ไม่ทราบว่าคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับข้อสงสัยในประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งของประธานศาลรัฐธรรมนูญในปัจจุบันได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วหรือยังคณะกรรมการสรรหาฯดังกล่าวประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน และมีกรรมการอีก 8 ราย ประกอบด้วย 2.ประธานสภาผู้แทนราษฎร 3.ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 4.ประธานศาลปกครองสูงสุด 5.บุคคลซึ่งองค์กรอิสระแต่งตั้งองค์กรละหนึ่งคนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง 6.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 7.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 8.คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 9.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นกรรมการในระหว่างนี้มีความเห็นของ รองศาสตราจารย์ ดร.โกเมศ ขวัญเมือง จากภาควิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของประธานศาลรัฐธรรมนูญมาอย่างน่าสนใจดร.โกเมศ เคยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และเป็นผู้เสนอญัตติต่อคณะกรรมาธิการฯให้จัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญแทนคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่เคยจัดตั้งมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 เรื่อยมาจนถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534ในส่วนของการพิจารณาระยะเวลาของการดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯเห็นพ้องในหลักการที่ว่าระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการสิ้นสุดลงตามเกณฑ์ เงื่อนเวลา 2 เกณฑ์ด้วยกัน คือเกณฑ์แรกระยะเวลาการดำรงตำแหน่งครบวาระและเกณฑ์ที่สองการดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลงเมื่ออายุตัวของตุลาการครบบริบูรณ์ตามจำนวนปีที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่าหากตุลาการฯดำรงตำแหน่งครบวาระแล้วก็ถือสิ้นสุดการเป็นตุลาการมิให้ต้องไปพิจารณาอายุตัวของตุลาการท่านนั้นอีกแต่อย่างใดเรื่องนี้ ดร.โกเมศ บอกว่า เห็นด้วยในบทสรุปที่ว่าวาระการดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ของ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม จะสิ้นสุดลงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 คือต้องครบวาระ 9 ปีแต่มีข้อคิดเห็นแตกต่างในรายละเอียดทางกฎหมายบางประการเล็กน้อยเพื่อเป็นการเสริมบทวิเคราะห์กรณีนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นจึงขอนำเสนอความเห็นดังกล่าวในวันพรุ่งนี้.“ซี.12”c12thongchai@gmail.com