ปธ.วิปฝ่ายค้านกวักมือชวนเศรษฐกิจไทย สนใจร่วมซักฟอกรีบประสานมา เปิดกว้าง “ผู้กอง” ร่วมรื้อนั่งร้าน “สุทิน” ชี้ 3 หนทางเชือดรัฐบาล “ตายคาสภา-ไปตาย รพ.-ตายที่บ้าน” พท.วาง 26 ขุนพลรอชำแหละ ปล่อยทีเซอร์ “ยุทธการเด็ดหัว-สอยนั่งร้าน” ศท.เล่นองค์รอฝ่ายค้านส่งเทียบเชิญ ยังไม่ได้เล็ง รมต.คนไหนเป็นพิเศษ พรรคเล็กปล่อยผี “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-เฮ้ง” กาหัวสอย 5 รมต. มี “บิ๊กป๊อก” นำทีม ไทยสร้างไทยยังหวังโค้งสุดท้าย ส.ส.จะกลับตัวกลับใจ “เฮ้ง” เบิร์ธเดย์ 48 ปีคึกคัก โล่งอก “ธรรมนัส” ไปซะได้ก็ดีนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กระตุ้น น้องใหม่ฝ่ายค้าน พรรคเศรษฐกิจไทย หากอยากเข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้รีบประสานมาก่อนถึงวันอภิปราย จะได้จัดแบ่งเวลาให้ได้ ขณะที่นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย ยังคงเล่นองค์รอเทียบเชิญจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการก่อน “สุทิน” ชี้ 3 หนทางตายรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงทีเด็ดการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เนื้อหาการอภิปรายรอบนี้มีทั้งเนื้อหาที่ต่อยอดมาจากการอภิปรายครั้งก่อนๆ รวมถึงเรื่องใหม่ที่จะอภิปรายเป็นครั้งแรก แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนความคาดหวังที่จะล้มรัฐบาลนั้น กรณีพรรคเศรษฐกิจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลออกมา เราคงคาดหมายเสียงของเขาได้ คงไม่ยกมือให้กับรัฐบาล แต่พรรคเล็กอื่นเราไม่คาดหวัง ฝ่ายค้านคงได้มือเยอะขึ้นแต่คงไม่เพียงพอคว่ำรัฐบาล หากไม่ได้เสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม แต่ที่เราหวังคือ เนื้อหาการอภิปรายจะทำให้ประชาชนรับไม่ได้ และเกิด 3 อาการคือ 1.ตายคาสภา เพราะตอนนี้ใกล้เลือกตั้งอาจมีพรรคการเมืองอื่นยกมือล้มรัฐบาล 2.ไปตายที่โรงพยาบาล คือหลังการอภิปรายแม้ยกมือผ่าน แต่ความเสื่อมจะตามมาอาจทำให้พรรคการเมืองอื่นถอนตัวได้ เพราะใกล้เลือกตั้งใหญ่คงไม่มีใครอยากร่วมตายด้วย และ 3.ตายที่บ้าน คือไม่ตายจาก 2 อาการแรก แต่ถึงเวลาเลือกตั้งเขาคงตาย เพราะประชาชนไม่เลือกกลับเข้าสภาเปิดกว้าง “ธรรมนัส” รื้อนั่งร้านเมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ประสานเข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือยัง นายสุทินตอบว่า ร.อ.ธรรมนัสยังไม่ประสานเข้ามา แต่ถ้ามีการประสานมาเราพร้อม แต่ต้องประชุมร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง เพราะแต่ละพรรคเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว การขยับเวลาคงพอเป็นไปได้ แต่ต้องรีบประสานเข้ามาก่อนถึงวันอภิปรายพท.วาง 26 ขุนพลชำแหละ รบ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยจัดวางขุนพลที่จะอภิปรายไว้ 26 คน ตามยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการพรรค นายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ รองหัวหน้าพรรค นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรค นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ นางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร ขณะที่ ส.ส.ที่จะร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งแรก ได้แก่ น.ส.สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร น.ส.สรัสนันท์ อรรนพพร ส.ส.