การค้นพบใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Journal of Preventive Cardiology ยืนยันว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วสัมพันธ์กับการมีอายุยืนยาวขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดการวิจัยครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยโดย ศาสตราจารย์ปีเตอร์ คิสเลอร์ ผู้เขียนการศึกษาจากสถาบันวิจัยโรคหัวใจและเบาหวานแห่งเบเกอร์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ออกมาระบุว่า การดื่มกาแฟเล็กน้อยถึงปานกลางเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีศ.ปีเตอร์ บอกว่า การวิจัยครั้งนี้ศึกษาถึงความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคกาแฟเพียงเล็กน้อยกับปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งพบว่า การดื่มกาแฟมากประมาณ 4 แก้วต่อวัน ไม่มีผลต่อการลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เท่ากับคนที่ดื่มกาแฟเพียง 2-3 แก้วต่อวัน อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่เกิดจากการดื่มกาแฟ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า มาจากคาเฟอีนหรือสารชนิดอื่นๆ ที่มีมากกว่า 100 ชนิดในกาแฟ โดยเฉพาะประโยชน์ที่ยืนยันว่า กาแฟช่วยทำให้คนอายุยืนขึ้น จริงๆแล้วการวิจัยประโยชน์ของการดื่มกาแฟมีมานานกว่า 30 ปีแล้ว แต่การวิจัยในยุคต่อๆมาเป็นการยืนยันและพิสูจน์ผลการวิจัยในอดีต โดยเฉพาะสมมติฐานที่ว่า การดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวัน มีประโยชน์ต่อสุขภาพการศึกษาในปี 2018 พบว่า ในช่วงระยะเวลาการศึกษา 10 ปี ผู้ดื่มกาแฟมีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟประมาณ 10-15% ขณะที่งานวิจัยอีกฉบับหนึ่งซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2021 ระบุว่า การดื่มกาแฟ 3-4 แก้ว ไม่ว่าจะมีคาเฟอีนหรือไม่ก็ตามช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดและเสียชีวิตจากโรคตับเรื้อรังได้ ขนาดของการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ น่าจะเป็นการศึกษาทางระบาดวิทยา ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIH โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพจากอาสาสมัครจำนวน 400,000 คน อายุในช่วง 50-70 ปี เป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีโรคใดๆ เริ่มต้นศึกษาในปี 1995 มาจนถึงปี 2008 ที่พบว่า กลุ่มตัวอย่างประมาณ 50,000 รายเริ่มเสียชีวิต แต่ในช่วง 13 ปีของการศึกษา ก็ทำให้พบข้อมูลว่า ผู้ชายที่ได้ดื่มกาแฟปริมาณ 2-3 แก้วในแต่ละวัน มีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม 10% ส่วนผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในปริมาณเท่ากัน อัตราการเสียชีวิตยิ่งน้อยลงไปอีก คือ 13% ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า กาแฟมีผลต่อภาวะอายุยืน แต่ความสัมพันธ์ที่พบจากการศึกษาครั้งนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจนอกจากนี้ ยังมีการวิจัยอีกหลายชิ้นเกี่ยวกับกาแฟ เช่น ความเชื่อมโยงของการดื่มกาแฟปริมาณปานกลาง คือ 4 แก้วต่อวัน เกิดผลดีต่อสุขภาพอย่างชัดเจน ช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2, มะเร็งผิวหนัง, มะเร็งต่อมลูกหมาก และการเกิดมะเร็งเต้านมซ้ำ หลังการรักษา จากการศึกษากาแฟในสัตว์ทดลอง พบว่า กาแฟสามารถปรับสภาวะชีวเคมีภายในสมองที่สามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ โดยในปี 2012 มหาวิทยาลัย illinois ได้ทำการวิจัย โดยการทดลองนำเอาหนูมาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม หนูทุกตัวถูกทำให้เกิดสภาวะขาดออกซิเจนในสมองในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ส่งผลให้สมองหนูเหล่านั้นไม่สามารถสร้างความจำใหม่ได้ แล้วให้หนูอีกกลุ่มได้รับกาแฟปริมาณเทียบเท่ากัน ส่วนอีกกลุ่มไม่ได้รับกาแฟ จากนั้นให้หนูทุกตัวกลับมารับออกซิเจน พบว่า หนูกลุ่มที่ได้รับกาแฟสามารถสร้างความจำใหม่ได้เร็วกว่า 33% เทียบกับหนูกลุ่มที่ไม่ได้รับกาแฟ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย South Florida และมหาวิทยาลัย Miami ในปีเดียวกัน มีการศึกษากาแฟในมนุษย์ ระดับคาเฟอีนในผู้ใหญ่เป็นโรคความจำเสื่อมในระยะเริ่มแรก และได้ประเมินซ้ำอีก พบว่ากลุ่มคนที่ในเลือดไม่มีสารคาเฟอีนเกิดภาวะสมองเสื่อมเต็มรูปแบบมากกว่ากลุ่มคนที่มีสารคาเฟอีนในเลือด ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของมหาวิทยาลัย South Florida ในปี 2011 โดยใช้หนูที่ตัดต่อพันธุกรรมทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม Alzheimer เหมือนที่เกิดในคน เมื่อให้หนูเหล่านั้นมารับสารคาเฟอีนอย่างเดียวกลับไม่มีผลดี ป้องกันสมองเสื่อมได้ดีเท่ากับให้หนูที่กินกาแฟซึ่งการศึกษาทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่พอจะยืนยันได้ว่า การดื่มกาแฟในปริมาณปานกลางไม่มากไม่น้อยเกินไปต่อวัน มีผลต่อการลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมและทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้นเพราะฉะนั้น...วันนี้ คุณดื่มกาแฟแล้วหรือยัง.