“สาธิต” นัด กมธ. 30 มี.ค. โหวตชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ประกาศหนุนเบอร์เดียวกันทั่วประเทศกันคนสับสนทำบัตรเสีย “ไพบูลย์” ส่งซิก พปชร.โหวตใช้คนละเบอร์ “ชลน่าน” ไม่สนกติกาแบบไหนก็แลนด์สไลด์ชัวร์ มั่นใจจัดตั้งรัฐบาลได้ “กุ่ย” ขออย่ากลัว พท.จนขึ้นสมอง เหน็บรัฐบาลผลงานเพียบจะกลัวอะไร “สมคิด” หวังตัดมือวิเศษ 250 ส.ว.โหวตนายกฯ ลูกชาย “ดร.ปึ้ง” เปิดตัวร่วมงานก้าวไกล “ชัยธวัช” ติงอย่ามุ่งหวังแต่ชนะเลือกตั้งจนละทิ้งอุดมการณ์ “พนิต” สอน “วิโรจน์” รู้ให้จริงก่อนทวงคืนสนามหลวงรอผลโหวตชี้ชะตาวันที่ 30 มี.ค. ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ หรือแยกใช้คนละเบอร์ระหว่าง ส.ส.เขตกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะกติกาแบบไหน พรรคจะได้ ส.ส.แบบแลนด์สไลด์แน่นอน “ชลน่าน” โวแลนด์สไลด์ชัวร์เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยกติกาบัตร 2 ใบว่า เรามั่นใจว่าพรรคจะได้ ส.ส.แบบแลนด์สไลด์ เชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้โอกาสกับพรรค เพื่อให้โอกาสตัวเองในการฟื้นวิกฤติจากปัญหาที่รัฐบาลนี้ทำไว้ พรรคเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะมั่นใจนโยบายที่นำเสนอจะทำให้ประชาชนมั่นใจ และเห็นภาพเห็นอนาคตของตัวเอง มั่นใจว่าเลือกเพื่อไทย แล้วสิ่งที่เป็นนโยบายสามารถนำไปสู่ความเป็นจริงได้ เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ มั่นใจว่าบุคลากรของพรรคทั้ง ส.ส. ทีมงาน กลไกเครือข่ายที่อยู่กับประชาชน การสื่อสารทางการเมือง การสร้างการมีส่วนร่วม เช่น ครอบครัวเพื่อไทย จะทำให้ประชาชนเลือกเรามั่นใจสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้นพ.ชลน่านกล่าวว่า สิ่งสุดท้ายคือกติกาบัตร 2 ใบ ไม่ว่าจะหมายเลขเดียวกันหรือไม่ เราจะได้ ส.ส.เพิ่มแน่นอน มั่นใจว่าจะได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์จากทั่วประเทศ ทุกอย่างที่กล่าวมาทำให้มั่นใจเพื่อไทยแลนด์สไลด์แน่นอน และมั่นใจว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ ถ้าเรา ได้ ส.ส.มาเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ยากที่กลไกจะไปบิดเบือนเสียงของประชาชนอย่างแน่นอน ถ้าเขาจะเป็นรัฐบาลก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งไปไม่ได้ ที่สำคัญเชื่อว่า ส.ว. 250 คนจะเคารพการตัดสินใจของประชาชน“กุ่ย” ขออย่ากลัว พท.ขึ้นสมองนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ประธาน ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า เลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคจะได้คะแนนมาก ส่วนจะแลนด์สไลด์หรือไม่อยู่ที่ประชาชนจะตัดสิน สิ่งสำคัญคือกติกาการเลือกตั้ง ควรทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายแก่ประชาชน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำงานมา 8 ปี มีนโยบายหลากหลาย ทั้งบัตรประชารัฐ โครงการคนละครึ่ง จ่ายเบี้ยคนชรา ทำมาเยอะ ถ้าชาวบ้านชอบก็จะมีคะแนน แต่อยากแนะนำรัฐบาลว่าเมื่อแก้กติกาการเลือกตั้งแล้ว ควรทำให้การเลือกตั้งง่ายกว่าเดิม เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาก็ทำให้คนสับสนจนเกิดบัตรเสียเยอะ ดังนั้นการแก้กฎหมายลูกอยากให้พิจารณาปัญหาตรงนี้เหน็บผลงานเพียบกลัวอะไรนายชูวิทย์กล่าวว่า ควรทำเรื่องที่เป็นปัญหาให้เป็นเรื่องง่าย ให้เบอร์พรรคกับเบอร์ผู้สมัครเป็นเบอร์เดียวกัน จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายดี แจกบัตรคนจนไปสิบกว่าล้านใบ ก็จะได้คะแนนคนที่ชื่นชอบ พรรคภูมิใจไทยมีกัญชาเสรี ประชาธิปัตย์มีประกันรายได้ ต่างก็มีผลงานกัน พรรค เพื่อไทยยังไม่มีอะไร มีแต่นโยบายเดิมยังไม่มีนโยบายใหม่ จะไปกลัวเพื่อไทยทำไม อย่าเพิ่งไปคิดว่าเราจะแลนด์สไลด์ อย่าเอาแต่กลัวเพื่อไทยด้วยการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก พรรคเบอร์อะไรผู้สมัคร ส.ส.ก็ควรเบอร์เดียวกันปลุกพลังตัดมือวิเศษ 250 ส.ว.นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ในชั้น กมธ.ได้คุยกันเบื้องต้นถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว มีเสียงไปทิศทางเดียวกันคือหาร ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย 100 เป็นไปตามหลักการที่รัฐสภารับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเข้ามา ถ้า กมธ.