ระยะหลังๆ เรื่องของสิ่งแวดล้อม กลายเป็นปัจจัยสำคัญของคนเมือง ในช่วงที่คนกรุงต้องต่อสู้กับมลพิษ ความแออัดของสังคมในเมืองสวนสาธารณะ ที่ถูกกำหนดให้เป็นปอดของคนในเมือง ก็มีปริมาณพื้นที่น้อยลงทุกวัน เนื่องมลพิษอาคารสูง การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมีจำนวนมากขึ้นทุกวัน โครงการต้นไม้ล้านต้นของ กทม. จากไอเดีย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีองค์กรภาคเอกชนให้ความสนใจเยอะมาก เป็นนิมิตหมายที่ดี ไม่ว่าอย่างไร ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเต็มที่ โอกาสที่จะสร้างสวนป่าในเมือง ก็จะเป็นไปด้วยความล่าช้าคนไทยหันมาเอาใจใส่สุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นสังคมผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็พอดีว่าเห็นข่าวที่ ปตท.ได้รับรางวัล Honorary Awards จากเวที Thailand Green Design 2022 ในสาขารางวัลเกียรติยศประเภทผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจ ด้านคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการตอบแทนทางสังคมรางวัลนี้เป็นรางวัลที่จัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้ว มุ่งหวังที่จะสร้างบรรยากาศของมหาวิทยาลัยให้เป็นสังคมแห่งการสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการส่งเสริมและให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ การพัฒนา ตลอดจนความร่วมมือทางวิชาการ ให้เกิดประโยชน์จากนวัตกรรมการวิจัยอย่างแท้จริง เป็นการกระตุ้นให้สังคมเล็งเห็นถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถตอบสนองนโยบายของโลกก็คือ คาร์บอนเป็น 0 ได้เป็นอย่างดีศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง อยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ เกิดจากโครงการอาสาปลูกป่า 1 ล้านไร่ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาส ทรงครองราชย์ปีที่ 50 ปรากฏว่า ป่าทั่วประเทศจำนวนกว่า 1 ล้านไร่ ได้มีการฟื้นฟูขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม จากนั้น ปตท.ก็สานต่อโครงการ จัดตั้งสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ เพื่อฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ควบคู่ไปด้วยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จ.ระยอง และ ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง กทม.การจำลองป่านิเวศมาไว้ในกรุง ด้วยพันธุ์ไม้หายากกว่า 270 ชนิด โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการปลูกป่านิเวศของ ศ.ดร. อาคิระ มิยาวากิ นักอนุรักษ์ชื่อดังระดับโลก ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ใจกลางกรุง ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา ในหลายประเทศมีแนวโน้มที่หันมาสร้างสวนป่าในกรุง ซึ่งยกระดับขนาดน้องๆป่าดงดิบก็ทำได้แล้ว การนำธรรมชาติมาอยู่ใกล้ตัวมนุษย์ให้เรียนรู้ศึกษาธรรมชาติได้อย่างถาวรและยั่งยืน จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน เด็กและเยาวชนอย่างคาดไม่ถึงแทนที่จะมุ่งเน้นสวนสาธารณะโดยทั่วๆไป กลายเป็นว่าไม่ค่อยจะทันการตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ถ้าสมมติว่า เรามีสวนป่าหรือจูราสสิกเวิลด์ ในเมืองได้ อะไรจะเกิดขึ้น ทำเป็นเล่นไป ปาร์คในประเทศเยอรมนี ที่เต็มไปด้วยป่าไม้ขนาดใหญ่ เข้าไปวิ่งออกกำลังกายยังแทบหลงทางมีมานานแล้ว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th