สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺม คุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ และประธานสนองงานสมเด็จพระสังฆราช ละสังขารด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65 หลังเข้ารักษาอาการอาพาธมาเป็นเวลานานหลายปี เป็นพระเถระที่มีจริยาวัตรงดงาม สังวรในพระวินัย เคยผ่านตำแหน่งปกครองและทำหน้าที่สำคัญหลายวาระ มีหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการคำนวณปฏิทินหลวงและให้ความเห็นก่อนประกาศใช้ในแต่ละปี รวมทั้งเดินหมุด-คำนวณปฏิทินปักขคณนา สำหรับวันลงอุโบสถให้กับคณะสงฆ์ธรรมยุตเมื่อวันที่ 15 มี.ค. นายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า รับแจ้งจากวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร ว่า สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตและประธานสนองงานสมเด็จพระสังฆราช ละสังขารแล้วอย่างสงบ เมื่อเวลา 14.22 น. ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65 หลังจากอาพาธด้วยโรคมะเร็งและรักษาตัวที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ มาเป็นระยะเวลาหลายปี สำหรับพิธีการต่างๆทางวัดจะแจ้งให้ทราบต่อไปสมเด็จพระวันรัต เป็นสงฆ์ธรรมยุตและเจ้าอาวาสรูปที่ 7 ของวัดบวรนิเวศฯ ได้ชื่อว่าเป็นเสาหลักของคณะสงฆ์ที่ยึดมั่นบนหลักพระธรรมวินัยอย่างมั่นคงมาตลอด และเป็นพระเถระที่หาได้ยากในยุคนี้ สมเด็จพระวันรัตจัดว่าเป็นพระนวกะร่วมสมัยกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงผนวชเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2499 และประทับที่วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร จนกระทั่งทรงลาผนวชในวันที่ 5 พ.ย.2499 ยิ่งกว่านั้นเมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่พระอมรโมลี ยังได้เป็นพระอาจารย์ถวายพระอักษรเรื่องพระธรรมวินัย แด่สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงผนวชเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2521 ประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหารราช วรวิหาร จนกระทั่งทรงลาผนวชในวันที่ 20 พ.ย.2521สมเด็จพระวันรัต เป็นพระเถระที่มีจริยาวัตรงดงาม สังวรในพระวินัยเป็นสังฆโสภณ นามเดิมว่า จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.2479 ที่บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมืองตราด โยมบิดา-มารดา ชื่อจันทร์และเหล็ย พราหมณ์พิทักษ์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมืองตราด จากนั้นเข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันพุธที่ 12 พ.ค.2491 ณ วัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมืองตราด มีพระวินัยบัณฑิตเป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค.2499 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยบัณฑิต (ถาวร ฐานุตฺตโร) วัดคิรีวิหาร จ.ตราด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิสุทธิธรรมภาณ (แจ่ม ธมฺมสาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังอุปสมบทได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จากสำนักเรียน วัดบวร นิเวศวิหารราชวรวิหารสำหรับตำแหน่งงานปกครองคณะสงฆ์ สมเด็จพระวันรัต ผ่านตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ แม่กองธรรมสนามหลวง ผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานคณะสนองงานในสมเด็จพระสังฆราช เป็นต้น รวมทั้งภาระหน้าที่พิเศษยากที่จะหาผู้ใดทำหน้าที่นี้ได้ในยุคปัจจุบัน คือการที่ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมให้เป็นผู้ตรวจสอบการคำนวณปฏิทินหลวง (ปฏิทินจันทรคติไทย) และให้ความเห็นก่อนประกาศใช้ในแต่ละปี นอกจากนี้ยังเดินหมุดคำนวณปฏิทินปักขคณนาสำหรับวันลงอุโบสถให้กับคณะสงฆ์ธรรมยุตด้วยนอกจากนี้ ได้ทำหน้าที่สำคัญ อาทิ ในพระราช พิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันที่ 15 พ.ย.2551 สมเด็จพระวันรัต ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง รวมทั้งในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้า ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วันที่ 9 เม.ย.2555 สมเด็จพระวันรัต ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงอีกวาระหนึ่ง