มาตรการของขวัญปีใหม่ที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมอบให้กับประชาชน คงไม่ใช่เรื่องการยุบสภาแน่นอน ตามที่ กระทรวงการคลัง เคยเกริ่นเอาไว้ ได้แก่ มาตรการลดหย่อนภาษี ซึ่งทำมาทุกปี ได้แก่ ช้อปดีมีคืน โดยจะขยายวงเงินในการนำมาลดภาษีสูงสุด 40,000 บาท เป็นการซื้อสินค้าและบริการ 30,000 บาท และการช็อปทางออนไลน์อีก 10,000 บาท โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.ปีหน้างานนี้คาดรัฐจะสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีไม่น้อยกว่า 8 พันล้านบาทโดยตั้งเป้าว่าจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กว่า 5 หมื่นล้านบาท ส่วนมาตรการที่โดนใจชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ คนละครึ่ง กระทรวงการคลังตัดออกไปเรียบร้อย ทั้งๆที่เป็นมาตรการช่วยลดค่าครองชีพได้ดีมาก ขณะที่รัฐ ไปมุ่งส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า โดยการลดภาษีให้เพื่อเป็นการจูงใจก็จะได้อานิสงส์เฉพาะคนที่พอมีจะกินและอุตสาหกรรมยานยนต์บางประเภท เท่านั้นการยืมเงินจาก กยศ. โดยไม่คิดดอกเบี้ย เพื่อการศึกษาของชาติถือว่ามาถูกทาง แต่หนี้เสีย หนี้คงค้างจะจัดการอย่างไร จะเก็บทั้งต้นทั้งดอกหรือให้คืนเฉพาะเงินต้น เป็นปัญหาของนักศึกษาจบใหม่ที่ยังหางานทำไม่ได้ ครอบครัวเดือดร้อน ที่รัฐจะต้องหาทางออกให้ด้วยเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บางทีการปฏิบัติก็สวนทางกับนโยบาย การท่องเที่ยวไทย ตั้งใจจะขายธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม วัฒนธรรมที่ดีของไทย แต่กลับสนับสนุนให้เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะได้จนถึงตี 4 เลยไม่รู้ว่าจะสนับสนุนใครกันแน่ เราเที่ยวด้วยกันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ มอบส่วนลดห้องพักสูงสุดไม่เกิน 3 พันบาท คูปองอาหารไม่เกิน 600 บาท สิทธิขอคืนค่าตั๋วเครื่องบินรวมแล้วต้องใช้งบฯไม่ต่ำกว่า 8.7 พันล้านบาท ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 12 ล้านคน เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหลายแสนล้านส่วนที่ยังให้ชาวบ้านแบกภาระต่อไป ค่าไฟ ค่าแก๊ส ก็คงต้องตรึงราคาไม่ให้มากไปกว่านี้ ต้นปีหน้าการชดเชยค่าแก๊ส ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะหมดโปรโมชัน ยังไม่มีความชัดเจนจะต่ออายุให้หรือไม่ คนชรา คนพิการ ยังได้รับอานิสงส์ต่อไป ทั้งหมดนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ นอกจากการขายหวยออนไลน์ผ่านแอป เป๋าตังค์ ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอ้างอิงข้อมูลจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน ตัวเลขจากสภาพัฒน์ เห็นทิศทางเศรษฐกิจเป็นบวกทั้งการลงทุนและการบริโภค รวมทั้ง ภาคการท่องเที่ยว ที่จะฟื้นในปี 2566-2567 คาดนักท่องเที่ยวมีจำนวน 22 ล้านคนและ 31.5 ล้านคนตามลำดับ ตัวเลขการส่งออก ที่ปีนี้หดตัวเหลือร้อยละ 7.4 โดยปีหน้าจะขยายตัวลำบากเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังกังวลคือ การหดตัวการลงทุนภาครัฐ ในปีนี้ติดลบ 1.5% การอุปโภคภาครัฐ ก็ติดลบ 0.2% ความหวังจึงอยู่ที่การท่องเที่ยวและการเติบโตของภาคเอกชน ให้ภาคเอกชนนำภาครัฐ เลิกลดแลกแจกแถมโดยไม่มีสาเหตุพอจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์บ้าง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th