โลกช็อก...อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น “ชินโสะ อาเบะ” ถูกมือปืนลูกซองลำกล้องแฝด ปฏิบัติการโหด “ลอบสังหาร” ขณะยืนปราศรัยหาเสียงช่วยลูกพรรคอยู่ที่ถนนในเมืองนารา คนร้ายลอบมาทางด้านหลัง ลั่นกระสุน 2 นัดเสียงดังลั่น เจาะอกอดีตผู้นำแดนอาทิตย์อุทัยล้มลงนอนกับพื้น แต่มือสังหารหนีไม่รอด ถูกเจ้าหน้าที่อารักขาความปลอดภัยกระโจนตะครุบล็อกตัวไว้ได้ทันควัน ส่วนนายอาเบะหลังทีมงานหาเสียงพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตและนำส่งโรงพยาบาล ถึงแก่อสัญกรรมในเวลาต่อมา แม้แพทย์จะพยายามช่วยกันยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ เผยประวัติเส้นทางการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดถือเป็นเหตุการณ์ช็อกโลกอย่างยิ่ง กับปฏิบัติการสุดอุกอาจ “ลอบสังหาร” อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นาย “ชินโสะ อาเบะ” อายุ 67 ปี ขณะกำลังยืนปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งวุฒิสภาให้กับลูกพรรคเสรีประชาธิปไตยที่นายชินโสะเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ สร้างความสะเทือนขวัญให้ชาวญี่ปุ่นและผู้คนทั่วโลก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ที่กำลังยืนฟังการปราศรัยและถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดขวัญเสียในเหตุการณ์สุดช็อกที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา โลกช็อก...ลอบสังหาร “ชินโสะ อาเบะ”ทั้งนี้ ปฏิบัติการโหดลอบสังหารอดีตผู้นำแดนอาทิตย์อุทัยจนถึงแก่อสัญกรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค. โดยสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานเหตุสะเทือนขวัญว่า เกิดเมื่อเวลา 11.30 น. ขณะนายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ขึ้นแท่นกล่าวปราศรัยหาเสียงให้สมาชิกพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่จะมีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในวันที่ 10 ก.ค. อยู่ที่ บริเวณหน้าสถานีรถไฟยามาโตะ ไซไดอิจิ ในเมืองนารา จังหวัดนารา แต่หลังจากปราศรัยได้ไม่นาน ได้ถูกคนร้ายอาศัยช่องโหว่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินข้ามถนนเข้ามาหานายอาเบะจากด้านหลังแล้วเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนยิงนายอาเบะในระยะกระชั้นชิดจำนวน 2 นัด โดยปืนที่คนร้ายใช้สังหารนายอาเบะเป็นปืนลูกซองลำกล้องแฝด ประดิษฐ์เอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกของชาวบ้านและผู้มายืนฟังการปราศรัยในบริเวณดังกล่าวที่เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตา มือปืนมาข้างหลังยิงขณะยืนปราศรัยสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานต่อไปว่า หลังเสียงกระสุนปืนนัดแรกดังขึ้น นายอาเบะยังไม่เป็นอะไร ยืนนิ่งอยู่พร้อมเอี้ยวตัวไปยังทิศทางของเสียงปืน แต่หลังจากเสียงปืนนัดที่สอง ที่ดังสนั่นหวั่นไหวเหมือนระเบิด นายอาเบะได้ยกมือขึ้นมากุมหน้าอก ก่อนที่ร่างจะล้มทรุดลงไปกองกับพื้น ขณะที่เจ้าหน้าที่อารักขามองเห็นมือปืนและพากันวิ่งกรูเข้าไปตะครุบล็อกตัวคนร้ายที่ไม่มีท่าทีจะหลบหนีแต่อย่างใด การเข้าตะครุบตัวคนร้ายยังทำให้อาวุธปืนที่ใช้สังหารอดีตนายกฯญี่ปุ่น หล่นลงกับพื้น เป็นปืนลูกซองประดิษฐ์เอง คล้ายกับปืนลูกซองแฝดพันด้วยเทปกาวสีดำกระสุนเจาะอกทรุดร่างลงพื้นแหล่งข่าวรัฐบาลเผยกับสื่อท้องถิ่นด้วยว่า ตอนนายอาเบะทรุดตัวล้มลงไปนอนกับพื้น นายอาเบะยังคงมีสติอยู่ชั่วครู่ และมีเจ้าหน้าที่ทีมหาเสียงได้กรูเข้าไปช่วยชีวิตพยายามปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือยื้อชีวิตนายอาเบะจากความตาย พร้อมระบุว่า กระสุนถูกหน้าอกด้านซ้าย และมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณคอ จากนั้นหน่วยกู้ภัยได้พานายอาเบะขึ้นเฮลิคอปเตอร์นำส่งมหาวิทยาลัยการแพทย์นารา ในตัวเมือง ขณะที่สื่อมวลชนที่มาเกาะติดทำข่าวพบเห็น นางอากิ อาเบะ ภริยาเดินทางมาดูใจด้วยสีหน้าตื่นตระหนกวิตกกังวล มือปืนหนีไม่รอดถูกตะครุบตัวได้สำนักข่าวฟูจิทีวีและสำนักข่าวเอ็นเอชเคญี่ปุ่น รายงานอ้างแหล่งข่าวตำรวจด้วยว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ทราบว่าชื่อ นายเท็ตซึยะ ยามากามิ วัย 41 ปี ชาวเมืองนารา มีประวัติเป็นอดีตทหารกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ต่อมาคนร้ายให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า