คนไหนมีความเห็นเป็นอย่างอื่น สามารถนำเสนอได้แต่ต้องไม่ขัดหลักการที่รับร่างมา เพราะร่างที่เข้ามาทั้ง 4 ฉบับนั้น หารด้วย 100 ทั้งหมด เมื่อถามว่าด้วยกติกานี้เพื่อไทยจะได้ ส.ส.แลนด์สไลด์หรือไม่ นายสมคิดตอบว่า อยู่ที่พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เราเองพยายามนำเสนอแต่สิ่งที่ดีที่สุด และมั่นใจว่าจะได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก ถ้าได้เสียงเพียงพอก็หวังว่าเราจะตั้งรัฐบาลได้โดยไม่ถูกขวางทางจาก ส.ว. 250 เสียง เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562ลูก “ดร.ปึ้ง” เปิดตัวร่วมก้าวไกลที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25-26 มี.ค. พรรคก้าวไกลมีการจัดสัมมนา พร้อมการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต โซนภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ และน่าน นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล มีการหารือทั้งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง สรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งก่อน แนวทางสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อเสนอในการจัดทำนโยบาย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับ ส.ส.ปัจจุบัน ทั้งนี้มีรายชื่อที่น่าสนใจคือ นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล บุตรชายนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เสียชีวิตไปแล้ว จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ในนามพรรคก้าวไกล“ชัยธวัช” ติงอย่าทิ้งอุดมการณ์นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ชาวพรรคก้าวไกลทุกคนจะเป็นส่วนประกอบสำคัญมาก เพื่อขับเคลื่อนสังคมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ทำให้เราไม่อาจนึกถึงแต่เพียงชัยชนะในการเลือกตั้งเท่านั้น การเมืองในระบอบรัฐสภา การชนะเลือกตั้งมีความจำเป็น แต่พรรคการเมืองที่คิดแต่เรื่องชนะการเลือกตั้ง ไม่มีความจำเป็นสำหรับสังคมการเมืองไทยในปัจจุบันอีกต่อไป เราไม่ใช่พรรคที่คิดแต่จะชนะการเลือกตั้งให้ได้ จนละเลยประเด็นสำคัญที่ต้องต่อสู้ในทางอุดมการณ์เพื่อประชาชน โต้ “จาตุรนต์” จ้องแต่ดิสเครดิตด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์ 10 มาตรการช่วยค่าครองชีพของรัฐบาลว่า คนที่หน่อมแน้มไร้ทิศทาง น่าจะเป็นนายจาตุรนต์และพรรคเพื่อไทยมากกว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะออกนโยบายอะไรมาแก้ปัญหา ก็จะโจมตีว่าไม่ทันการณ์ ไม่รอบคอบ ใช้ไม่ครอบคลุม ใช้งบฯสิ้นเปลือง ตกลงแล้วจุดยืนคืออะไรกันแน่ หรือแค่ขอให้ได้ดิสเครดิตไปวันๆเท่านั้นพอ ไม่สนใจว่าประชาชนกำลังรอรัฐบาลเร่งเข้าไปช่วยแก้ปัญหา มาตรการที่ออกมาเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ที่รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร่งด่วนก่อน นายจาตุรนต์เคยเป็นถึงอดีต รมช.คลัง สมัยลอยตัวค่าเงินบาท น่าจะเข้าใจเหตุผลดี ทำไมถึงจำเหตุผลความจำเป็นอะไรไม่ได้เลยรวมไทยสร้างชาติประชุมใหญ่ 31 มี.ค.สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังมีกระแสข่าวนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมลาออกจากสมาชิกพรรค พปชร. ไปเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในวันที่ 31 มี.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ ล่าสุดได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ประชุมไปเป็นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา เริ่มเวลา 09.00 น. เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งชุดใหม่ และการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค โดยการเปลี่ยนแปลงสถานที่ประชุมใหญ่เกิดขึ้นหลังนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ลาออกจากเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ30 มี.ค. ตัดสินบัตรเลือกตั้ง 2 ใบวันเดียวกัน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวว่า การนัดประชุม กมธ.