เมื่อวันที่ชาวคณะกองบรรณาธิการไทยรัฐกลุ่มใหญ่ รวมพลกันไปศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ไทยยุคสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ณ “ศาล หลักเมือง” กรุงเทพฯ พร้อมทั้งถือโอกาสกราบไหว้ขอพรศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งแก่พวกเราเองและแก่ประเทศไทย ดังที่หัวหน้าทีมซอกแซกเขียนไว้ถึง 2 วัน ในคอลัมน์เหะหะพาที เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นคณะของเราไปจบกิจกรรมเจาะเวลาหาอดีต และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่ร้านโกปี๊ “เฮี้ยะไถ่กี่” อันโด่งดังที่ ถนนพระสุเมรุผ่านฟ้า ด้วยอาหารมื้อเช้าอันสุดอร่อยประกอบด้วยโกปี๊ร้อน+กาแฟ+โอเลี้ยง+นมเย็น+สารพัดอาหารเช้า อาทิ ไข่กระทะ, ก๋วยเตี๋ยวหลอด, ติ่มซำ, โรตีแกงเขียวหวาน ฯลฯ จนอิ่มแปล้ไปตามๆกันในตอนแรกหัวหน้าทีมซอกแซกตั้งใจไว้ว่าจะไม่เขียนถึง “โกปี๊” ร้านนี้เพราะเคยเขียนถึงไว้แล้วในคอลัมน์นี้แหละเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีกลาย หรือปี 2564 แต่เป็นที่สาขา The PARQ ย่านพระราม 4 ซึ่งมีเมนูอาหารและโกปี๊เหมือนกันเด๊ะทุกประการและอร่อยเหมือนกันเด๊ะทุกประการเช่นกันยังจำได้ว่าในข้อเขียนซอกแซกชุดนั้นได้ร่ายยาวถึงที่มาที่ไปอันเป็นต้นกำเนิดของร้านกาแฟโบราณ เฮี้ยะไถ่กี่ ซึ่งปัจจุบันขยายออกมาเป็น 5 สาขา รวมทั้งที่เดอะ ปาร์ค ด้วยนั้นเอาไว้อย่างละเอียดลออยังระบุไว้ด้วยซ้ำสาขาแรกเริ่มเดิมทีเมื่อ 70 ปีก่อน คือสาขาวิสุทธิกษัตริย์ ต่อมาจึงขยายไปที่ย่านเสาชิงช้าใกล้ๆศาลาว่าการ กทม. เป็นสาขาที่ 2 จากนั้นก็มาถึงถนนพระสุเมรุ ผ่านฟ้าเป็นสาขาที่ 3 และฯลฯก็เกรงว่าหากเขียนถึงกิจกรรมอาหารเช้าของพวกเราที่เฮี้ยะไถ่กี่ เมื่อเช้าวันที่เราไปไหว้ศาลหลักเมืองนั้นด้วยจะไปซ้ำกับที่เคยเขียนไว้เดิมจนกระทั่งกลับมาถึงโรงพิมพ์และเวลาผ่านไปได้ 2 วันก็มีพรรคพวกที่ไปด้วยเอ่ยขึ้นมาว่าที่เราแวะไปกินอาหารเช้าที่ “เฮี้ยะไถ่กี่” ครั้งนี้ ถือเป็นการกินสั่งลาร้านเลยนะครับเพราะอย่างช้าไม่น่าจะเกินปีนี้จะต้องรื้อถอนตึกรามร้านค้าในบริเวณนั้นทั้งหมดเพื่อจะสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายตัดใหม่สายหนึ่งขึ้นมาแทนหัวหน้าทีมซอกแซกรู้สึกเอะใจต้องกลับไปเข้า “เฟซบุ๊ก” ของเครือข่ายโกปี๊โบราณเจ้านี้ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบข้อความที่เขียนไว้เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ดังนี้“ถนนผ่านฟ้าที่กำลังจะผ่านไป แม้ว่าย่านนี้จะเป็นย่านเมืองเก่าที่ควรค่าต่อการเก็บรักษาไว้ แต่บ้านเมืองย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เมื่อความเจริญเข้ามาก็มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ถดถอยเช่นเดียวกับขนส่งสาธารณะ ที่กำลังจะสร้างผ่านย่านเมืองเก่าก็ตามมาด้วยการเสียสละพื้นที่ที่เป็นทั้งชีวิตของใครอีกมากมายเป็นการเสียสละที่ไม่มีทางเลือกอื่น