สถานการณ์การเมืองทั่วโลก ไม่ค่อยจะเป็นปกติสุข อันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ปัญหาของ ประเทศศรีลังกา ที่ปกติปัญหาก็คล้ายๆบ้านเราทั้งการเมืองและความเป็นอยู่ของประชาชน คนรวยกระจุกคนจนกระจาย อันที่จริงนโยบายหลายอย่างที่เป็นประชานิยม แก้ปัญหาความเดือดร้อนจากความยากจน เราก็ได้ต้นแบบมาจาก ประเทศศรีลังกา ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของ ศรีลังกา เที่ยวนี้หนักหนาสาหัส จากเรื่องของ สถานการณ์โควิด-19 ปัญหาสงคราม การขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิง ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอดอยากทั้งแผ่นดิน รัฐบาลต้องมีมาตรการปิดไฟ 13 ชั่วโมง เพื่อประหยัดพลังงาน คือในเวลากลางวันแทบจะไม่มีไฟฟ้าใช้เลย ภาคเศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนักประชาชนชาวศรีลังกา ออกมาประท้วงไล่รัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ไม่มีผล ชาวบ้านยิ่งออกมาชุมนุมประท้วงมากขึ้น กลัวอดตายมากกว่ากลัวอำนาจรัฐ ในที่สุดแล้ว คณะรัฐมนตรีศรีลังกา จำนวน 26 คน นำโดย ดิเนช กุนาวาร์เดนา รมว.ศึกษาธิการ ต้องยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เสถียรภาพของประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา สั่นคลอนอย่างหนักสิ่งที่รัฐบาลศรีลังกาทำได้คือประกาศเคอร์ฟิว ห้ามสื่อเผยแพร่ข่าวการชุมนุมประท้วงโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ไม่รู้ว่าตอนจบจะลงเอยแบบไหน หรือตอนจบก็จะคล้ายๆกับบ้านเราสงครามยูเครน-รัสเซีย ก็คือสงคราม มีแต่ความสูญเสียและหายนะของประชาชน แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงการณ์ ประณามรัสเซีย หลังจากเห็นภาพศพของชาวยูเครนเกลื่อนกลาดตามท้องถนน ในเมืองบูชา ชานกรุงเคียฟ ระบุว่าสหรัฐฯจะ บันทึกข้อมูลอาชญากรรมสงคราม ที่รัสเซียก่อขึ้น ขณะที่ เซเลนสกี ระบุว่าการกระทำของกองทัพรัสเซีย เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยูเครน เพราะฉะนั้น สงครามครั้งนี้คงไม่จบง่ายๆ มีแต่จะลุกลามบานปลายใหญ่โต เพราะผลของสงครามจะต้องมีคนแพ้และคนชนะ ซึ่งผลลัพธ์ที่คนแพ้จะได้รับ คงเกินที่จะเยียวยา รัสเซียก็แพ้ไม่ได้ ยูเครนก็ยอมแพ้ ไม่ได้ จะเป็นสงครามเย็นหรือก่อชนวนเป็นสงครามโลกก็ไม่ต่างกันเพราะคนที่ต้องรับกรรมก็คือประชาชนภาพรวมของการสู้รบในยูเครน ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่า โลกใบนี้กำลังจะก้าวไปสู่วิกฤติครั้งใหญ่ เป็นสงครามเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่จะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลและการเมืองเช่น ความมั่นคงของประเทศ เวียดนามก็มีปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องตามมา เรากำลังจะเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่กว่าสงครามโลกบ้านเรากำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ถูกหมกเม็ดเอาไว้ ปัญหาเงินเฟ้อ ที่แม้จะพยายามปรับอัตราเงินเฟ้อที่ร้อยละ 4.9 ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ อัตราดอกเบี้ย ไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัตราการแลกเปลี่ยน ที่ผันผวน มีผลกับการส่งออกและนำเข้าโดยตรง ปัญหาด้านพลังงาน คงตรึงเอาไว้ได้อีกไม่กี่เดือน การบริโภคในประเทศลดลง สวนทางกับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น เรากำลังติดกับดัก สงครามเย็น ทางเศรษฐกิจที่ยากจะรับมือ ไม่ตายแต่ก็เลี้ยงไม่โต.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th