ขอนแก่น นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย ปล่อยทีเซอร์ยุทธการเด็ดหัวนอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยโพสต์ข้อความและภาพโปสเตอร์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “เพราะอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คือ ครั้งสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อไทยพร้อมลุยในภารกิจใหญ่เพื่อพี่น้องประชาชน ต้องไล่เผด็จการ 8 ปีสูบเลือดประชาชนออกไป ยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน พร้อมปฏิบัติการ 3 ป. + 11 นั่งร้าน ต้องขนหัวลุก! 19-22 ก.ค.นี้ ที่รัฐสภา” โดยภาพโปสเตอร์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาตั้งข้อสังเกตว่า คล้ายทีเซอร์ซีรีส์เกาหลี มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำทัพยืนอยู่ตรงกลาง มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ น.ส.จิราพร สินธุไพร และ น.ส.สกุณา สาระนันท์ ร่วมเฟรม ระบุข้อความ “เพื่อไทยออริจินัล ซีรส์ : เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ในภาพประกอบยังแปะรูปของรัฐมนตรีทั้ง 11 คน ที่จะถูกอภิปรายด้วยศท.เล่นองค์รอฝ่ายค้านชวนนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนหลังถอนตัวพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคจะทบทวนบทบาทว่ามีความผิดพลาดอะไร และแนวทาง ที่จะเดินไปข้างหน้าจะไปในทิศทางใด แต่ขั้นตอนที่พรรคจะเข้าไปเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน 100 เปอร์เซ็นต์ คงต้องมีกระบวนการอยู่ แต่ที่เห็นจากข่าวแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเริ่มเปิดออกมาว่าจะเชิญพรรคเศรษฐกิจไทยเข้าร่วม ต้องเป็นทางการ แต่มีการส่งสัญญาณหากันอยู่ วันนี้ที่ถอนตัวออกมาจากพรรคร่วมรัฐบาล เรามีอิสระ เมื่อเราไม่มีความผูกพันไม่มีหน้าที่ต้องไปอุ้ม แปลว่าการตรวจสอบรัฐบาลทำได้เต็มที่ บทบาทพรรคในวันนี้เสมือนฝ่ายค้าน เมื่อถามถึงการร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ฝ่ายค้านระบุว่าหารือกับทางสภาแล้วไม่มีอะไรปิดกั้น สามารถอภิปรายได้ นายบุญสิงห์ตอบว่า ต้องขอบคุณฝ่ายค้านที่ให้เกียรติ แต่พรรคเศรษฐกิจไทยไม่ได้ร่วมยื่นญัตติ จึงไม่แน่ใจ ต้องรอเป็นฝ่ายค้านเป็นทางการก่อนหรือไม่ หากผู้ที่ยื่นญัตติให้สิทธิ์เราร่วมอภิปราย คิดว่าทำได้ยังไม่ได้เล็ง รมต.คนไหนพิเศษเมื่อถามว่าหากมีโอกาสจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด นายบุญสิงห์ตอบว่า ยังไม่ได้เล็ง ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ร่วมยื่นญัตติเพราะยังไม่ได้เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน และทางฝ่ายค้านจัดคนอภิปรายเรียบร้อยแล้ว หากพรรคเศรษฐกิจไทยได้สิทธิ์เข้าไปร่วมเขาก็ต้องไปปรับ เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จะเข้าไปกราบลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะยกไปลาทั้งพรรคเลยหรือไม่ นายบุญสิงห์ตอบว่า หาก ร.อ.ธรรมนัสส่งสัญญาณมาว่า เราควรจะไปทั้งหมด ก็พร้อมไปอำลา พล.อ.ประวิตรพรรคเล็กปล่อย “ตู่-ป้อม-เฮ้ง”นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า ยังยึดมติเดิมกลุ่ม 16 คือ พรรคเล็กยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แต่มีรัฐมนตรี 5 คนที่ต้องรอดูการชี้แจง ส่วนที่มีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อยู่ในชื่อถูกโหวตคว่ำของกลุ่มพรรคเล็กด้วยนั้น ด้วยความสนิทสนมกับฝ่ายค้านจึงมีข้อมูลมา รวมถึงมีข้อมูลจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ค่อนข้างเยอะและชัดเจน และการโหวตของกลุ่ม 16 คงไม่ได้ตาม ร.อ.ธรรมนัสทุกเรื่อง ต้องว่าเป็นรายบุคคลไป ถึงจะล้ม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ แต่จะล้มรัฐมนตรีบางคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แน่นอน เพราะมีเสียงฝ่าย ร.