สำนักข่าวต่างประเทศยังคงรายงานเกาะติดบรรยากาศในประเทศจีน หลังช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวจีนในเมืองต่างๆไม่ว่ากรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ เมืองเฉิงตู หรือเมืองอู่ฮั่น รวมตัวกันชุมนุมแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด หรือโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีน และมีบางส่วนยังแสดงความไม่พอใจต่อนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยตรงทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเมืองใหญ่ของจีนต่างเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเดินลาดตระเวนตามจุดต่างๆรวมถึงพื้นที่ที่เคยเป็นสถานที่การชุมนุม หลังมีการกระจายข่าวกันในแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียอย่างเทเลแกรม (ซึ่งทางการจีนไม่อนุญาตให้ใช้งาน) ว่าควรมีการจัดการชุมนุมอีกตามสถานที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ระบุว่า ไม่มีผู้ชุมนุมปรากฏตัวแต่อย่างใดและมีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจีนขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อดูว่ามีแอปพลิเคชันที่ทางการไม่อนุญาต หรือแอปพลิเคชันวีพีเอ็น โปรแกรมใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตต่างประเทศหรือไม่ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในนครเซี่ยงไฮ้ พนักงานผับบาร์ได้เปิดเผยว่า ถูกทางการสั่งให้ปิดให้บริการหลัง 22.00 น. เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 และบริเวณหน้าทางเข้าออกสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประจำการอยู่เป็นกลุ่มๆ ทั้งมีรถตำรวจจอดเรียงรายอยู่ริมทางเท้าเอเอฟพียังรายงานต่อไปว่า ได้รับการเปิดเผยจากหญิงชาวจีนไม่ขอระบุนามว่า ตัวเองและเพื่อนที่เข้าร่วมการชุมนุมวันก่อนได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ชี้แจงว่าไปทำอะไรอยู่ในพื้นที่การชุมนุม ขอชื่อนามสกุล เข้าในพื้นที่กี่โมง กลับกี่โมง มีผู้ชุมนุมจำนวนเท่าไร และทราบข่าวสารเกี่ยวกับการชุมนุมได้อย่างไร พร้อมชี้แจงว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย หากมีความประสงค์อยากร้องเรียนอะไรให้ยื่นเรื่องเข้ามาตามช่องทางปกติ หญิงรายดังกล่าวยังเปิดเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่ที่โทร.มาสอบถามพูดด้วยเสียงปกติ ไม่ได้ข่มขู่อะไร และขอเรียกร้องให้อย่าเข้าร่วมการชุมนุมในอนาคต แต่สำหรับเพื่อนอีกรายที่ไม่ได้รับสายโทรศัพท์ มีเจ้าหน้าที่ไปเคาะประตูถึงหน้าประตูห้อง เอเอฟพีระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่จีนทราบตัวตนของผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมได้อย่างไร เพราะในเหตุการณ์วันก่อนไม่พบเห็นหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลบัตรประชาชนของผู้เข้าร่วมการชุมนุม.