ผมแขวนพระสมเด็จเกศไชโย...ตั้งแต่อายุ 16 ก็เรียกชื่อพระตามอาจารย์ หาความรู้ต่อมา พระสมเด็จได้จากในองค์พระหลวงพ่อโต... องค์มหึมา ที่สมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆัง ท่านสร้างราวเที่ยงวันอาทิตย์ที่แล้วเพิ่งได้ไปถึงวิหารวัดไชโย ได้กราบหลวงพ่อโต...องค์จริง...ความใหญ่โตโอฬาร ความสูงตระหง่าน เห็นแค่เสี้ยวพระพักตร์บางส่วนของท่าน...ไม่ได้เห็นทั้งองค์เต็มตา เหมือนภาพคุ้นใจ ฝีมือ อาจารย์ วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ถ่าย ในหนังสือพระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมืองเรื่องเล่าของท่านควรจะเริ่มเมื่อสมเด็จโต ท่านต้องการ สร้างพระพุทธรูปองค์โตตรงบริเวณที่ท่าน “สอนนั่ง” ยังเป็นป่ารกเรื้อ ท่านก็ใช้กุศโลบายเอาเงินพดด้วงหลายกำมือไปหว่านทิ้งไว้ชาวบ้านเล่าขาน...เจอเงินกลม เล่าปากต่อปาก ก็ชวนกันมาค้นหา...ต้นไม้ใหญ่น้อยถูกโค่นราบเตียน...สมเด็จท่านก็ได้พื้นที่ สร้างพระโตด้วยอิฐด้วยดินของท่านสมเจตนาแต่การสร้างพระใหญ่โตมากตามประสาชาวบ้านอยู่ได้ไม่นานก็พังทลาย...สมเด็จท่านก็ลดขนาดให้ย่อมลง เริ่มสร้างเป็นหนที่สองเสร็จแล้วถือปูนขาว ไม่ปิดทองรัชกาลที่ 5 เสด็จผ่านมาทรงออกพระโอษฐ์ “รูปร่างหน้าตาไม่งาม ปากเหมือนท่านขรัวโตไม่ผิดเลย”ต่อมาพระยารัตนบดินทร์ (บุญรอด กัลยาณมิตร) สมุหนายก มีจิตศรัทธาสร้างพระวิหารระหว่างกระทุ้งราก แรงสั่นสะเทือนองค์พระหลวงพ่อโตก็พังทลาย นับเป็นครั้งที่สามงานนี้รัชกาลที่ 5 โปรดให้พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ นายช่างฝีมือเยี่ยมมาช่วย คราวนี้ต้องรื้อองค์พระออกมาทั้งองค์ เพื่อวางรากฐาน ใช้โครงเหล็กมั่นคง แล้วเริ่มก่อรูปองค์พระตามรูปแบบเดิมคนรักพระสมเด็จเกศไชโยอ่านถึงตรงนี้ กราบหลวงพ่อโตแล้ว เงยหน้ามองท่านองค์พระหลวงพ่อโตพังทลายถึงสามครั้ง นี่ล่ะกระมัง...เข้าเค้ากับเรื่องที่ชาวบ้านเล่า ได้พระสมเด็จเกศไชโยในทุกครั้งที่องค์พระพังแรกๆคนในอำเภอไชโยและละแวกใกล้เคียง...มีพระสมเด็จเกศไชโย...ในสภาพเดิมๆมากมายหลายพิมพ์ ต่อมามีข่าวหลวงพ่อรอด วัดโพธิ์เกรียบ... (วัดในอ่างทองเหมือนกัน) ได้สมเด็จเกศไชโยไว้หีบใหญ่ราวๆ พ.ศ.2502-3 พระสมเด็จเกศไชโยที่เรียกวัดโพธิ์เกรียบ...สามพิมพ์ พิมพ์ใหญ่เจ็ดชั้น...พิมพ์หกชั้นอกตัน พิมพ์หกชั้นอกร่อง...แพร่หลายเข้าตลาดพระกรุงเทพฯ พระชุดนี้เกือบทุกองค์มีร่องรอยขัดเกลาไม่แน่ว่าขัดด้วยตะไบ หรือหนังกระเบน หรือกระดาษทรายด้านข้างกลมมนเซียนเรียก “กาบกล้วย” ใช้เป็นหลักในการดูวงการเล่นหากันพิมพ์นิยม...ราคาแพงขึ้นๆ จนวันนี้ถึงหลักแสน แก่ถึงหลักล้านต้นๆ ส่วนอีกหลายพิมพ์เดิมที่ชาวบ้านในพื้นที่มี ถูกแยกออกเป็น “พิมพ์ตลก” ราคาเป็นรองกว่าสามพิมพ์ที่ว่ามากรู้มาถึงตรงนี้ เพ่งมองไปที่องค์พระหลวงพ่อโตอีกที...เขาว่า (ลือ) กันอีกว่า ในองค์พระหลวงพ่อโตยังมีพระสมเด็จเกศไชโยเหลืออยู่...จะเหลืออยู่มากน้อย หรือจะมีจริงหรือไม่ ทุกคนมีสิทธิ์มโนได้แต่ควรรู้ด้วยว่า เมื่อคุณผ่านการกราบ...การรำลึกถึงท่าน...ได้ยืดยาวมาถึงตอนนี้ ต้องถือว่าคุณสอบผ่าน...การเป็นคนดีมีศีลธรรม...ถ้าเป็นข้าราชการ เป็นนักการเมือง ก็ถือว่ามือสะอาด ปราศจากกลิ่นขี้ฉ้อคอร์รัปชันชาวบ้านแถวนั้น เขาเชื่อมั่นกันมานาน...คนที่รู้ตัวว่าเป็นหัวขโมย เป็นไอ้โจรปล้นจี้...พวกกินบ้านโกงเมือง...จะไม่กล้าย่างกรายเข้าไปกราบท่านถึงในวิหารเพราะแค่เงยหน้าก็จะกลัวว่าองค์หลวงพ่อโตจะล้มทับผมได้ยินคุณอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืดอกประกาศพร้อมเป็นนายกฯ...เต็มปาก ผมขอเสนอมุกหนึ่งในการเติมคะแนนเสียง...ชวนพรรคพวกไปกราบหลวงพ่อโต วัดไชโย สักครั้งคนจะเป็นนายกฯได้ ไม่แค่ให้ชาวบ้านรักมากๆเท่านั้น ต้องแสดงให้เห็นอีกว่า พระท่านก็รักด้วย.กิเลน ประลองเชิง