สาเหตุที่ลงมือสังหารอดีตนายกฯญี่ปุ่น เพราะไม่ชอบนายอาเบะและเป็นการลงมือเพื่อตั้งใจฆ่า ส่วนนายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ยกเลิกการช่วยหาเสียงและเดินทางกลับสู่กรุงโตเกียวอย่างเร่งด่วน ก่อนออกแถลงในสภาพน้ำตาคลอว่า นาย อาเบะอาการสาหัส หวังว่านายอาเบะจะมีลมหายใจต่อรอดชีวิตจากเหตุลอบสังหารครั้งนี้ ที่ถือว่าเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดและป่าเถื่อนถึงแก่อสัญกรรมหลังแพทย์ 20 คนยื้อชีวิตในเวลาต่อมา นายคิมิฮิโกะ คิจิคาวะ ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยการแพทย์นารา ได้แถลงอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน ระบุว่า นายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นวัย 67 ปี ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเวลา 17.03 น. ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น หรือประมาณ 15.03 น.ตามเวลาประเทศไทย ทีมแพทย์ 20 คน ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการยื้อชีวิตอดีตผู้นำแต่ไม่สำเร็จ โดยตอนถูกนำตัวส่งถึงโรงพยาบาล นายอาเบะไม่มีสัญญาณชีพจรแล้ว การนำเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินแพทย์ได้พยายามให้เลือด แต่นายอาเบะเสียเลือดมากเกินไป เนื่องจากกระสุนสังหารเจาะเข้าที่หัวใจจนเป็นแผลใหญ่ หลังการถึงแก่อสัญกรรมของนายอาเบะ ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเผยประวัติเป็นนายกฯนานที่สุดสำหรับนายอาเบะ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น ครองอำนาจบริหารระหว่างปี 2549-2550 ก่อนหวนกลับสู่ตำแหน่งอีกครั้งในปี 2555 จนถึงปี 2563 ที่เจ้าตัวได้ประกาศลาออกจากการเป็นนายกฯ ด้วยปัญหาลำไส้อักเสบเรื้อรัง ด้านประวัติส่วนตัว นายอาเบะเติบโตในตระกูลการเมือง ปู่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 บิดาเป็นอดีต รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซกิในกรุงโตเกียวและมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้เข้าทำงานในโรงงานเหล็กโกเบ ก่อนผันตัวมาเป็นผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ และเริ่มเล่นการเมืองอย่างเต็มตัวได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยวัย 38 ปีเมื่อปี 2536 ตามด้วยตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในปี 2548 จนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 70 ของประเทศในปี 2549 จนกระทั่งลาออกจากตำแหน่งในปี 2563 นับเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยระหว่างดำรงตำแหน่ง มีนายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศและ รมว.กลาโหม ถูกขนานนาม “นักการเมืองสายเหยี่ยว”นอกจากนี้ นายอาเบะยังถูกขนานนามว่าเป็นนักการเมืองสายเหยี่ยว ที่พยายามผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ที่จะทำให้กองกำลังป้องกันตนเองแปรสภาพกลายเป็นกองทัพ จนได้รับเสียงต่อต้านจากประชาชนบางส่วนที่ไม่อยากให้ญี่ปุ่นกลับไปเป็นเหมือนสมัยจักรวรรดินิยมยุคสงคราม โลกครั้งที่ 2ผู้นำทั่วโลกอาลัย–ทรัมป์ชมเพื่อนแท้ภายหลังมีข่าวยืนยันและแพร่ไปทั่วโลก ถึงการถึงแก่อสัญกรรมของนายอาเบะอย่างเป็นทางการ บรรดาผู้นำโลกต่างออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ อาทิ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย นางเออร์ซูลา ฟอน เด ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นายยูน ซุก โยล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ไปจนถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่า นายอาเบะเป็นเพื่อนแท้และสำคัญกว่าคือเป็นเพื่อนแท้ของอเมริกานายกฯไทยขอบคุณคนเป็นห่วงส่วนความเคลื่อนไหวที่ไทย เวลา 11.30 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ถึงข่าวนายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกลอบยิงถึงแก่อสัญกรรมว่า “ทราบแล้ว” ต่อมาเวลา 15.15 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆ อีกครั้ง ถึงกรณีเหตุลอบยิงนายชินโสะ อาเบะ ที่ถามว่า จะต้องเพิ่มความเข้มข้นการรักษาความปลอดภัยด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ต้องเข้มข้นอยู่แล้ว ขอบคุณนะจ๊ะที่เป็นห่วง”ไทย–อาเซียนเตรียมออกแถลงการณ์ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า นายกรัฐมนตรี