ตำรวจคุมตัว “อ้วน-แสงโรจน์ กาญจนะ” ผู้ต้องหาซื้อบริการเด็กหญิงฝากขังต่อศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัวศาลรับคำร้องเพิกถอนปล่อยตัวชั่วคราวคุมตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำ ด้าน ผบช.ภ.8 เผยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวนายอ้วนและนายแพทย์คนหนึ่ง คาดจะไปข่มขู่พยาน และส่งเรื่องถึง พม.ย้ายนายเอ็ม พี่เลี้ยงเด็กออกนอกพื้นที่ ขณะที่ “จุติ” ออกมาป้องรองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน สั่งย้ายเข้ากรุ ไม่ได้เป็นการลงโทษ ย้ำไม่ขัดกับ “บิ๊กโจ๊ก”ภายหลังที่นายแสงโรจน์ หรืออ้วน กาญจนะ ลูกชายนายชุมพล กาญจนะ อดีตนักการเมืองชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี ซื้อบริการเด็กหญิง เข้ามอบตัวในช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค. ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีแล้ว ถูกดำเนินคดีตามหมายจับ 5 ข้อหา พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำ ส่วนนายอ้วนให้การปฏิเสธทุกข้อหา หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะคุมตัวนายอ้วนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานด้วย ส่วนนายสุวัฒน์ หรือเอ็ม เผ่าพันธุ์ ครูพี่เลี้ยงเด็ก บ้านพักเด็กและครอบครัวสุราษฎร์ธานี ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย บังคับขู่เข็ญไม่ให้เด็กบอกชื่อลูกค้าที่มาใช้บริการเด็กหญิงแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมเด็ก และเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานแรกรับทำร้ายร่างกาย หรือลงโทษด้วยวิธีการรุนแรงไม่เป็นไปตามที่ระเบียบกำหนดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก คุมตัวนายเอ็มไปฝากขังที่ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี และได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแล้วความคืบหน้าสายวันที่ 9 พ.ค. พ.ต.อ.กิตติพงศ์ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ภาค 8 และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ภาค 8 สั่งการให้พนักงานสอบสวนคุมตัวนายแสงโรจน์ หรืออ้วน กาญจนะ ผู้ต้องหาคดีซื้อประเวณีเด็กไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีที่ 291/2564 ของ สภ.ขุนทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ที่พนักงานอัยการกองคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นส่งตัวนายแสงโรจน์ ฟ้องต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 29 เม.ย.2565 อ้างว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ศาลรับคำร้องพนักงานสอบสวนและไต่สวนแล้ว มีคำสั่งเพิกถอน ปล่อยตัวชั่วคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายแสงโรจน์ฝากขังที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานีสำหรับนายแสงโรจน์ถูกออกหมายจับทั้งสิ้นรวม 3 หมาย ประกอบด้วยคดีที่ 291/2564 สภ.ขุนทะเล ลงวันที่ 7 พ.ย.64 ที่พนักงานอัยการส่งตัวฟ้องต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว อยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว คดีที่ 89/2565 ลงวันที่ 27 เม.ย.2565 สภ.ขุนทะเล และคดีที่ 981/2565 ลงวันที่ 5 พ.ค.2565 สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พรากหรือร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร พาหรือร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ร่วมกันชักจูงส่งเสริมยินยอมหรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กกระทำผิดและกระทำชำเราเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเองหรือผู้อื่นแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีในสถานการค้าประเวณีรวม 5 ข้อหา มีผู้เสียหายรวม 7 คน เป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระรวม 10 กรรม (ครั้ง)มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายแสงโรจน์ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังนี้ ปี 2542 คดีพยายามฆ่า ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานบันเทิง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ปี 2543 คดีฆ่าผู้อื่น ใช้อาวุธปืนยิงพนักงานขับรถ สนง.สรรพากรภาค 11 เสียชีวิต ใน อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ปี 2548 คดียาเสพติด (ยกฟ้อง) ปี 2548 คดีข่มขืนกระทำชำเรานักศึกษา (ยกฟ้อง) ปี 2549 คดีข่มขืนกระทำชำเราชาวพม่า/ กักขังหน่วงเหนี่ยว/ใช้อาวุธปืน (ยกฟ้อง) ปี 2551 คดีข่มขืนนักศึกษา (ยกฟ้อง) ปี 2564-2565 คดีกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี (3 คดี 5 ข้อหาผู้เสียหาย 7 คน 10 กรรม)ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 ร่วมประชุมกับคณะทำงานเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีค้ามนุษย์ มี พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี และคณะทำงานเข้าร่วมประชุม จากนั้น พล.