“The Voice All Stars” คว้า 4 โค้ช สุดเก๋า ก้อง-สหรัถ, เจนนิเฟอร์ คิ้ม, โจอี้ บอย และ ป๊อบ-ปองกูล นั่งเก้าอี้โค้ชประจำรายการ งานนี้การพาลูกทีมไปถึงฝั่งฝันไม่ง่ายเหมือนเก่า เพราะรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป บรรยากาศการถ่ายทำที่อบอวลไปด้วยความผูกพัน จัดเต็มทุกความเซอร์ไพรส์ กลายเป็นงานหินของโค้ชโจอี้ บอย โค้ชที่ร่วมรายการมาตั้งแต่ซีซันแรก กล่าวว่า ตื่นเต้นที่ได้รียูเนียนกับน้องที่คิดถึงอีกครั้ง ดีใจที่จะได้เห็นผู้เข้าแข่งขันกลับมามีความสุขกับการร้องเพลง ซีซันนี้จะมี อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างจากซีซันอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะผู้เข้าแข่งขันเป็นคนที่คุ้นเคยกัน จึงมีเรื่องของความผูกพันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การแย่งลูกทีมบนเวทีจะเปลี่ยนไป เป็นซีซันเดียวที่เกิดการเสียน้ำตากันตั้งแต่รอบ Blind Audi tion เลยทีเดียว โค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม การันตีว่า ซีซันนี้เป็นซีซันที่พร้อมจะพลิกเกมได้ทุกเมื่อ ไม่มีใครคาดถึงได้ พร้อมกับสร้างความประทับใจทั้งเบื้องหน้าที่ได้ฟังเสียงร้องเพราะๆ หรือการบอกเล่าเรื่องราวของผู้เข้าแข่งขันที่สอนอะไรบางอย่างให้กับตัวโค้ชเอง หรือแม้กระทั่งเบื้องหลังความสำเร็จของรายการที่คนดูไม่เคยเห็นก้อง-สหรัถ พูดถึงความพิเศษของ The Voice All Stars ว่า เป็นการรวมผู้เข้าแข่งขันระดับหัวกะทิมาเจอกัน ทำให้โค้ชเกิดหลากหลาย อารมณ์ คอนเฟิร์มว่าผู้ชมมันส์แน่นอน ส่วนตัวเองก็เซอร์ไพรส์กับทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้น ทั้งดีใจที่ได้ลูกทีมที่เคยพลาดในซีซันก่อน เสียใจที่เราจำเสียงลูกทีมตัวเองไม่ได้เลยไม่ได้กดปุ่มให้โอกาสพวกเขา หรือแม้กระทั่งตกใจที่ได้เห็นพัฒนา การที่ก้าวกระโดดของผู้เข้าแข่งขันหลังจากที่ไม่ได้เจอมาหลายปีโค้ช ป๊อบ-ปองกูล กล่าวว่า ตื่นเต้นที่ได้กลับมานั่งเก้าอี้โค้ชอีกครั้ง ที่ผ่านมาได้เจอลูกทีมตัวเองนอกรายการมาบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนการได้กลับขึ้นมาบนเวทีนี้ที่เหมือนได้กลับสู่บ้าน ก็ดีใจที่ได้กลับมาเห็นการเติบโตของผู้เข้าแข่งขัน เวที The Voice เป็นเวทีแรกของผู้เข้าแข่งขันหลายๆคน ก่อนที่แต่ละคนจะเดินทางออกไปเติมเต็มความฝันของตัวเอง ส่วน The Voice All Stars จะเป็นเหมือนพื้นที่ที่ให้ผู้เข้าแข่งขันเหล่านั้นได้กลับมารีเช็กตัวเองว่าได้เดินไปถึงจุดไหนของความฝันแล้ว.