ห้ามทหาร–ตร.รับใต้โต๊ะก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 06.00 น. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม นำ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกลาโหม พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ.ตัวแทน ผบ.ทบ. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา รอง ผบ.ทอ. ตัวแทน ผบ.ทอ.และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.เข้าอวยพรและขอพรปีใหม่ โดยร่วมรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยเรายังมีประชาชนยากจน ทหารตำรวจยังคงเป็นเครื่องมือหลักนำพาประเทศไป ฝากไปถึงกำลังพลให้ตระหนักถึงเงินภาษีที่ได้รับไปเป็นเงินเดือน ต้องทำงานให้เกิดประโยชน์ด้วยความสุจริต ต้องไม่มีรับเงินใต้โต๊ะยักคิ้วไม่ตอบมือ ศก.ไขก๊อกต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้อนรับนายอูก ซอร์พวน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะอำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ เมื่อมาเจอสื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตรทักทายสีหน้ายิ้มแย้ม บอกให้ระวังขบวนรถที่จะเข้ามารับ ผู้สื่อข่าวพยายามถามประเด็นต่างๆ เช่น พรรค พปชร.ระบุจะเป็นนายกฯคนที่ 30 รวมกรณีการทุจริตของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปมเรียกรับสินบน และความขัดแย้งการแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวงของกระทรวงเกษตรฯจนเกิดวิวาทะกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ โดย พล.อ.ประวิตรบอกว่า ให้ถามทีละคนๆ แต่ไม่ได้หยุดให้สัมภาษณ์ เดินขึ้นรถทันทีกระทั่งเวลา 16.30 น. หลังจาก พล.อ.ประวิตรเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรยังคงมีท่าทีอารมณ์ดี เดินยิ้มแย้มไม่หงุดหงิด แต่ไม่ได้ตอบ ผู้สื่อข่าวพยายามตามถามไปจนขึ้นนั่งอยู่บนรถมีเพียงรอยยิ้มพร้อมยักคิ้วโบกมือบ๊ายบายให้ ก่อนรถเคลื่อนออกจากทำเนียบรัฐบาล “วิษณุ” ปัด 3 ป. เปิดศึกงัดข้อตั้งอธิบดีที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปัญหาการแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวง และการบินการเกษตรที่มีการถกเถียงกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ว่า เป็นเรื่องธรรมดาในการประชุมที่มีการทักท้วงตั้งข้อสังเกตเคยเกิดเสมอ ครั้งนี้บังเอิญนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เจ้าของเรื่องไม่ได้มาประชุม มาแต่ รมช.ที่บังคับบัญชากรมฝนหลวงและการบินการเกษตร มีสิทธิ์ที่จะทักท้วงเพื่อไปหารือกับ รมว.เกษตรฯ ปกติแล้วอำนาจแต่งตั้งเป็นของ รมว.ถึงจะแบ่งงานให้ รมช.ทำ ก็จะยกเว้นเรื่องบริหารงานบุคคล เหมือนกับนายกฯเวลามอบหมายงานรองนายกฯจะยกเว้นบริหารงานบุคคล บังเอิญ รมว.ไม่ได้มาแล้วติดต่อไม่ได้ก็เลยลังเลว่าจะทำอย่างไร ดังนั้น ต้องเคารพ รมว.เลยรอเอาไว้ที่จะถาม รมว. ให้ชัดเจน เอาไว้พูดกันใหม่ในการประชุม ครม.วันอังคารหน้า เว้นแต่ รมว.ยืนยันตามนั้นทุกอย่างก็ไม่มีอะไรต้องเข้า ครม. การทักท้วงไม่แปลกประหลาด ไม่ใช่ 3 ป.ตีกัน อะไร ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งกลับลำไม่ตอบอนาคตการเมืองนายวิษณุกล่าวถึงอนาคตทางการเมืองหลังนายกฯประกาศไปร่วมงานพรรค รทสช.ว่า นายกฯยังไม่เคยมาพูดอะไรกับตน รอให้ท่านพูดก่อน เมื่อถามว่ายังพร้อมและทำงานไหวใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เครื่องซักแห้งนี้มันมียี่ห้อของมัน และตนก็มีหลานให้เลี้ยง 1 คน หรืออนาคตอาจจะเป็น 2 คน เหมือนนักการเมืองคนอื่น เลี้ยงหลานอาจเลี้ยงไม่ได้เท่าไหร่ แต่ว่ามีความสุขกับการทำงานอย่างอื่นมากกว่า เมื่อถามย้ำว่ายังทำงานการเมืองไหวอยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า “คุณอย่ามายุ่งอะไรกับผมเลย วันนี้ผมอยู่ อนาคตต้องมีประเทศไทย มิยอมให้ผู้ใดมาย่ำยี อนาคตไม่มีใครรู้ แต่เขาขอร้องให้คุณอยู่ มันต้องถึงเวลาค่อยพูดกัน” ก่อนหน้านี้นายวิษณุ เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งอาจพิจารณาเลิกทำงานหลังสิ้นสุดรัฐบาลนี้เพื่อเอาเวลาไปเลี้ยงหลานหยุดใช้คำเนรคุณด้อยค่า ภท.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงปีหน้าจะมีนักการเมืองทยอยเข้าร่วมพรรคอีกว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ถ้าคนจะวิ่งเข้าพรรค ภท.