เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวถึงประเทศจีนอีกครั้งว่า อยากจะหารือโดยตรงกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพราะมองว่าจีนเป็นประเทศใหญ่โตและมีอำนาจที่จะสามารถกำราบรัสเซียลงได้ และส่วนตัวก็อยากให้จีนทบทวนท่าทีของตัวเองที่มีต่อรัสเซีย พร้อมเชื่อว่าหากไม่มีตลาดจีนมารองรับ รัสเซียจะโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่จีนจะทำได้ จำกัดการค้าขายกับรัสเซียจนกว่าสงครามจะยุติลง ผู้นำยูเครนยังเตือนด้วยว่า การปล่อยให้สงครามยืดเยื้อย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว และนั่นหมายถึงจีนจะส่งออกได้น้อยลงวันเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล รายงานผลการสังเกตการณ์ในยูเครนระหว่างเดือน เม.ย. ถึง ก.ค. ระบุการพบหลักฐานว่ากองทัพยูเครนดำเนินการโจมตีจากพื้นที่ชุมชนและผลที่ตามมาคือการยิงตอบโต้จากรัสเซีย ซึ่งทำให้พลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่า กองทัพยูเครนใช้โรงพยาบาลอย่างน้อย 5 แห่ง เป็นฐานทัพ ซึ่งผิดต่อกฎหมายสากล นางแอกเนส คาลลามารด์ เลขาธิการแอมเนสตี กล่าวว่า แม้ยูเครนจะอยู่ในสถานะตกเป็นรอง แต่ก็ใช่จะได้รับการยกเว้นในการเคารพต่อกฎหมายสากล เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งที่กองทัพจะดึงโรงพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึก แต่ขณะเดียวกันก็พบด้วยว่า การโจมตีของรัสเซียต่อพื้นที่พลเรือนในบางครั้ง ไม่มีทหารยูเครนอยู่.