เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงข่าวดีที่ว่าเว็บไซต์ด้านท่องเที่ยวดังระดับโลก “อโกด้าดอทคอม” แจ้งผลการจองตั๋ว จองโรงแรมผ่านบริษัทไปจนถึงเดือนสิงหาคม พบว่ากรุงเทพมหานคร หรือ Bangkok ของเรากลับมาเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากมาเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาในอดีตแม้จะเป็นตัวเลขของบริษัทเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่โด่งดังพอใช้...อ่านข่าวแล้วจึงรู้สึกปลาบปลื้มใจ และรอคอยที่จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้านเราอย่างที่ “อโกด้า” รายงานไว้ปรากฏว่า เมื่อวานนี้เช่นกันในเวลาใกล้ๆกันก็มีข่าวอีกชิ้นหนึ่งตามหลังออกมา อ่านแล้วก็รู้สึกใจเสีย...ถ้าหากเป็นจริงตามนั้นได้แก่ ข่าวที่บอกว่า สำนักสำรวจดังสำนักหนึ่งออกไปสำรวจอารมณ์และความรู้สึกของชาวโลกในปี 2022 แล้ว พบว่าเฉพาะในประเทศอาเซียนนั้น...ประเทศที่ต้อนรับแขกหรือนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มมากที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย รองลงไปก็คือ กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เมียนมา, สิงคโปร์ ตามลำดับส่วนไทยแลนด์ของเรานั้นได้คะแนน 72 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับสุดท้ายของอาเซียนไปเลยทีเดียวเนื่องจากสำนักสำรวจที่ว่านี้เป็นสำนักสำรวจที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ สำนัก Gallup ที่เคยทำโพลโด่งดังมากในสหรัฐฯ ที่เราเคยได้ยินบ่อยๆเวลาเลือกตั้งประธานาธิบดีรายงานที่ว่านี้มีชื่อเต็มๆว่า “Gallup Global Emotions Reports 2022” พะยี่ห้อบริษัทเอาไว้ด้วย เพิ่มความเชื่อถือขึ้นอีกเยอะผมยังพลอยใจเสียไปด้วยเลย หากการสำรวจที่ว่านี้เป็นความจริงผมเองยังไม่มีโอกาสได้อ่านเนื้อหาเต็มๆของการสำรวจชิ้นนี้ แต่ดูเหมือนว่า ท่านรองโฆษกรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ท่านจะอ่านแล้วและได้ออกมาชี้แจงว่าในรายงานดังกล่าวมิได้มีการสำรวจในหัวข้อที่ว่าแต่อย่างใดไม่ได้มีตารางที่สรุปเผยแพร่เรื่องยิ้มน้อยยิ้มมากและไทยบ๊วยสุด อย่างที่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางว่างั้นเถอะท่านรองโฆษกกล่าวตอนหนึ่งว่า ประเด็นหลักของการสำรวจและจัดทำรายงานชิ้นนี้ก็เพื่อให้ทราบถึง “ดัชนีของอารมณ์” ทั้งเชิงบวกเชิงลบ ความเครียด ตลอดจนความกังวลของผู้คนทั่วโลก โดยเก็บข้อมูลจากตัวอย่างที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวนเกือบ 127,000 ราย ใน 122 ประเทศทั่วโลกในปี 2564 และต้นปี 2565ผลการสำรวจพบว่า ในภาพรวมดัชนีประสบการณ์เชิงลบของคนทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยมีความกังวลและความเครียดมากขึ้นในช่วงที่โลกเราเผชิญกับภาวะสงคราม, เงินเฟ้อ และโรคระบาดตลอด 2 ปีที่ผ่านมาในขณะที่ประสบการณ์เชิงบวกในภาพรวมปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดรายงานดังกล่าวระบุว่า ประเทศที่ได้รับประสบการณ์เชิงบวกมากที่สุด 5 ประเทศ ได้แก่ ปานามา (85) อินโดนีเซีย (84), ปารากวัย (84), เอลซัลวาดอร์ (82) และฮอนดูรัส (82)ท่านรองโฆษกย้ำว่าคำถามเกี่ยวกับการยิ้มและการหัวเราะเป็น 1 ใน 5 คำถามที่ผู้สำรวจใช้ถามผู้คนใน 122 ประเทศ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์เชิงบวก แต่ไม่ได้มีการระบุในรายงานแต่อย่างใดว่าแต่ละประเทศรวมถึงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ามีคะแนนอยู่เท่าใดท่านมิได้ปฏิเสธข่าวนี้หรือตารางที่ว่านี้ออกมาตรงๆ แต่อ่านแล้วก็เท่ากับปฏิเสธกลายๆ เพราะท่านยืนยันว่าในรายงานไม่ได้พูดถึงและไม่ได้มีตารางดังกล่าวเลยประสากองเชียร์ประเทศไทย ผมอ่านข่าวที่ท่านรองโฆษกชี้แจงจบแล้วก็ค่อยใจชื้นขึ้น...เพราะถ้าเป็นเช่นที่ท่านว่า ก็แสดงว่ายังไม่มีการจัดอันดับรอยยิ้มแต่อย่างใด? แต่ไหงกลายเป็นข่าวออกมาได้ก็ไม่รู้?แต่มาคิดอีกที...ไม่ว่าตารางนี้จะมีหรือไม่มี...ก็ถือเป็นการเตือนเราไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ...ว่าอย่าประมาทเด็ดขาด ฉายา “ยิ้มสยาม” อาจจะหลุดจากประเทศเราไปก็ได้...หากเรายังทะเลาะกันอย่างทุกวันนี้คนทะเลาะกันโกรธกันก็มีแต่หน้าบึ้งใส่กัน...คนอื่นเขามาเห็นเข้าเขาก็ต้องบอกว่าประเทศเรามีแต่คนหน้าบึ้งไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสแม้แต่ในสภาผู้แทน 3-4 วันที่ผ่านมานี้ก็อัดกันแรงมาก หน้าบึ้ง หน้าขุ่น หน้ายักษ์เข้าใส่กันตลอด อย่าว่าแต่ Gallup Poll เลยครับ...ไม่ว่าใครมาเห็นเข้าก็ต้องบอกว่าเราน่ะยิ้มบ๊วยในอาเซียนแน่ๆอีกหน่อยเสียแชมป์เข้าจริงๆอย่ามาว่าป๋าซูมไม่เตือน...ไม่ได้เชียวนะครับ.“ซูม”