อ.ธรรมนัส 15 เสียง และจากกลุ่ม 16 ถ้ารวมคะแนนกันแล้วก็ร่อแร่ ส่วนจะถอนตัวตามพรรคเศรษฐกิจไทยหรือไม่นั้น กลุ่ม 16 ยังไม่ได้หารือกัน ขอหารือกันในกลุ่มก่อน บังคับกันไม่ได้กาหัวสอย 5 รมต. “บิ๊กป๊อก” นำทีมผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 5 รัฐมนตรี ที่กลุ่ม 16 หารือกัน และมีแนวโน้มจะโหวตไม่ไว้วางใจนั้น ประกอบด้วย 1.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 2.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง 4.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย 5.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แย้ม “ลุงป้อม” แก้เกม ศท.อยู่ที่ จ.ชลบุรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคคงต้องหารือกัน เพราะรัฐบาลผสมต้องขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนในสภา การหาเสียงสนับสนุนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคแกนหลัก ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องช่วยกันดูแลเสียงสนับสนุนของแต่ละพรรคด้วย เพราะการถอนตัวของพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ใหญ่กำลังหาทางพูดคุยกัน ทราบว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กำลังดำเนินการอยู่ “กรณีที่ผมมีชื่อถูกอภิปรายฯด้วยนั้น เตรียมข้อมูลพร้อมตอบทุกประเด็น คาดว่าเป็นเรื่องเก่าที่เคยอภิปรายไปแล้ว หรือไม่ก็เป็นเรื่องที่กำกับดูแลกรมที่ดิน พร้อมชี้แจง มั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจ”ไทยสร้างไทยจี้รัฐเร่งลดค่าไฟเมื่อเวลา 12.00 น. ที่พรรคไทยสร้างไทยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย พร้อม น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาพรรค ร่วมแถลงเปิดโปงขบวนการขูดรีดประชาชนกรณีการขึ้นค่าไฟฟ้า คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขอเสนอแนวทางลดค่าครองชีพให้ประชาชน 2 ประการคือ รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดเปลี่ยนตัวชี้วัด KPI ใหม่ ขอให้นายกฯเปลี่ยนนโยบายหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับสาธารณูปโภค ที่มุ่งเน้นนำกำไรเข้ารัฐ มาเป็นลดค่าใช้จ่ายประชาชนแทน และรัฐบาลต้องเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ทั้งในประเทศและเพื่อนบ้าน ที่เป็นกลุ่มทุนไทย และบางส่วนเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ลดค่าความพร้อมจ่ายลงมา“เจ๊หน่อย” เอาใจช่วยฝ่ายค้านคุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า เอาใจช่วยให้การอภิปรายสัมฤทธิผล อยากให้มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ทำให้ประชาชนเห็นได้ ชี้ชัดว่าบริหารราชการบกพร่องผิดพลาดและมีการทุจริตตามญัตติ ขณะเดียวกันเป็นเวทีที่ฝ่ายรัฐบาลต้องชี้แจง เมื่อถามว่ามองว่า 11 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายใครจะโดนหนักที่สุดในรอบนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์และข้อมูล ฝ่ายค้านยังไม่เปิดเผย ต้องรอฟังก่อน เมื่อถามว่าหากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ร่วมอภิปรายด้วย จะทำให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า อาจมีข้อมูลมากขึ้น เขาเคยร่วมรัฐบาลมาอาจมีข้อมูลอินไซด์หรือไม่รัฐวิสาหกิจอย่ามุ่งเน้นผลกำไรน.ต.ศิธา ทิวารี กล่าวว่า ประเทศเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงอย่างสมบูรณ์แบบ หน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องไฟฟ้า ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต่างมีผลกำไรสะสมมหาศาลกว่า 6.6 แสนล้านบาท กฟผ.