“อัยการ” คืนตัว “กระติก” พร้อมบันทึกคำรับสารภาพคดีให้การเท็จ ส่งกลับให้ตำรวจไปสอบสวนต่อให้เต็มรูปแบบ ระบุเพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ แจงเหตุผลเกี่ยวพันคดีหลักการเสียชีวิตของ “แตงโม-นิดา” และเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหลายคน เกรงหากส่งฟ้องแล้วศาลตัดสินจะแย้งหรือฟ้องซ้ำไม่ได้อีก ขณะที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนำตัวกระติกไปผัดฟ้องฝากขังต่อศาลแขวงนนทบุรี เจ้าตัวไม่เครียดบอกพูดความจริงไปหมดแล้ว “กุนซือเอ็ม” ย่องเข้าพบตำรวจโรงพักนนท์ โดนแจ้ง 3 ข้อหา ก่อนได้รับการปล่อยตัวไม่ต้องประกัน “ส.ส.เต้” อ้างเจอผ้าลูกไม้ขาวที่แตงโมพันเอวแล้ว ส่งตรวจดีเอ็นเอ 3 หน่วยงานทั้งในและนอกประเทศ ใกล้ปิดคดีมหากาพย์ที่สังคมเฝ้าจับตาจะลงเอยอย่างไร ภายหลัง กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม-นิดา หรือภัทรธิดาพัชร วีระพงษ์ รับสารภาพกับพนักงานสอบสวนในข้อหาให้การเท็จ ปกปิดข้อมูลจำนวนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มสังสรรค์กันบนเรือสปีดโบ๊ต ก่อนเกิดอุบัติเหตุแตงโมพลัดตกเรือจมน้ำเสียชีวิต ขณะที่เพื่อนอีก4คนที่อยู่ในเหตุการณ์คือ ปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ โรเบิร์ต-ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ จ๊อบ-นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร และแซน-วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีกันถ้วนหน้า“กระติก” เข้าพบอัยการนนท์ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 เม.ย. น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก ผู้จัดการส่วนตัวแตงโม-นิดา นายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุลพ่อของกระติก นายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม.และนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ทนายความ เดินทางมาที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ด้วยรถเบนซ์ สีดำ ทะเบียน สน 1000 กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าพบพนักงานอัยการ หลังจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ออกหมายเรียกให้กระติก มารับทราบข้อกล่าวหาให้การเท็จเรื่องการดื่มไวน์ สอบปากคำกระติกให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงนัดหมายให้กระติกเดินทางมาพบที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี“สิระ” ขอทุกคนพูดความจริงนายสิระกล่าวว่า ขั้นตอนวันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวกระติกส่งให้พนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาล ได้เตรียมเงินสดมาไว้ประกันตัวกระติกในชั้นศาล ในส่วนของคดี กระติกให้การรับสารภาพ รายละเอียดอยู่ในสำนวน คำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีแน่นอน ขอบอก 4 คนที่เหลือให้ปรึกษานักกฎหมายให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพราะมีผลกับคดี อยากแนะนำทั้ง 4 คน ขอให้พูดความจริง และอะไรที่ยังไม่ได้พูด แต่อยากพูด ขอให้มาพบตนได้ตลอดเวลาเจ้าตัวไม่เครียด–รู้สึกโล่งอกกระติก-อิจศรินทร์กล่าวว่า เพื่อนอีก 4 คน ได้โทร.