แตกต่างจากอดีตตรงไหน ไม่เห็นเป็นนวัตกรรมใหม่ เรื่องปกติ ไปมองว่าเป็นงูเห่าหรือพลังดูด ใครจะมาเรายินดีหมด ใครจะไปต้องบอกว่าโชคดี ไม่มีโกรธกัน สบายใจได้ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ เราไม่มีไล่ส่ง ไม่แดกดัน ไม่ด้อยค่า หรือไปดูถูกพรรคที่ไปสังกัด เราไปด่าเขาเท่ากับไปด่าประชาชนที่สนับสนุนเขา คำว่าเนรคุณไม่สมควรใช้ในทางการเมืองเพื่อโจมตีกัน ผลิตวาทกรรมขึ้นมา ความเป็นจริงไม่มี หัวหน้าพรรคคนไหนจะมีบุญคุณมากพอจะให้ลูกพรรคติดหนี้บุญคุณถึงใช้คำว่าเนรคุณได้ เพราะทุกคนเข้ามาเพราะประชาชน“เสี่ยต่อ” ปลื้มคนชอบประกันรายได้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กล่าวถึง ผลงานในรอบปี 2565 ว่า ผลสำรวจโพลหลายสํานัก ประชาชนชื่นชอบผลงานกระทรวงเกษตรฯมากที่สุด ล่าสุด สวนดุสิตโพลสำรวจพบว่า ที่ประชาชนชื่นชอบ เป็นอันดับ 1 คือ นโยบายการประกันรายได้เกษตรกร รองลงมาคือการประกันภัยพืชผล และตลาดนำการผลิต ส่วนโครงการที่ประชาชนเห็นว่าประสบผลสำเร็จมากที่สุด คือ โครงการเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดภัย การบริหารจัดการและพัฒนาแหล่งน้ำ และปฏิบัติการฝนหลวง ตามลำดับ ทั้งยังต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำหนี้สิน/กองทุน และเยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ รวมถึงยังเชื่อมั่นในกระทรวงเกษตรฯ ที่ยังคงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยตนได้ผลักดัน 5 ยุทธศาสตร์ นโยบายหลัก 15 ด้าน อย่างต่อเนื่อง เน้นทํางานเชิงรุกสโลแกน ลูกผู้ชาย พูดคำไหน ต้องเป็นคำนั้น ยึดมั่นสัญญาทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ครอบครัวเกษตรกรคือ ครอบครัวเฉลิมชัยพท.เลือดไหลออก ส.ส.นนท์ตีจากผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง หรือ กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 28 ธ.ค. โดยนายวันชัย เตรียมสมัครเป็น สมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อลงสมัคร ส.ส.นนทบุรีทสท.–สอท.ลงตัวนัดถกควบรวมผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และสร้างอนาคตไทย (สอท.) ได้แจ้งเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าวการหารือระหว่างพรรค ทสท.กับพรรคสอท.ที่ร้านอาหาร Corner สุขุมวิท 26 ในวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. โดยในการหารือดังกล่าว มีแกนนำคนสำคัญของทั้ง 2 พรรค เข้าร่วมอย่างพร้อม เพรียง ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ทสท.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค สอท.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสอท. นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ประเทศ พรรค ทสท.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ พรรค สอท.หลังจากมีกระแสข่าวมาตลอดว่าทั้ง 2 พรรค มีการเจรจากันมาตลอดเพื่อควบรวมพรรค แต่ติดเงื่อนไขในรายละเอียดจนยืดเยื้อ กระทั่งเจรจาลงตัว“โภคิน” ชี้อุดมการณ์ต้องตรงกันนายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ประเทศ พรรค ทสท.ให้สัมภาษณ์ว่า การหารือจะพูดกัน ถึงอุดมการณ์ นโยบาย และความเสียสละของคนที่จะ มาทำงานร่วมกัน เนื่องจากเราเห็นว่าประเทศตกต่ำอย่างถึงที่สุด ต้องเลือกระหว่างเส้นขนานไม่ขั้วหนึ่งก็อีกขั้ว บนพื้นฐานความหวาดระแวงและเกลียดชัง กันและกัน ต้องปล่อยวางจากวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ร่วมกันสร้างกติกาสูงสุดคือรัฐธรรมนูญ ปลดปล่อยผู้คนจากพันธนาการกฎระเบียบต่างๆ สร้างพลังให้ประชาชนทำมาหากิน ถ้าเห็นพ้องกัน ก็มาดูเรื่องความร่วมมือสร้างทางออกของบ้านเมือง เพราะเป้าหมายสูงสุดคือ ให้คนไทยได้รับการดูแลสูงสุดตั้งแต่เกิดจนแก่ ขอให้รอดู ไม่อยากให้พูดถึงตำแหน่งหรือผลประโยชน์ต่างๆ แต่อยากให้มองว่า พวกเราจะเสียสละทำงานให้ประชาชนอย่างไร ต้องเริ่มที่อุดมการณ์และความเสียสละ ถ้าผ่านตรงนี้ได้อย่างอื่นจะตามมา“วัชระ” ยัน สอท.ไม่คิดหยุดเดินที่พรรคสร้างอนาคตไทย นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค สอท.และประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลางว่าวันนี้ทุกคนมั่นใจ สอท.ยังเดินต่อ และไม่เคยคิดที่จะหยุดเดิน การเมือง และพรรค สอท.เปรียบเสมือนชายหนุ่มรูปงามที่จบปริญญาเอก มีความรู้ดี ทรงดี มีฐานะพออยู่พอกิน พอเลี้ยงตัว และคนในครอบครัวได้ ไม่ได้ร่ำรวยมหาศาล ไม่ใช่ลูกเสี่ย หรือลูกเจ้าสัวมาตั้งแต่เกิดที่มีเงินมหาศาล ที่จะทุ่มเทหรือจ่ายไม่อั้น ส่วนเรื่องการควบรวมพรรคก็เหมือนการหาเจ้าสาวมาร่วมชีวิต ที่ต้องหาคนดีๆเคมีเข้ากันส่งเสริมกันและกันได้