มีกำไรสะสมอยู่ที่ 3.74 แสนล้านบาท กฟน.มีกำไรสะสม 1.1 แสนล้านบาท และ กฟภ.มีกำไรสะสม 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่ประชาชนต้องรับภาระค่าไฟฟ้าแพงสาหัส สมัยนั่งเป็นประธานบอร์ดบริหารการท่าอากาศยาน ถือเป็นรัฐวิสาหกิจเกรดเอที่ต้องส่งเงินเข้ารัฐ แต่การบริหารงานในเวลานั้น มุ่งเน้นผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ลดค่าใช้จ่ายภาคประชาชน และสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ แต่ไปมุ่งเน้นทำกำไรกับเที่ยวบินต่างประเทศมาชดเชย เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าแม้จะเป็นรัฐวิสาหกิจเกรดเอ แต่สามารถช่วยลดภาระประชาชน และยังประกอบกิจการโดยมีผลกำไรได้หวังโค้งสุดท้าย ส.ส.กลับตัวกลับใจน.ต.ศิธายังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า ทุกครั้งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การลงมติของสภามักสวนความรู้สึกประชาชน หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดวิกฤติความเชื่อมั่นต่อสภา ไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย อยากฝาก ส.ส.โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาล มีหลายครั้งโหวตสวนความรู้สึกประชาชน แบบนี้ท่านไม่ได้ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน แต่ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาปกป้องการสืบทอดอำนาจ เพื่ออยู่ในตำแหน่งให้นานขึ้น การเลือกตั้งครั้งต่อไปเชื่อว่าถ้าประชาชนได้ซึมซับตรงนี้ ประชาชนจะออกมาลงคะแนนและลงโทษในสิ่งที่ท่านได้ทำมา ครั้งนี้ใกล้หมดวาระสภาฯแล้ว ส.ส.ที่มาจากประชาชนควรคิดได้ และกลับมาลงคะแนนโหวตให้สภาฯเป็นที่พึ่งหวังประชาชนอีกครั้งหนึ่งสอท.จัดแถวทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.วันเดียวกัน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาค กทม. พรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า จากการจัดสัมมนาผู้ประสานงานพื้นที่ กทม. มีการคัดเลือกบุคลากรดูแลพื้นที่จำนวน 26 คน ที่คาดว่าจะเป็นผู้ลงสมัคร ส.ส.กทม. ทุกคนจะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง คุณภาพชีวิต ความเหลื่อมล้ำ และความไม่ยุติธรรมในสังคม เพื่อผลักดันเป็นนโยบายพรรค และหากได้รับความไว้วางใจ ก็พร้อมเป็นตัวแทนของทุกคนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คน กทม.มีชีวิตที่ดีขึ้น และพรรคพร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากหลากหลายมิติ “นิพิฏฐ์” เปิดเรื่องเล่าคุย “สมคิด”ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีโอกาสปิดประตูสนทนากับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ช่วงปลายปี 2564 เคยถามท่านที่มีภาพติดตัวว่าเคยทำงานให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯคนปัจจุบัน นายสมคิดตอบว่า เป็นนักเศรษฐศาสตร์ เป็นผู้ผลิตนโยบายเศรษฐกิจที่คิดว่าอะไรเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ด้อยโอกาส ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และเป็นนโยบายที่ยั่งยืน สิ่งไหนที่สวนทางกับหลักคิดนี้ ก็ต้องถอนตัวออกมา นายสมคิดยังพูดถึงโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 เยอะมาก และยกมือไหว้บอกว่าเป็นโครงการพระราชดำริที่ดีมาก ช่วยคนจนได้เยอะ เลยถามไปว่าอะไรที่คิดว่าต้องรีบทำ อาจารย์ (นายสมคิด) ตอบทันทีว่า “ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” เพราะปัญหาทางการเมืองมันมาจากปัญหาเศรษฐกิจ จึงต้องมาพูดเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไม่งั้นแก้ปัญหาทางการเมืองไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ที่นับวันห่างออกไปเรื่อยๆ“ธนกร” ตั้งหน้าตั้งตาโต้แทน สลค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นำข้อมูลการจัดซื้อแท็บเล็ตของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มาเปิดเผยว่า นายจิรัฏฐ์สะเพร่ามาก เป็นถึง ส.