มาพูดคุยกันบ้าง ยืนยันได้พูดความจริงไปหมดแล้ว ทุกคนรู้ว่าความจริงคืออะไร ทุกคนไม่ได้ตำหนิอะไร ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผย วันนี้ต้องไปคุยกับศาลแล้ว ไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับคดี หลังได้พูดความจริงไปแล้วรู้สึกโล่งอก ส่วนที่ไม่ได้พูดตั้งแต่แรกก็อย่างที่บอก อะไรนึกได้ก็พูดและมาให้การเพิ่มเติม เหตุที่ช้า ขอให้ลองไปโดนแบบตน คนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้จะไม่เข้าใจ ยืนยันตั้งแต่แรกว่าไม่เห็นแตงโมไปปัสสาวะท้ายเรือ คนที่เห็นมีแค่แซนคนเดียว หลายเรื่องไม่ขอตอบ และไม่ต้องชี้แจงทุกเรื่อง เพราะให้การไปหมดแล้ว ยังคุยกลุ่มเพื่อนเหมือนเดิม“ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตปกติ เพราะไม่เคยอยู่วงการบันเทิงแต่อยู่เบื้องหลังมาตลอด จากการที่ได้เจอจ๊อบเมื่อวานนี้ในห้องสอบสวน ไม่ได้คุยอะไรกัน แค่บอกว่าอย่าเปิดหน้ากากเพราะกลัวติดโควิด หลังจากคดีนี้ ความสัมพันธ์กับเพื่อนในกลุ่มบนเรือก็เหมือนเดิม ใครที่เคยคุยก็คุยเหมือนเดิม ใครที่ไม่ได้เจอแต่ก็ยังเหมือนเดิม” กระติกกล่าวทนายกระติกขอศาลเมตตานายวิวัฒน์ ทนายความกล่าวว่า มาดูแลกระติกที่ให้การรับสารภาพตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าให้การเท็จ และนำตัวมาส่งพนักงานอัยการ เพื่อที่พนักงานอัยการจะนำตัวไปฟ้องต่อศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี หลังจากอัยการฟ้องกระติกก็ตกเป็นผู้ต้องหา กระติกรับสารภาพมาตลอด อยู่ที่ศาลจะเมตตาลงโทษสถานใดพ่อเชื่อลูกสาวไม่ได้ทิ้งเพื่อนนายเกียรติศักดิ์ พ่อของกระติกกล่าวว่า ถ้าลูกสาวผิดก็ว่าไปตามผิด ลูกโทร.มาบอกว่าถูกดำเนินคดี ตนเลยเดินทางมา คนในสังคมออนไลน์จะต่อว่าลูกสาวอย่างไร ไม่ได้เก็บมาคิด แต่ถ้ามายืนชี้หน้าด่าคงยอมไม่ได้ ตั้งแต่เกิดเหตุได้ตำหนิลูกสาวแล้วว่าทำไมถึงทิ้งเพื่อนในคืนนั้น แต่เมื่อลูกอธิบายเหตุผลมาก็พอเข้าใจ ยืนยันเชื่อคำให้การของลูก แต่ถ้าลูกสาวผิดจริงจะเป็นคนพาเข้าเรือนจำเอง หากศาลพิจารณาว่าลูกตนผิดก็คือผิด และลูกโทร.บอกตนตั้งแต่คืนเกิดเหตุแล้ว หลังให้สัมภาษณ์กระติกเดินขึ้นไปบนชั้น 2สำนักงานอัยการ มีพ่อเดินเกาะไหล่ให้กำลังใจตลอดทางอัยการส่งกลับไปสอบใหม่เวลา 11.00 น. หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี นำตัวกระติกส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องวาจาในคดีให้การเท็จเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ หรือไวน์ 3 ขวด และกระติกให้การรับสารภาพว่า ให้การเท็จ เพราะวันเกิดเหตุดื่มมากกว่านั้น ปรากฏว่า อัยการได้พิจารณาส่งตัวกระติกและบันทึกคำให้การไปให้พนักงานสอบสวน รวบรวมไว้ในสำนวนคดีทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้มีผู้ถูกแจ้งข้อหาหลายคน จากนั้น พ.ต.ท. สมุทร์ เกตุยา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นำตัวกระติกไปผัดฟ้องฝากขังต่อศาลแขวงนนทบุรี ศาลอนุญาตผัดฟ้องฝากขังได้ 5 ผัด ผัดละ 6 วันฟังคำแนะนำกุนซือเลยพังผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี แจ้งข้อหากระติกว่าให้การเท็จ เกิดจากการกลับคำให้การ เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.พ. กระติกให้การว่า วันเกิดเหตุผู้ต้องหากับพวกที่อยู่บนเรือรวม 6 คน ดื่มไวน์แดง 2 ขวด แชมเปญ 1 ขวด ทั้งที่ความจริงดื่มมากกว่านั้น แต่เพราะนายภีม หรือเอ็ม (ขอสงวนนามสกุล) ให้คำแนะนำว่าอย่าให้การแบบนั้น ให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดจำนวนและชนิด ของแอลกอฮอล์ที่ดื่ม เพื่อให้ดูว่าไม่เมามาก ให้ทุกคน บนเรือซักซ้อมจดจำให้ได้เหมือนกันหมด รวมทั้งประเด็นที่เห็นจ๊อบ-นิทัศน์ โยนขวดเหล้าซิงเกิลมอลต์ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาหลังเกิดเหตุด้วย ทั้งนี้ การเร่ง นำตัวกระติกส่งฟ้องวาจาวันนี้ มีตำรวจทีมคลี่คลายคดีบางคนไม่เห็นด้วย รวมถึงการขอหมายจับแซน และขอหมายจับกระติกกับจ๊อบก่อนหน้านี้ด้วย เพราะสำนวนคดียังไม่รัดกุมเพียงพอ อัยการคดีอาญาตั้งโต๊ะแถลงที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี น.