ท้ายสงกรานต์พวกเราไม่ดูตาม้าตาเรือ นึกอยากจะไปไหว้พระแก้วขึ้นมา แต่บุญไม่พาเลี้ยวรถเข้าไปไม่ได้ กว่าจะรู้ วันนั้นมีพระราชพิธีสงกรานต์ในวังหลวง...จึงได้แค่วนเวียนรถอยู่แถววังหน้าบริเวณวังหน้าสมัยโบราณ รวมธรรมศาสตร์ รวมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รวมโรงละครฯเข้าไปด้วยระหว่างเวลาเสียเปล่า ผมนึกขึ้นได้ หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ สมัยรัชกาลที่ 4 เคยมีพระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ชื่อเป็นศัพท์แสงยากๆ ก็เดาไปสุ่มๆว่าเป็นพิธีสงกรานต์ช้างแต่จริงๆไม่ใช่เฉพาะช้าง...แต่เผื่อแผ่ไปถึงม้าวัวควายส.พลายน้อย อธิบายไว้ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย (สถาพรบุ๊คส์ พ.ศ.2553) เป็นพระราชพิธีเดือนห้า เพิ่งมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ในคำประกาศนั้นมีว่าขอประกาศแก่พระสงฆ์และเทพยดา ว่าพระเจ้าแผ่นดินได้เถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ทรงมีพระราชดำริถึงกาลแต่ก่อน เคยทำพระราชพิธี...ชำระอาวุธและดื่มน้ำพระพิพัฒน์ ซึ่งเรียกว่า พระราชพิธีธรรมิกมงคล ให้เจริญความสามัคคีซื่อตรงต่อพระเจ้าแผ่นดิน ในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการทั้งปวงช่วยกันปราบปรามหมู่ปัจจามิตร รักษาพระราชอาณาเขต เป็นการยั่วยวนใจให้หมู่ทหารทั้งปวงเกิดความกล้าหาญ เคยทำปีละสองครั้งเป็นกำหนดจึงได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และให้ตั้งการพระราชพิธี เพื่อจะให้บรมราชพาหนะทั้งปวงเป็นสุขสบายด้วยอำนาจที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และการพระราชพิธีนี้ บันดาลให้คชตระกูลทั้งปวง มาสู่พระบารมี คือช้างนั้นช้างนั้น (ระบุชื่อช้าง) ม้าก็ว่าชื่อม้าระวางบรรดาที่มีอยู่ในวันรุ่งขึ้นเวลาเช้า พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน ที่หน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ปักปะรำ ปะรำละสามห้อง สี่ปะรำเรียงห่างกันเป็นระยะ เป็นที่จตุรงคเสนาสี่หมู่มายืนคือปะรำหนึ่งพลช้างสามช้าง ผูกสัปคับเขน มีหมอควาญประจำ บนสัปคับมีทหารปืนนกสับนั่งช้างละสองคนพลล้อมเชิงถือดาบสองมือประจำเท้าช้าง เท้าละสองคน เป็นแปดคนปะรำที่ 2 พลม้า นายทหารขี่ม้าสามคน ฯลฯ ปะรำที่ 3 พลรถสามรถ ฯลฯ ปะรำที่ 4 พลเดินเท้าสามพวก พวกละ 12 คน รวมทั้งสี่ปะรำเป็นคน 93 คนพิธีสำคัญคือในตอนบ่าย ตั้งขบวนแห่คเชนทรัศวสนาน ซึ่งกล่าวว่าเป็นอย่างเดียวกับสระสนานนั่นเอง แต่เป็นอย่างย่อ กล่าวโดยสรุปก็คือ เป็นกระบวนการแห่ช้างม้าวัวและควายหลังจากเดินกระบวนสิ้นสุดลงแล้ว มีการขี่ม้าล่อให้ช้างไล่ และให้ม้าห้อแข่งกันว่าเป็นการเอิกเกริกสนุกสนาน ทั้งผัดช้างและม้าห้อในวันสุดท้ายของพระราชพิธี เจ้าพนักงานได้จัดบายศรีไปตั้งสมโภชเวียนเทียนพระยาช้าง และช้างวิเศษ ช้างพระที่นั่ง ม้าพระที่นั่งทุกโรงเป็นอันเสร็จพระราชพิธี ที่จัดทำเพื่อให้พระราชพาหนะทั้งปวง เป็นสุขสบายเนื้อหาพระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน มีแค่นี้ แต่ประเด็นการละเล่น ขี่ม้าล่อให้ช้างไล่...ผมนึกถึงคุณไพศาล เพื่อนคนหนึ่ง เคยส่งภาพเขียนฝีมือ เหม เวชกร มาให้ มีคำเรียกการละเล่นนี้ว่า “ผัดแพนล่อพาน”ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน...คำ ผัดแพนล่อพาน ไม่มี มีแต่คำว่า “ผัดช้าง”เข้าใจว่าเป็นอันเดียวกันกับ ขี่ม้าล่อให้ช้างไล่ พอมีเค้าสมัยคุณเหม...การละเล่นนี้ ยังมีให้ดูกันอยู่ลองหลับตามโนการละเล่นผัดแพนล่อพาน จะมีสีสันสนุกเร้าใจยังไง? อย่าว่าแต่คนไทย จะเรียกนักท่องเที่ยวฝรั่งญี่ปุ่นจีน ฯลฯ มาได้มากซักแค่ไหน ถ้าหากมีการรื้อฟื้นมาเล่นกันอีกในสมัยนี้.กิเลน ประลองเชิง