ส.แต่แยกไม่ออกระหว่าง สลค.กับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ทำให้ข้าราชการ สลน.เสียหาย ยังกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รู้เห็นจัดซื้อ iPAD ตัวท็อปให้ข้าราชการ สุดท้ายต้องมาขอโทษว่าพูดชื่อหน่วยงานผิด แต่กลับไม่สำนึกไปออกสื่ออธิบายรายละเอียดสเปกที่ตัวเองมโนขึ้น ดูถูกข้าราชการว่าทำงานแค่ประสานงาน ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มีสเปกดีมาก พฤติกรรมน่ารังเกียจ ตั้งใจเอาข้อมูลมาโจมตีข้างนอกหวังผลการเมือง เพราะในวันประชุมอนุกรรมาธิการพิจารณางบฯปี 66 นายจิรัฏฐ์ไม่ได้ทักท้วงอะไร ข้าราชการที่ตั้งใจทำงานต้องมารับเคราะห์เสียหาย อยากให้นายจิรัฏฐ์ใช้สมองส่วนหน้าคิดอย่าใช้แต่สมองส่วนหลัง การจัดซื้อแท็บเล็ตของ สลค.ซื้อทดแทนของเดิมที่ใช้งานมานานแล้วแฉยับสเปกเทพเครื่อง 7.5 หมื่นผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตของ สลค. จัดทำโดยกองบริหารสารสนเทศ สลค. ชื่อโครงการจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทดแทนระบบเดิม วงเงินทั้งสิ้น 67,240,000 บาท รายการที่จัดหามีทั้งสิ้น 25 รายการ โดยมีการจัดหาแท็บเล็ต 3 รูปแบบ 210 เครื่อง รวมวงเงิน 14,370,000 บาท ได้แก่ แท็บเล็ต แบบที่ 1 จำนวน 100 เครื่อง เครื่องละราคา 70,000 บาท รวม 7 ล้านบาท แบบที่ 2 จำนวน 30 เครื่อง เครื่องละ 75,000 บาท รวม 2,250,000 บาท และแบบที่ 3 จำนวน 80 เครื่อง เครื่องละ 64,000 บาท รวม 5,120,000 บาท ทั้งนี้ สเปกของแท็บเล็ตทั้ง 3 รูปแบบถูกนำไปเปรียบเทียบกับสเปกของ iPAD Pro 2021 ในรุ่น 11 นิ้ว และรุ่น 12.9 นิ้ว ทั้ง 2 รุ่นแบ่งสเปกเป็นรุ่น Wi-Fi และรุ่น Wi-Fi+Cellular (4G, 5G) ได้ โดยเฉพาะรุ่น 12.9 นิ้ว ที่ระบุ CPU แบบ 8 Core RAM 8-16 GB หน่วยความจำ 512 GB-2 TB ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2,048×2,732 Pixel ความละเอียดกล้องหน้า 10 Megapixel กล้องหลัง 12 Megapixel ใกล้เคียงกับสเปกที่เขียนไว้ในโครงการของ สลค. “ชวน” กลับมานั่งบัลลังก์ 22 ก.ค.นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. แพทย์อนุญาตให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ติดโควิด-19 ออกจาก รพ.กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว หลังเข้าพักรักษาตัวใน รพ.รามาธิบดีตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. ตลอดเวลานายชวนมีอาการค่อนข้างน้อย สัญญาณชีพทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลเอกซเรย์ปอดปกติ ไม่มีอาการรุนแรงแต่อย่างใด นายชวนขอบคุณนายกฯและทุกคนที่ให้กำลังใจและห่วงใย แต่ต้องกักตัว 10 วัน ครบกำหนดในวันที่ 21 ก.ค. คาดว่าจะกลับมาทำหน้าที่ประธานสภาฯได้ในวันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่มีปัญหาเพราะรองประธานสภาฯ 2 คน ปฏิบัติหน้าที่แทนได้“เฮ้ง” จัดเบิร์ธเดย์ 48 ปีคึกคักที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สาขาชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พรรคพลังประชารัฐ จัดงานวันเกิดครบรอบ 48 ปี ชื่องาน “เสือ 4 รอบ ครบ 48 พวกกันสำคัญเสมอ” ช่วงเช้ามีพิธีทำบุญกับครอบ ครัว แจกทุนการศึกษา ถุงยังชีพให้ผู้ยากไร้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ตัวแทนนำกระเช้าดอกไม้มาอวยพร มีรัฐมนตรี ส.