ปี 2565 โควิดเป็นโรคประจำถิ่นการเข้ามาของโอมิครอนซึ่งแม้จะมีการติดไวแพร่เร็วและวัคซีนสองถึงสี่เข็มไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อและมีอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การฉีดวัคซีนหรือการที่เคยมีการติดเชื้อมาก่อน จะลดทอนและบรรเทาอาการหนักหรือการเสียชีวิตได้ แต่ไม่รวมถึงคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว แม้กระทั่งเป็นโรคอ้วนเท่านั้น ก็ทำให้มีอาการหนักรุนแรงได้แนวคิดโรคประจำถิ่นดังกล่าว มาจากประเทศที่มีศักยภาพในการตรวจครอบคลุมประชากรเป็นล้านคน ในเวลาอันรวดเร็ว และทำให้ติดตามสถานการณ์การกระจายแพร่เชื้อเป็นวันต่อวันได้ และยังสามารถถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวได้ทันที ทำให้สามารถจำลองโครงสร้าง รู้ความเคลื่อนไหวของไวรัส ว่ามีการผ่าเหล่ามากขึ้น ในตำแหน่งที่ก่อให้เกิดอันตรายมากขึ้นหรือไม่ รวมกระทั่งถึงประเมินความรุนแรงของโรคได้อย่างโปร่งใสและทำให้รู้ว่าระบบสาธารณสุขจะสามารถรองรับโดยไม่ถึงวิกฤติได้หรือไม่ และจากการที่สุขภาพของประชาชนในประเทศโดยรวมมีความแข็งแรงเพราะระบบประกันสุขภาพมุ่งเน้นในเรื่องของการป้องกันการเกิดโรคหรือเมื่อพบว่ามีความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ว่าจะเป็นความดันสูง เบาหวาน อ้วนจะรีบควบคุมให้เป็นปกติในทันทีทันใดการประเมินสถานการณ์ของโอมิครอนในประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ปัจจัยในมนุษย์คนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าไวรัสไม่อันตราย หน้ากากชุดป้องกันตัวในช่วงปี 2563 แม้จะมีนักวิชาการที่ให้คำปรึกษากระทรวงสาธารณสุขว่าการใส่หน้ากากในระดับประชาชนนั้นไม่ช่วยการระบาดเท่าไร ซึ่งต่อมาไม่เป็นความจริง แต่หน้ากากและชุดป้องกันตัวนั้นเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งนี้ ผู้ที่ติดเชื้อนั้นอาจจะเป็นคนป่วยด้วยโรคอื่นแต่มีการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวเข้ามาด้วยหรือมีการติดโควิดแทรกซ้อน พร้อมกับโรคอื่นพร้อมๆกัน การป้องกันตัวจึงต้องกระทำแทบตลอดเวลาตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประสบปัญหาความขาดแคลน ทั้งนี้ เนื่องจากการแจกจ่ายหน้ากาก และชุดป้องกันตัวในแต่ละหน่วยในประเทศมีจำนวนจำกัดและเมื่อมีการปะทุขึ้นในพื้นที่ทำให้ไม่สามารถจัดหาได้ทันจนกระทั่งต้องกลับไปใช้ชุดเสื้อคลุมผ่าตัดผ้า และหน้ากากผ้า รวมกระทั่งถึงหมวกผ้าแบบสมัยก่อนที่ใช้กัน ประเด็นที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงต้องการคำตอบคือวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้หายไปไหน หน่วยงานองค์กรหรือใครเป็นผู้ทำให้เกิดความขาดแคลนเหล่านี้ และซ้ำซากประเด็นที่เจ้าหน้าที่ทั้งประเทศทราบกันดีก็คือ ข้อมูลที่ส่งถึงกระทรวงนั้นจะต้องแสดงว่ามีความสมบูรณ์เพียบพร้อม ทั้งกำลังคน อุปกรณ์เวชภัณฑ์ และเมื่อเกิดมีความขาดแคลน มีการประกาศทางโซเชียล ขอรับบริจาคจะถูกสอบสวนจนกระทั่งถูกลงโทษทางวินัย และตั้งแต่ ปี 2563 เป็นต้นมา จึงมีกระบวนการที่มูลนิธิ องค์กร กลุ่มประชาชนต่างๆเข้ามาจัดหาสิ่งที่ขาดแคลนให้กับพื้นที่ โดยมีการติดต่อโดยตรงสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงว่าการใช้ระบบผักชีโรยหน้า ว่ามีความพร้อมสมบูรณ์ตลอด มีชื่อเสียงโด่งดัง ควรจะเลิกโดยเด็ดขาดหรือไม่และการให้ข้อมูลที่โปร่งใสจะทำให้เกิดมีความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองและช่วยเจ้าหน้าที่รัฐแบบเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ไม่ว่าในระดับพื้นที่นั้นเองหรือจากคนทั้งประเทศ ยารักษาโรคศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพเสนอผ่าน อย. ในวันที่ 24 มกราคม 2563 เพื่อจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์สำหรับไวรัสในตระกูลอาร์เอ็นเอและข้อมูลที่ได้รับจากทางประเทศจีน และได้เริ่มมีการใช้จริงรายแรกในเวลาประมาณหนึ่งเดือนหลังจากนั้น และเป็นที่ใช้มาตลอดจน กระทั่งถึงปัจจุบันการเบิกจ่ายยาเป็นคอขวดที่สำคัญ ทั้งนี้ แม้กระทั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ติดโควิด จำเป็นที่จะต้องแสดงผลการตรวจพีซีอาร์ ถึงจะเบิกยาได้ และเป็นที่ทราบกันดีตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ว่าการแยงจมูกและลำคอ ตรวจพีซีอาร์นั้นไม่จำเป็นต้องเจอเชื้อไวรัสเสมอไปในการตรวจครั้งแรก แต่จะเจอในครั้งสามหรือสี่ แม้มีอาการชัดเจน และในหลายรายจำต้องสอดท่อและนำน้ำล้างปอดและถุงลมมาตรวจหาเชื้อจึงจะเจอข้อกำหนดดังกล่าวโดยไม่คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงก่อให้เกิดความล่าช้าในการรักษาและโรคดำเนินจนมีอาการหนักมากขึ้นทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงจนไม่ได้ผลจนกระทั่งในปี 2564 ที่มีการระบาดของเดลตามากมายเกิดวิกฤติสาธารณสุข แต่มีฟาวิพิราเวียร์เพียงพอกลับมีการใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อตั้งแต่การติดเชื้อโดยไม่มีอาการแม้แต่น้อย โดยเริ่มให้ในโรงพยาบาลสนามในคนเป็น 10,000 คน การให้ยารักษา ในความเป็นจริงสามารถที่จะให้ในระดับต่างๆได้ ตั้งแต่เริ่มติดโดยไม่มีอาการจนเริ่มยกระดับขึ้นตามลำดับความยืดหยุ่นของโควิดเมื่ออยู่ในร่างกายมนุษย์จะมีการปรับเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมอยู่ตลอด ทั้งนี้ มีการรายงานตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 จากประเทศจีน และศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพเองในปี 2564 เผยแพร่ในปี 2565 ก็ได้ทำการประเมินรหัสพันธุกรรมในผู้ป่วยโควิดที่อาการเลวลง แม้ว่าจะได้ฟาวิพิราเวียร์แต่แรก โดยปอดบวมแย่ลงและปริมาณไวรัสสูงขึ้นหลังจากที่ให้ยาตามขนาดไปห้าวันทั้งนี้ พบว่ารหัสพันธุกรรมของไวรัสมีการปรับเปลี่ยนจากไวรัสดั้งเดิมตั้งแต่ต้นก่อนการรักษา และหลังการรักษาโดยที่อาการเลวลง รหัสพันธุกรรมกลับผันตัวออกไปอีกมากมาย แต่เมื่ออาการดีขึ้นกลับมีการปรับรหัสใหม่อีกลักษณะเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของไวรัสในการคงเผ่าพันธุ์และยืดหยุ่นหลบหนีการต่อต้านจากมนุษย์ และเป็นที่มาของการที่ต้องรู้เร็ว แยกตัวเร็ว และรักษาเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสมีการปรับตัวและแตกแยกเป็นสายพันธุ์หรือวาเรียนท์ย่อยหรือใหม่ ไม่มีที่สิ้นสุด.หมอดื้อ