ส.สาวิตรี สัมฤทธิ์สุขโชค อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี นายชัยวัฒน์ โล่วณิชเกียรติกุล ที่ปรึกษา ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน คดี น.ส.นิดา หรือแตงโม พัชรวีระพงษ์ ดาราสาว พลัดตกเรือเสียชีวิตนายอิทธิพรชี้แจงว่า วันนี้สำนักงานอัยการคดี ศาลแขวงนนทบุรี ได้รับคดีบันทึกคำรับสารภาพของ ผู้ต้องหาจาก สภ.เมืองนนทบุรี ระหว่าง พ.ต.ท.สมุทร์ เกตุยา ผู้กล่าวหา กับ น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก ผู้ต้องหา ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดทางอาญา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.พ.65 เวลาประมาณ 19.00 น. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เมื่อเป็นคดี ที่ผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว คดีอยู่ในอำนาจของศาลแขวง พนักงานสอบสวนเลยส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาเพื่อฟ้อง ภาษากฎหมายเรียกว่าฟ้องด้วยวาจาชี้เป็นคดีสำคัญสังคมสนใจนายอิทธิพรกล่าวว่า เมื่อพนักงานอัยการจังหวัด คดีศาลแขวงนนทบุรี รับสำนวนคดีนี้แล้ว ได้ประชุมร่วมกับอัยการจังหวัดนนทบุรี และอัยการแขวงนนทบุรี หลายท่าน พนักงานอัยการเห็นว่าคดีนี้แม้ว่าพนักงานสอบสวนจะมีอำนาจนำตัวผู้ต้องหามาให้พนักงานอัยการ เพื่อฟ้องศาล โดยไม่ต้องสอบสวนและให้ฟ้องด้วย วาจา แต่เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่สังคมสื่อมวลชนให้ความสนใจ คดีนี้เป็นการกล่าวหาผู้ต้องหาจากคำให้การของผู้ต้องหา ที่ให้การกับพนักงานสอบสวน สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา หรือแตงโม ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงที่สังคมรับทราบจากการนำเสนอ ข่าวของสื่อมวลชนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต และข้อหาอื่นกับผู้ต้องหาคนอื่นอีกหลายคนพันคดีหลักการตายแตงโมนายอิทธิพรกล่าวอีกว่า ในชั้นนี้สำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงของคดีอันเป็นคดีหลัก คือคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา หรือแตงโม เป็นคดีเอกภาพ หรืออาจมีความเกี่ยวพันกับคดีหลักที่พนักงานสอบสวนกำลังสอบสวนอยู่ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คดีนี้มีข้อเท็จจริงที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน ตามหนังสือสั่งการของสำนักงานอัยการสูงสุดตั้งแต่ปี 2544 ได้วางแนวทางปฏิบัติไว้กรณีลักษณะนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่พนักงานอัยการจะไม่ยื่นฟ้องตามบันทึกคำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหา โดยคืนตัวผู้ต้องหาพร้อมบันทึกคำรับสารภาพให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนให้เสร็จสิ้น ตามกระบวนการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเสียก่อน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วให้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาต่อไปให้ ตร.