ส. และนักการเมือง อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. นพ.รวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม นายพิเชษฐ์ สถิรชวาลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. หัวหน้ากลุ่ม 16 รวมถึงข้าราชการ ภาคเอกชน และประชาชน มาร่วมอวยพร ในงานแจกเสื้อยืดคอกลมลายเสือ สกรีนคำว่า “รมว.เฮ้ง เสือ 4 รอบ ครบ 48 พวกกันสำคัญเสมอ” ขึ้นป้ายงานเป็นรูปเสือเพราะเกิดปีขาล บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักกร้าวคนปีขาลหนุนทหารเสือนายสุชาติกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีสำคัญ ครบรอบ 4 รอบ เกิดปีขาลปีเสือ ขอบคุณท้องถิ่นทั้ง จ.ชลบุรี ประชาชนลงทะเบียนมาร่วมงานกว่า 1 หมื่นคน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร.ส่งผู้แทนมามอบของขวัญ อวยพรให้มีพลังกาย พลังใจ ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อสถาบันฯ ต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ประชาชน นายกฯมองว่า ตนอายุยังไม่มาก ยังพอมีพละกำลังทำงานได้อีกหลายปี ผู้สื่อข่าวถามว่า เกิดปีขาลดวงสมพงศ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นทหารเสือราชินี นายสุชาติตอบว่า เป็นมุมมองคนอื่น ไม่เก่งเรื่องดูดวง แต่หลายคนมองว่า อาจจะมีโชค มีราศีที่สนับสนุน และเป็นฐานให้กับนายกฯได้ พร้อมจะทำงานให้นายกฯ รัฐบาล และประเทศชาติสุดกำลัง ครอบครัวสนับสนุนเต็มที่โล่งอก “ธรรมนัส” ไปซะได้ก็ดีนายสุชาติยังกล่าวถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ถอนตัวจากรัฐบาลว่า ตั้งแต่ก่อนการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2566 พอจะมองออกถึงแนวทางของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย รู้อยู่แล้ว ส่วนจะทำให้เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำหรือไม่ ยังมั่นใจในเสียงพรรคเล็ก ทั้งกลุ่ม 16 เป็นเพื่อนกันทุกคน เชื่อว่าประชาชนมองออก เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสอยู่ฝ่ายตรงข้าม นายสุชาติตอบว่า เป็นเรื่องดี ดีกว่าอยู่แล้วไม่แน่นอน ประเมินอะไรไม่ออก เป็นแบบนี้ชัดเจนกว่า เลยไม่ห่วงเกมล้มนายกฯในสภาฯ เมื่อถามว่ากลุ่ม 16 สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร แต่ไม่รับรอง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติตอบว่า เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนจะได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจผ่านทั้ง 11 คน“สุวัจน์” ลั่นเที่ยวนี้ ชพน.เอาจริงที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนพรรคชาติพัฒนาต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคชาติพัฒนายังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่พรรคต้องฟังการอภิปรายก่อนว่ามีอะไรที่เสียหายมากน้อยเพียงใด และดูกระแสสังคมด้วย ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศกวาด ส.ส.ทั้ง 16 เขตของ จ.นครราชสีมา เป็นเรื่องของแต่ละพรรค แต่พรรคชาติพัฒนาเที่ยวนี้เราเอาจริง วันนี้บ้านเมืองมีปัญหามากโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ในฐานะที่เป็นพรรคเก่าแก่ 30 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ เรามุ่งมั่นอยากเข้ามามีส่วนในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเหมือนในอดีตที่เรามีส่วนช่วยเหลือประเทศชาติมาตลอด เลือกตั้งเที่ยวนี้เต็มที่