ประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระองค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนฯ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่ ศาลปกครอง มีคำพิพากษา การล้มประมูลของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้โครงการนี้ต้องล่าช้าออกไปอีกโครงการถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นส่วนที่เชื่อมต่อของระบบรถไฟฟ้ามหานครจาก ศูนย์วัฒนธรรมไปยังมีนบุรี โดยจะมีการ เปิดประมูลใหม่ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การที่ กระทรวงคมนาคม ที่มี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นว่าการฯและ รฟม. ควรจะดำเนินการอย่างไร ระหว่างให้ยกเลิกการประมูลรอบใหม่และให้กลับไปใช้การประมูลในรอบแรก หรือรอฟังคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบว่า ผู้บริหารของคมนาคมและผู้บริหาร รฟม.มีความผิดประการใด ด้วยหรือไม่ปัญหานี้จะบานปลายและกลายเป็น ค่าโง่ของรัฐบาลในอนาคต หรือจะเป็นการตอบสนองนักการเมืองพรรคการเมืองอย่างไร ก็ไม่ควรเอาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนมาล้อเล่น ยกตัวอย่างมีโครงการโครงสร้างพื้นฐาน หลายโครงการที่มีปัญหาสร้างเสร็จไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด กลายเป็นถนน 7 ชั่วโคตร หรือเป็น โทลล์เวย์ ที่เอาไว้โชว์ในช่วงตอนมีเทศกาลเท่านั้นรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า โทลล์เวย์ ทางด่วนพิเศษ ไม่ว่าจะเปิดประมูลกี่ครั้ง กี่เส้นทางก็มีปัญหาทั้งสิ้น ขนาดประมูลกันเรียบร้อยไปแล้วคนใหม่เข้ามายังล้มการประมูลเฉยเลย เพื่อผลประโยชน์ของใครส่วนรวมหรือส่วนตัวงานนี้ ศาลปกครองกลาง ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำระหว่าง บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอส กับ คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี และ รฟม. โดยศาลระบุว่า การประกาศยกเลิกการประมูลไม่เปิดให้ บีทีเอส ได้แสดงความคิดเห็นข้อเท็จจริงเพื่อมาช่วยลดหรือแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งในการดำเนินการรถไฟฟ้า ดังนั้นถือว่าเป็นมติและประกาศที่ออกโดยใช้ดุลพินิจไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อมาถึง 2 ปี นับจากเดือน ก.ค.ปี 2563 เป็นต้นมาการปรับหลักเกณฑ์คัดเลือกเอกชนกลางคัน ก่อนการประกาศล้มประมูล ทันทีที่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่เข้ามา เป็นกรณีสองแง่สองง่าม ที่มีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์แน่นอนเรื่องที่ผิดปกติก็คือแม้จะมีคำพิพากษาของศาลปกครองกลางออกมาแล้วว่า เป็นการล้มการประมูลไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นต้องกลับไปทบทวนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อยก่อนทำไมต้องรีบร้อนประกาศให้เอกชนยื่นซองประมูลใหม่ ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ และจะเปิดซองข้อเสนอในวันที่ 1 ส.ค.ทันที ใช้เวลาพิจารณาแค่ 2-3 วันเท่านั้น และน่าจะรู้ทั้งรู้ว่าถ้าให้มีการยื่นซองประมูลก็จะเป็นการขัดกับคำพิพากษาของศาล และจะมีปัญหาร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้โครงการนี้ยืดเยื้อออกไปไม่มีที่สิ้นสุดบาปกรรมจะมาตกอยู่กับประชาชนตาดำๆของประเทศ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th