ฯเพื่อลงมติประเด็นบัตรเลือกตั้งว่า การประชุมนัดที่แล้วมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางใน 2 ประเด็นหลัก เช่น บัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวกัน หรือบัตรสองใบคนละเบอร์ ความเห็นยังเป็นสองฝ่าย ดังนั้นการประชุมวันที่ 30 มี.ค.นี้ จะเปิดให้อภิปรายประเด็นนี้อีก และลงมติ แต่อาจมีปัญหากรณีที่มี กมธ.ฯบางคนติดโควิด เท่าที่ตรวจสอบพบว่าผู้ที่ติดโควิดรักษาและกักตัวครบ 10 วันตามมาตรการแล้ว แต่หากใครยังไม่มั่นใจจะให้อยู่นอกห้องประชุม ดูการถ่ายทอดวงจรปิดจากห้องประชุม กมธ.ฯ เพื่อต้องการให้มีส่วนร่วมในการประชุม เมื่อถึงเวลาโหวตก็ให้เข้าห้องประชุม โดยการสวมหน้ากากอนามัย ทั้งนี้ จะมีการตรวจเอทีเค กมธ.ฯทุกคนก่อนเข้าห้องประชุม เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจ“สาธิต” ชูบัตร 2 ใบเบอร์เดียวนายสาธิตกล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าถ้าแยกบัตรคนละเบอร์ จะสร้างความสับสนให้ผู้สูงอายุ หรือคนที่ไปใช้สิทธิอาจตื่นเต้นสับสน อาจกาคะแนนผิดได้ แต่ถ้าแยกบัตรออกมาเป็นบัตรสองใบ บัตรเสียอาจลดจำนวนลง หากเป็นบัตรสองใบและเบอร์เดียวกัน ทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.เขต จะเป็นประโยชน์ในแง่การทำความเข้าใจกับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ง่ายขึ้น และไม่สับสน จะช่วยลดบัตรเสียให้น้อยลงด้วย แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในรายละเอียด สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่อยากให้เป็นบัตรเลือกตั้งสองใบใช้เบอร์เดียวกัน ทั้งพรรคและคน แต่ที่บางคนยังเห็นต่างก็เป็นเรื่องปกติ เพราะในแต่ละพรรคที่เห็นไม่เหมือนกันก็มี ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะลงมติอย่างไร ที่สำคัญคืออยากให้ทุกฝ่ายยอมรับว่าการเลือกตั้งที่ใช้ปัจจัยเรื่องผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจรัฐ จะเป็นผลเสียในระยะยาว ดังนั้นกฎกติกาการเลือกตั้งจึงสำคัญ อยากให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายเลือกตั้งอย่างจริงจัง พปชร.จ่อโหวตใช้คนละเบอร์นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการลงมติของกมธ.ฯ เรื่องบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวทั่วประเทศว่า กมธ.ฯจะลงมติไปตามร่างที่รับหลักการมา คือร่างของ ครม. และร่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยยึดตามแนวทางการเลือกตั้งปี 2562 คือใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ คนละเบอร์ หากดูตามการโหวตวาระแรก ร่าง ครม.และร่างพรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงโหวตมากกว่า พรรคพลังประชารัฐจะลงมติไปในทิศทางดังกล่าว ส่วนการลงมติร่างพรรค การเมืองเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามจัดตั้งพรรคนั้น จะลงมติวันที่ 31 มี.ค. แต่เนื่องจาก กมธ.ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทำข้อสรุปประเด็นดังกล่าว จึงต้องรอดูจากคณะทำงานก่อน“พนิต” สอน “วิโรจน์” รู้ให้จริงอีกเรื่อง นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเห็นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ประกาศทวงคืนสนามหลวงแล้วไม่ค่อยสบายใจ เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ก่อนที่นายวิโรจน์จะประกาศทวงสนามหลวง ควรไปศึกษาประวัติความเป็นมาให้แตกฉานก่อนว่าสนามหลวงมีความเป็นมาอย่างไร และปัจจุบันสนามหลวงถูกจัดเป็นโบราณสถาน โดยกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนสนามหลวงที่ใช้ประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ที่นายวิโรจน์บอกว่าประชาชนใช้ประโยชน์ไม่ได้นั้น ไม่แน่ใจว่าตั้งใจให้คนเข้าใจผิด หรือแกล้งไม่เห็น พื้นที่นี้อนุญาตให้จัดกิจกรรมได้เพียง 4 กรณี คือ 1.จัดงานพระราชพิธี 2.จัดงานพิธี 3.จัดงานประจำปี 4.จัดงานหรือกิจกรรมของหน่วยงานราชการ อยากแนะนำว่าการประกาศนโยบายอะไร ควรต้องศึกษาสิ่งเหล่านั้นให้ตกผลึกก่อน อย่าให้ใครมาว่าได้ว่า ยังไม่รู้จักกรุงเทพฯดีพอ แล้วจะมาอาสาแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯได้อย่างไร หยุดเล่นการเมืองหมิ่นเหม่