สอบสวนเต็มรูปแบบ“ดังนั้น ในวันนี้ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง จึงมีคำสั่งให้คืนตัว น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือกระติก พร้อมบันทึกคำให้การรับสารภาพให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ไปสอบสวนต่อ คือให้กลับไปสอบสวนให้เต็มรูปแบบ แล้วค่อยส่งคืนมาให้พนักงานอัยการพิจารณาอีกครั้ง” นายอิทธิพรกล่าวต้องรอข้อเท็จจริงอื่นในคดีนายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปกติแล้วถ้าเป็นกรณีผู้ต้องหารับสารภาพ และคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง และอยู่ในอำนาจพนักงานอัยการคดีศาลแขวง โดยทั่วไปถ้าไม่ยุ่งยากซับซ้อนจะยื่นฟ้องวาจาส่งต่อศาลได้ทันทีภายใน 48 ชั่วโมง แต่เรื่องนี้เป็นกรณีที่พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ตลอดจนสังคมได้ติดตามข่าวสารมาเป็นระยะ การที่ถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จครั้งนี้ สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของแตงโม-นิดา ดังนั้น คดีหลักอยู่ในข่ายคดีเอกภาพ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ข้อเท็จจริงในชั้นนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดที่พนักงานอัยการไปรู้ข้อเท็จจริงในส่วนอื่นที่จะทำให้การพิจารณาคดีเป็นตัวอย่าง ถี่ถ้วนรอบคอบ และมีประสิทธิภาพ ซึ่งเคยมีหนังสือเวียนสั่งการจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ถ้ามีการบันทึกฟ้องวาจา แต่หากเป็นคดียุ่งยากซับซ้อน ไม่จำเป็นต้องฟ้องวาจาต่อศาลทันที จะให้นำสำนวนกลับไปสอบสวนให้เสร็จสิ้นหวั่นเสียหายฟ้องแย้งไม่ได้นายประยุทธกล่าวต่อว่า หนังสือเวียนดังกล่าว สืบเนื่องจากเคยมีคดีบันทึกฟ้องวาจา ส่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายตาม ป.อาญา 295 ซึ่งส่งฟ้องไปเพราะผู้ต้องหารับสารภาพ ศาลตัดสินจำคุก แต่รอลงอาญา จากนั้นคนถูกทำร้ายพิการบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถจะฟ้องได้อีก เพราะกลายเป็นการฟ้องซ้ำตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4) สำนวนคดีนี้แม้จะเป็นการฟ้องวาจาได้ แต่เมื่อฟ้องแล้วมีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อความยุติธรรม ตรงนี้ต่างหากที่เราห่วง ประการแรก สมมติว่าจำเลยให้การรับสารภาพ คำตัดสินของศาลที่เสร็จเด็ดขาด หากปรากฏข้อเท็จจริงใหม่จะไม่สามารถรื้อร้องฟ้องได้อีก เพราะเป็นการฟ้องซ้ำทำให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐาน“ประการต่อมา แนวตัดสินของศาลในวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานในคดีอื่นด้วย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พนักงานอัยการจะบอกว่า เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กลับไปสอบสวนใหม่ให้สิ้นกระแสความค่อยส่งมาใหม่ ถามว่าเสียหายไหม ไม่เสียหาย เพราะหลักฐานเดิม รูปแบบต่างๆเป็นเหมือนเดิม เราก็ฟ้องตามที่เขารับสารภาพ แต่ถ้าจะฟ้องตรงนั้น กฎหมายเพิ่มเติมต้องขออนุญาตอัยการสูงสุดให้ฟ้อง ฉะนั้นสังคมอย่าได้คลางแคลง สิ่งที่เราทำอยู่ตระหนักถึงการอำนวยความยุติธรรมที่มีประสิทธิ ภาพเท่านั้นเอง” รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษกล่าว ผบช.ภ.1 รุดเข้าหารืออัยการต่อมาเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.1 และพนักงานสอบสวนคดีแตงโม-นิดา พลัดตกเรือเสียชีวิต นำสำนวนคดีเข้าพบอัยการจังหวัดนนทบุรี เพื่อปรึกษาทางคดี ใช้เวลาราว 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าวเพียงสั้นๆว่า มาขอคำปรึกษาในเรื่องคดีแตงโมเท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลที่ ผบช.