ตกใจกับเรื่องนี้มากไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนของท่าน เพราะนายอาเบะและนายกฯมีความใกล้ชิดกันมาก เนื่องจากสมัยที่นายอาเบะเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้พบปะกับนายกฯไทยอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ไทยและญี่ปุ่น ทำให้มีความคุ้นเคยกัน จากนี้จะมีการออกแถลงการณ์ในนามรัฐบาลไทยและในนามอาเซียน เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ รู้สึกวิตกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอาเบะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย รวมถึงนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่นใกล้ชิดกันมาก ทั้งในระดับรัฐบาลและประชาชน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความสงบและขอให้ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆยิ่งลักษณ์เสียใจลอบสังหารอาเบะขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตนายกฯ ชินโสะ อาเบะ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯที่ยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น ท่านได้ทุ่มเทดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสได้พบและหารือกับท่านหลายครั้ง เพื่อขยายโอกาสและความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในทุกมิติให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของอดีตนายกฯอาเบะ และประชาชนชาวญี่ปุ่น ตำรวจเพิ่มแผนเข้มอารักขาผู้นำพล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ ถึงการเพิ่มแผนมาตรการดูแลอารักขาผู้นำ หลังเกิดเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตผู้นำประเทศญี่ปุ่นว่า ในฐานะที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงต่างๆ ตอนนี้คงต้องเพิ่มความเข้มในมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะระดับผู้ใหญ่ที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยและบรรดาผู้นำในประเทศ รวมถึงการจัดการประชุมเอเปกและการประชุมที่เกี่ยวเนื่อง ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ โดยจะมีการถอดบทเรียน รวมถึงการเตรียมแผนต่างๆให้ดีขึ้น ทั้งนี้ในวันที่ 10 ก.ค. ที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกาจะเดินทางมาประเทศไทยและมีกำหนดการพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลด้วยนั้น แม้จะมีแผนอยู่แล้ว อาจต้องเพิ่มความเข้มข้นของแผนมากขึ้นและอาจต้องเพิ่มความเข้มเป็นกรณีพิเศษมากขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจของทุกฝ่าย“ตู่” ยก “อาเบะ” เพื่อนที่ยอดเยี่ยมล่าสุดเวลา 19.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กระบุว่า “ด้วยความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งที่ผมขอไว้อาลัยต่อการจากไปของเพื่อนที่ยอดเยี่ยม อดีตนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ประชาชนชาวไทยร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง หากจะมีการปลอบโยนใดๆกับโศกนาฏกรรมที่ไร้สตินี้ มันเป็นความจริงที่ว่านายกรัฐมนตรีอาเบะทําให้ประเทศชาติที่รักของเขาและโลกน่าอยู่ขึ้น ด้วยการอุทิศตนตลอดชีวิตของเขาเพื่อการบริการสาธารณะ และการแสวงหาวิสัยทัศน์ที่เป็นแบบอย่างของเขา และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียลูกชายคนโปรดของญี่ปุ่นไป”กต.แถลงการณ์เสียใจต่อมิตรแท้ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “กระทรวงการต่างประเทศรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้รับทราบข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของนายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ถูกลอบสังหารอย่างน่าสลดใจที่จังหวัดนารา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พวกเราชาวไทยจะระลึกถึงท่านอาเบะด้วยความซาบซึ้งในฐานะมิตรแท้ของประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมมิตรภาพอันอบอุ่นและความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกมิติ กระทรวงการต่างประเทศขอประณามอย่างรุนแรงต่อพฤติกรรมที่โหดร้ายยิ่งในครั้งนี้ และขอสนับสนุนความพยายามในการนำตัวคนร้ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความอาลัย และขอภาวนาให้กับครอบครัวของท่านอาเบะ และประชาชนชาวญี่ปุ่นในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”