และแลกมาด้วยความสูญเสียบางอย่างที่ไม่อาจหวนคืนประกาศอีกครั้งนะครับ โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่สาขา ณ ผ่านฟ้าจะเปิดให้บริการแค่ภายในปีนี้เท่านั้นนะครับ ยังไม่ทราบกำหนดการที่แน่ชัด แต่ที่แน่ๆมีเพื่อนบ้านเริ่มทยอยเก็บของกันแล้ว หากปิดบริการเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับเร็วๆนี้คงได้บันทึกประวัติศาสตร์กันอีกหนึ่งหน้า ยังไงอย่าลืมบรรยากาศของถนนสายนี้ กันนะครับ #ก่อนที่ทุกอย่างจะเหลือเพียงภาพถ่าย มาร่วมอำลาสาขานี้กัน”ยังไม่หมดครับ ยังไม่หมดอีกบันทึกหนึ่ง ลงวันที่ 7 กันยายน หรือถัดมาอีก 2 วัน มีข้อใหญ่ใจความดังนี้“บันทึกไว้เป็นความทรงจำ เรื่องเล่าถึงร้าน “ภัตตาคารผ่านฟ้า” เพื่อนบ้านโกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ สาขา ณ ผ่านฟ้า นี่เองภัตตาคารผ่านฟ้า บ้านใกล้เรือนเคียงที่ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์การแขวนก้ามปูทะเลคู่กับไก่ตอน และขายอาหารจีนไหหลำ เมนูอมตะต่างๆนานาเป็นเวลานานกว่า 75 ปีที่ภัตตาคารผ่านฟ้าปักหลักอยู่ ณ พื้นที่ข้างร้านเรา ที่ผ่านมามีความทรงจำร่วมกันคือ เมื่อมีลูกค้ามาทานอาหารที่ร้านเขาบ้างก็จะเดินมานั่งทานน้ำและขนมต่อที่ร้านเราช่างน่าใจหายที่ตึกแถวที่ร้านเราทั้ง 2 ตั้งอยู่เป็นพื้นที่ที่ถูกเลือกให้เป็นทางผ่านของขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ “สถานีผ่านฟ้า”นั่นแหละครับคือเหตุผลว่าทำไมร้านเราทั้งคู่กำลังจะเป็นเพียงอดีตในเร็ววันนี้ ภัตตาคารผ่านฟ้าคงปิดตัวลง และเลิกกิจการเช่นเดียวกับ “โกปี๊เฮี้ยะไถ่กี่ สาขา ณ ผ่านฟ้า” ที่จะเลิก กิจการภายในปีนี้เท่านั้นเอง”อ่านแล้วก็ใจหายวาบเลยยังนึกเสียดายที่ไม่มีใครคุยให้รู้มาก่อนว่า “โกปี๊” ร้านนี้จะต้องไป และร้านที่รักและคิดถึงมากอีกร้านข้างๆกันอันได้แก่ “ภัตตาคารผ่านฟ้า” เจ้าตำรับไก่ตอนไหหลำสุดอร่อย, ก้ามปูนึ่งสุดอร่อย แม้ราคาแพงแต่เป็นไปตามเนื้อผ้า เพราะขึ้นชื่อว่าปูทะเลคงจะถูกไม่ได้หรอก...แต่ก็ยังมีอาหารพื้นๆราคาไม่ถูกไม่แพงอย่าง “จับฉ่ายไหหลำ” อย่าง “ไข่พะโล้ หมูพะโล้”, “ไส้หมูทอด”, “แฮ่กึ๊น” ข้าวผัดปู ...และ “ส้มโอ” ฯลฯร้านนี้น่ะ 76 ปีตัวจริงเสียงจริง หัวหน้าทีมซอกแซกไปรับประทานครั้งแรกกับ “ผู้ใหญ่” ที่สภาพัฒน์ เมื่อ พ.ศ.2509 ยังจำได้ว่าอร่อยมากติดความทรงจำจนต้องตามไปรับประทานอีกหลายครั้งเมื่อมีสตางค์เองภายหลังโอ! ภัตตาคารผ่านฟ้า จะต้องไปด้วยหรือนี่ ...เอาเถอะ โกปี๊ เฮี้ยะไถ่กี่ หากจะต้องไปเราก็เพียงคิดถึงบรรยากาศที่นี่เท่านั้นเพราะยังมี เฮี้ยะไถ่กี่ สาย 1-2-3-4-5 ไว้รองรับบริการด้วยรสชาติไม่ต่างกันอีกหลายที่แต่ “ภัตตาคารผ่านฟ้า” นี่ซี...เราจะไปหาเมนูที่เขียนเอาไว้เมื่อตะกี้ที่ไหนมาทดแทนได้ละเนี่ย...คงต้องหาโอกาสไป “รับประทานอำลาอาลัย” ในเร็วๆนี้อีกสักครั้งเสียละกระมัง?“ซูม”