ดูเหมือนว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลผสม จะเคยขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ โดยให้แต่งตั้งคนอื่นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนนายนิพนธ์ บุญญามณี และนายกรัฐมนตรีรับปากแล้ว แต่บอกให้รอเวลาเหตุที่ไม่ได้สนองความต้องการ ของรองนายกรัฐมนตรีในทันที อาจเพราะ ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการของพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังว่างอยู่ถึง 2 ตำแหน่ง ว่างมานานแรมปไม่มีการแต่งตั้งคนใหม่ ถ้าจะแต่งตั้งรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ อาจเกิดความเคลื่อนไหวในพรรค พปชร. เพราะมีคนอยากเป็นอยู่มากการปรับรัฐมนตรีจึงต้องรอต่อไป ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจมีการยุบสภาในวันที่ 24 ธันวาคม บ้างก็ว่ายังไม่ยุบในปีนี้ แต่อาจยุบตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม 2566 เมื่อจวนจะสิ้นอายุของสภาผู้แทน ราษฎร อ้างว่าเป็น “เทคนิคทางกฎหมาย” ดัดหลัง ส.ส.ย้ายเข้าพรรคใหม่ไม่ทันเวลามีรายงานข่าวว่านายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ถ้าจะยุบสภา นายกรัฐมนตรีควรปรึกษาคณะรัฐมนตรี เป็นความเห็นที่ถูกต้องตามระบบรัฐสภา โดยเฉพาะประเทศที่มีรัฐบาลผสมหลายพรรค หัวหน้ารัฐบาลจะต้องปรึกษารับฟังความเห็นจากรัฐมนตรีพรรคอื่นๆ เพราะเป็นปัญหาสำคัญ มีผลกระทบทางการเมืองการปกครองระบบรัฐสภา อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ระบบคณะรัฐมนตรี” คือการปกครองประเทศโดยคณะรัฐมนตรี ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเรียกว่า “Prime Minister” แปลว่า “รัฐมนตรีคนที่หนึ่ง” เพราะถือว่ารัฐมนตรีแต่ละคนมีสถานะเท่าเทียมกัน รับผิดชอบร่วมกันในการบริหารประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นเบอร์หนึ่งต่างจากระบบประธานาธิบดี แบบอเมริกัน ที่แยกอำนาจบริหารกับนิติบัญญัติ ประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร มีอำนาจเหนือคณะรัฐมนตรี ตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลอเมริกัน ไม่เรียกว่า Minister แต่เรียกว่า Secretary ซึ่งแปลตามตัวอักษรว่า “เลขานุการ” คล้ายกับว่ามีสถานะเป็นเลขานุการของประธานาธิบดีแต่ในระบบรัฐสภาแบบอังกฤษหรือไทย รัฐมนตรีมีสถานะเท่าเทียมกัน คำกล่าวในวงการเมืองที่ว่า “การยุบสภาเป็นอำนาจของนายกฯแต่เพียงผู้เดียว” อาจจะขัดต่อระบบรัฐสภา แม้แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ก็ระบุว่า คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในการกำหนดนโยบาย และดำเนิน นโยบายของคณะรัฐมนตรี น่าจะรวมทั้ง การยุบสภา.