ต.ท.อำพลเปิดเผยว่า ตำรวจพบว่ามีผู้ต้องหาเข้าไปข่มขู่และยุ่งเหยิงกับพยาน พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลให้เพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหา 2 ราย ในคดีที่ 291/2564 ศาลรับคำร้องมีคำสั่งเพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหา 2 ราย มีนายแสงโรจน์ กาญจนะ และนายแพทย์คนหนึ่ง นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนมีหนังสือถึงกระทรวง พม. ขอให้ย้ายนายเอ็ม พี่เลี้ยงบ้านพักเด็กและครอบครัวสุราษฎร์ธานีให้ออกนอกพื้นที่ด้วย ขณะนี้ตำรวจยังขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในเร็วนี้จะยื่นหลักฐานต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 4 แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีรายงานมาถึงตนแล้ว แต่ยังขาดรายละเอียดบ้าง ตนสั่งการให้ปลัด พม.เป็นคณะทำงานเข้าไปสอบสวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ ดำเนินการเร็วที่สุดและรายงานให้ทราบทุกวัน ในวันที่ 11 พ.ค. ตนจะเดินทางไปรับฟังปัญหาจากประชาชน จากภาคประชาชนที่ทำงานด้วย และฟังผู้ปฏิบัติงานด้วยตัวเองที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนเดินสายทุกภูมิภาคต่อไป นายจุติเปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เสียหายบางส่วนอยู่ในการคุ้มครองของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่วนที่ไม่อยู่ในการคุ้มครองของกรมคุ้มครองสิทธิ์ให้ออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกกดดันจากฝ่ายใดๆทั้งสิ้น ผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ราย ประกอบด้วย หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายเอ็มซึ่งเป็นพนักงานราชการ และนายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน มีคำสั่งย้ายให้มาที่สำนักปลัด พม. เข้ามารายงานตัวและให้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว ย้ำที่ย้ายเข้ามานั้นไม่ได้เป็นการลงโทษ แต่เพื่อให้มีการดำเนินการสอบข้อเท็จจริง ส่วนตัวไม่ได้พูดคุยกับรองอธิบดี ดย. ที่ปรากฏข่าว เพราะเป็นหน้าที่ปลัด พม. ที่จะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ขอให้ประชาชนมั่นใจจะทำอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มีการคุ้มครองเด็ก ให้ความคุ้มครองสตรีทุกกรณี ปรับการทำงานให้กระชับมากขึ้น พม.จะทำงานร่วมกับตำรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างถอนรากถอนโคน นายจุติเปิดเผยอีกว่า ขอให้เข้าใจว่าคนที่เริ่มต้นเรื่องนี้เป็น พม. เนื่องจากมีผู้มาร้องเรียนที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ว่า มีเด็กอายุต่ำว่า 18 ปี ถูกกักขัง 11 ราย ตั้งแต่เดือน พ.ย.2564 ดำเนินการสอบสวนและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีพบว่าเป็นคดีค้ามนุษย์ กรณีที่เจ้าหน้าที่บ้านพักฯถูกกล่าวหาว่าตีเด็ก กดดันเด็กนั้น จากการสอบข้อเท็จจริงยอมรับว่าตีเด็กจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เป็นการตีเพื่อลงโทษตามวินัยของบ้านพักฯ แต่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไปเมื่อถามว่า สิ่งที่ รมว.พม.ชี้แจงวันนี้มีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ นายจุติตอบว่า ตนไม่ขัดแย้งกับบิ๊กโจ๊ก ทั้งนี้ พม.พร้อมให้การร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนเรื่องการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ ส่วนจะขยายผลไปถึงใครเป็นหน้าที่ของตำรวจ ขณะเดียวกันถ้าไม่กระทบกับคดี หากสามารถให้ข้อมูลต่อ พม.เพื่อดำเนินการสอบสวนในเชิงลึกมากขึ้น อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลมาด้วย ตนขอฝากคำร้องนี้ผ่านสื่อมวลชนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่กล้าทำหนังสือไปขอโดยตรง เพราะกลัวถูกกล่าวหาว่าเข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดี ยืนยันว่าดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใส ไม่มีล้มมวย ไม่ซูเอี๋ย ใครเกี่ยวข้องจะดำเนินการเอาผิดหมด ไม่ละเว้น ใครละเว้นจะถูกเอาผิดมาตรา 157ผู้สื่อข่าวถามถึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ นายจุติตอบว่า ยังไม่พูดคุย เพราะไม่มีใครเกี่ยวข้อง ที่มองว่ากรณีนี้เชื่อมโยงกับ รมว.พม.หรือไม่ นักข่าวเอาไปเชื่อมกันเอง ส่วนกรณีฝ่ายค้านหยิบเรื่องนี้มาเป็นประเด็นโจมตีและถามหาความรับผิดชอบนั้น ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ตนไปห้ามใครไม่ได้ ข้อเท็จจริงมีอยู่ ถามมาจะตอบไป กล่าวหาจะชี้แจงไป ยืนยันว่าไม่มีเชื่อมโยง เพราะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับทั้ง 3 คนนี้