ภ.1 เข้าพบอัยการจังหวัดนนทบุรี คาดว่าหลังจากเมื่อช่วงเช้า อัยการตีกลับสำนวนคดี กระติก-อิจศรินทร์ ให้การเท็จกับตำรวจ โดยอัยการให้นำสำนวนในส่วนคดีนี้ไปรวมกับสำนวนสอบสวนคดีหลักที่พนักงานสอบสวนจะต้องทำสำนวนส่งฟ้องพร้อมกันทั้ง 5 คน เนื่องจากอัยการยังไม่ทราบข้อเท็จจริงคดีการเสียชีวิตของแตงโมทั้งหมด เกรงว่าหากฟ้องไปแล้วจะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะถ้าศาลตัดสินคดีย่อยไปก่อน และคดีนั้นมีผลกระทบต่อภาพรวมในคดีหลัก จะทำให้ไม่สามารถฟ้องแย้งหรือฟ้องซ้ำได้“กุนซือเอ็ม” โดนแจ้ง 3 ข้อหาก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.00 น. นายภีม หรือเอ็ม ธรรมธีรศรี อายุ 41 ปี เดินทางมาที่ สภ.เมืองนนทบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.1 แถลงข่าวว่า จะออกหมายจับนายเอ็ม ที่เป็นกุนซือให้บุคคลบนเรือสปีดโบ๊ต ในคดีแตงโม-นิดาพลัดตกน้ำเสียชีวิต พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนานกว่า 8 ชม. ก่อนแจ้งข้อหานายภีม 3 ข้อหา 1.มาตรา 84 ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้บังคับ ขู่เข็ญ จ้าง วาน หรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ ถ้าความผิดมิได้ กระทำลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำหรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษ เพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นปล่อยตัวกลับไม่ต้องประกัน2.มาตรา 172 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.มาตรา 184 ผู้ใดเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังแจ้งข้อกล่าวหาได้พิมพ์ลายนิ้วมือก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยไม่ต้องประกันตัว เนื่องจากนายภีม เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ต้องมารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนทุกๆ 7 วัน“ส.ส.เต้” อ้างเจอผ้าลูกไม้ขาววันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงข่าวอ้างว่า ได้พบผ้าลูกไม้สีขาวผืนที่สงสัยมาแล้ว แต่ยังไม่รับรอง 100% จะเป็นผืนที่แตงโมพันตัววันเกิดเหตุจริงหรือไม่ แต่มีความคล้ายคลึงกับผืนที่แตงโมใส่ สภาพผ้าที่พบมีคราบคล้ายรอยเลือด มีรอยฉีกขาด และมีกลิ่นเหม็นอับมาก ขณะนี้ได้ส่งชิ้นส่วนตัวอย่างผ้าไปตรวจดีเอ็นเอกับ 3 หน่วยงานคือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของไทย ถ้าตรวจสอบแล้วพบดีเอ็นเอของแตงโมจะทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลงไปเพราะเป็นหลักฐานสำคัญ เหตุที่ต้องส่งให้สหรัฐฯร่วมตรวจสอบ เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลกันฝากไว้กับ “บังแจ็ค” ที่สหรัฐฯนายมงคลกิตติ์อ้างอีกว่า ผ้าผูกเอวลูกไม้สีขาวที่ตามหา มีพลเมืองดีส่งมาให้ แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นใคร จะใช่ผืนที่แตงโมใส่ในวันเกิดเหตุหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ จนกว่าจะนำผ้ามาตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ หลักฐานชิ้นนี้สำคัญมาก เพื่อความปลอดภัยตอนนี้นำไปฝากไว้ที่ “บังแจ๊ค” ที่อยู่ประเทศสหรัฐฯเก็บรักษาไว้ก่อน และได้ประสานกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งการให้ตรวจสอบดีเอ็นเอผ้าผืนดังกล่าวแล้วเช่นกัน