ท่านผู้อ่านคงจะพอจำได้เมื่อประมาณต้นๆเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผมเขียนถึง “ฝันร้าย” ของชาวชุมชน “คลองจั่น” เขตบางกะปิ ในกรณีที่จะมีรถไฟฟ้าผ่านและการเคหะแห่งชาติมีโครงการจะสร้าง “คอนโด” ขึ้นต้อนรับหลายๆหลังบริเวณด้านหน้าของหมู่บ้านที่อยู่ติดกับถนนนวมินทร์ ซึ่งปัจจุบันมีสนามกีฬาขนาดเล็กอยู่หนึ่งสนาม และพื้นที่ว่างๆ แบบสวนหย่อมเล็กๆ อีกหนึ่งสวน ท่านจะสร้างอาคารสูง 32 ชั้น ถึง 5 หลังด้วยกันในขณะที่ด้านหลังหมู่บ้านที่อยู่ติดกับถนนศรีบูรพา ท่านก็จะใช้พื้นที่สวนสาธารณะ “นวมินทร์ภิรมย์” ซึ่งยังคงเป็นของการเคหะแห่งชาติ สร้างคอนโดสูงกว่า 30 ชั้น ขึ้นถึง 15 หลัง ยาวเหยียดจากหัวถนนไปจนถึงสี่แยกนิด้าโน่นเลยผมก็นำความทุกข์ของชาวหมู่บ้านคลองจั่น ซึ่งอยู่เย็นเป็นสุขมากว่า 50 ปี แต่จู่ๆจะมีแท่งตึกสูงระฟ้ารวมแล้วกว่า 20 แท่ง มารายล้อม...ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาเผยแพร่ในคอลัมน์นี้พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าพี่น้องชาวชุมชนคลองจั่นได้รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อที่จะปกป้องหมู่บ้านอันเป็นตำนานเล็กๆของการพัฒนาประเทศหมู่บ้านนี้ไว้...จนถึงที่สุดต่อมาการเคหะแห่งชาติได้ขอชี้แจงเหตุและผล และแนวความคิดที่จะก่อสร้างส่งมาถึงผมหลายหน้ากระดาษ ผมก็นำลงให้ 2 วันซ้อนๆแต่ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ได้มีการประชุมครั้งใหญ่ ระหว่างท่านผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติและคณะ กับตัวแทนชุมชนและชาวชุมชนคลองจั่น หลายร้อยครัวเรือน ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างยิ่งก่อนที่จะจบลงด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ดังคำพูดประโยคสุดท้ายของท่านผู้ว่าการการเคหะฯ ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ดังต่อไปนี้“ผมขอยืนยันว่าการเคหะแห่งชาติหลังได้รับฟังความคิดเห็นจากชาวคลองจั่นแล้ว รวมทั้งหารือกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าสมควรยุติโครงการนี้ และจากนี้ไปการเคหะแห่งชาติจะร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิดในการดำเนินกิจการต่างๆของชุมชน”ผมขอขอบคุณท่านผู้ว่าการอย่างยิ่งที่มีความเข้าใจในการต่อสู้ของชาวชุมชนและในที่สุดก็เห็นด้วยกับชุมชนซึ่งผมก็เขียนไว้แล้วในข้อเขียนของผมตั้งแต่แรกว่า ท่านมีหน้าที่มีภารกิจที่จะสร้างที่อยู่อาศัยแก่ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้น้อย ดังนั้นที่ท่านริเริ่มโครงการนี้ขึ้น ถือเป็นการกระทำตามหน้าที่และภารกิจของท่านที่ควรแก่การชื่นชมแต่เมื่อโครงการจะมีผลกระทบต่อชุมชนและต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะจะนำสิ่งที่ควรเป็น “สมบัติ” ส่วนกลางของชุมชนคือ “สนามกีฬา” และ “สวนสาธารณะ” ไปเป็นพื้นที่ก่อสร้าง...เราก็ต้องต่อสู้สู้กันด้วยเหตุผล และด้วยสติปัญญา...แม้จะมีแผ่นป้ายประท้วงบ้าง แต่ก็พยายามใช้ถ้อยคำที่สุภาพที่สุดสำหรับน้องๆชาวคลองจั่นที่รวมพลังกันอย่างเข้มแข็งนั้นผมก็ขอฝากให้รวมพลังต่อไป และขอให้ถ่ายทอดความรักความผูกพันที่น้องๆ มีต่อชุมชนนี้ให้แก่น้องๆรุ่นหลังได้รับช่วงต่อไปโดยไม่สิ้นสุดน้องๆรุ่นปัจจุบันอาจได้ชัยชนะในครั้งนี้ เพราะโชคดีที่มีผู้ว่าการการเคหะฯท่านปัจจุบันที่เข้าใจในเหตุและผลของความถูกต้องรวมทั้ง “หน่วยเหนือ” ขึ้นไปพร้อมด้วยผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน ที่ฟังเสียงน้องๆ และช่วยอธิบายแก่การเคหะแห่งชาติอีกทอดหนึ่งที่สำคัญการที่จู่ๆนายกรัฐมนตรี “บิ๊กตู่” ก็เดินทางมาเตะฟุตบอลอย่างไม่เป็นทางการในเย็นวันหยุดวันหนึ่งที่สนามฟุตบอลคลองจั่น (เมื่อเร็วๆนี้) ก็น่าจะมีส่วนอย่างมากในความสำเร็จของน้องๆแต่อนาคตข้างหน้าไม่มีอะไรแน่นอน ท่านผู้ว่าการ ท่านมาแล้วก็ไป ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลการเคหะฯก็เปลี่ยนไป และนายกรัฐมนตรีก็จะต้องเปลี่ยนไป ฯลฯการรวมตัวอย่างเหนียวแน่นและการปลูกฝังความรักในชุมชนให้แก่ผู้อยู่อาศัยจากรุ่นสู่รุ่นโดยไม่หยุดยั้งเท่านั้น ที่จะเป็นเกราะป้องกันชุมชนคลองจั่นไว้ได้ตลอดกาลนาน.“ซูม”