พรรครัฐบาลเดโมแครตของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯโล่งใจไปเปราะ หลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในส่วนของสนามแข่งขันชิงเก้าอี้วุฒิสมาชิกปรากฏผลชัดเจนว่า พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในสัดส่วน 50-50 ที่นั่ง หรือ 51-49 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่งทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นับตั้งแต่การลงคะแนนวันที่ 8 พ.ย. ผลการนับคะแนนสำหรับเก้าอี้วุฒิสมาชิกในวันที่ 13 พ.ย. มีสัดส่วนคือเดโมแครต 49 ที่นั่งต่อรีพับลิกัน 48 ที่นั่ง เหลือ การนับคะแนนที่รัฐอลาสกา เนวาดา ขณะที่รัฐจอร์เจีย ต้องไปวัดผลในศึกเลือกตั้งรอบที่ 2 ในวันที่ 6 ธ.ค. ตามระบบของรัฐ เพราะผู้สมัครจากทั้งสองพรรคได้คะแนนไม่ถึง 50% (อยู่ที่ 1.94 ล้านเสียงต่อ 1.90 ล้านเสียง) อีกทั้งคะแนนดิบผู้สมัครอิสระมีเสียงสนับสนุนมากพอ (81,000 เสียง) ที่จะส่งผลให้ฝ่ายที่ตามหลังเป็นอันดับ 2 พลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะได้อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่าการนับคะแนนในรัฐเนวาดา ซึ่งตอนแรกมีทิศทางว่าพรรครีพับลิกันจะคว้าชัยชนะ กลับถูกพรรคเดโมแครตตีตื้นและแซงหน้า โดยสัดส่วนคะแนนเลือกตั้งอยู่ที่เดโมแครต 48.8% รีพับลิกัน 48.1% (หรือคะแนนดิบ 487,829-481,273 คะแนน) กลายเป็นว่าพรรคเดโมแครตครองสัดส่วนที่นั่งในวุฒิสภาครบ 50 ที่นั่งก่อนรีพับลิกัน สำนักข่าวต่างประเทศอธิบายว่า ในกรณีนี้ หากพรรครีพับลิกันคว้าชัยในรัฐอลาสกา (นับผลแล้ว 71% รีพับลิกันนำขาดเกิน 30%) สัดส่วนเก้าอี้ในวุฒิสภาจะกลายเป็น 50-49 ที่นั่งจากนั้น เมื่อการเลือกตั้งรอบสองในรัฐจอร์เจียวันที่ 6 ธ.ค. รู้ผลว่าเดโมแครตชนะ ก็จะทำให้สัดส่วนกลายเป็น 51-49 ที่นั่งครองเสียงข้างมาก แต่หากรีพับลิกันคว้าชัย สัดส่วนก็จะเท่ากัน 50-50 ที่นั่ง เพียงแต่การโหวตในวุฒิสภาจะถูกชี้ขาดโดยเสียงโหวตของนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้จึงเท่ากับว่าการครองสัดส่วนวุฒิสมาชิก 50-50 ที่นั่ง พรรครัฐบาลเดโมแครตถือครองเสียงข้างมากอยู่ดีสื่อท้องถิ่นสหรัฐฯรายงานด้วยว่า ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลเดโมแครตครองสัดส่วนในวุฒิสภา 50-50 ที่นั่งเท่ากับรีพับลิกัน แต่การโหวตโครงการด้านสังคม หนึ่งในนโยบายหลักของนายไบเดนมักถูกชะลอหรือขัดขวางจาก ส.ว.เวสต์เวอร์จิเนีย และ ส.ว.อริโซนา ซึ่งหากเดโมแครตสามารถครองสัดส่วนได้ 51-49 ที่นั่ง อิทธิพลของ ส.ว.ทั้งสองรัฐก็จะถูกลดทอนลงไป วันเดียวกันนี้ นายไบเดน กล่าวด้วยว่า ผลการเลือกตั้งล่าสุด ทำให้รัฐบาลอยู่ในตำแหน่งที่ดี ต่อการหารืออย่างตรงไปตรงมากับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน วันที่ 14 พ.ย.