โควิดรายแรกในประเทศไทยได้รับการยืนยันวินิจฉัยในวันที่ 9 มกราคม 2563 จากการที่มีหลายหน่วยงานในประเทศไทยทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยไวรัสอู่ฮั่น ที่ทำวิจัยกันมาเนิ่นนานกับสหรัฐฯที่ประเมินความเสี่ยงในการที่ไวรัสโดยเฉพาะจากค้างคาวจะสามารถเข้ามาติดเชื้อในคนได้โดยมีการศึกษาลักษณะรูปแบบต่างๆ ในความสามารถที่จะข้ามมายังเซลล์มนุษย์และการก่อโรค และการรวบรวมตัวอย่างต่างๆจากพื้นที่ตามฤดูกาล และความเกี่ยวพันกับการระบาดที่เกิดมาก่อนหน้าตั้งแต่ซาร์ส เมอร์ส อีโบลา นิปาห์ และเป็นที่มาถึงการถกเถียงการกำเนิดของโควิดที่กลายเป็นโรคระบาดทั่วโลก การประเมินสถานการณ์จากการระบาดช่วงแรกจากตลาดสดในอู่ฮั่น ผู้เชี่ยวชาญไทยแนะนำกระทรวงสาธารณสุขว่า เป็นการติดต่อจากสัตว์สู่คนและเป็นไปไม่ได้ที่จะติดต่อคนสู่คน แต่ในระยะเวลาต่อมา เมื่อมีการติดต่อจากคนสู่คน ยืนยันว่าไม่มีความรุนแรงมากเปรียบเทียบเท่ากับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลและเทียบเคียงกับไวรัสโคโรนาประจำถิ่นที่มีมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ โดยยึดหลักต้องไม่สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนและจะทำให้เกิดความโกลาหลเหล่านี้ยังเกี่ยวพันกับการสร้างข้อถกเถียงว่า การใส่หน้ากากไม่ช่วยป้องกันโรค จนกระทั่งถึงการใส่หน้ากากช่วยแต่การแพร่เชื้อออกจากคนติดเชื้อ และจนกระทั่งถึงการใส่หน้ากากผ้าไม่มีประโยชน์ประเด็นเหล่านี้เป็นตัวก่อให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติการในเชิงรุก และกลายเป็นตั้งรับตามหลังการเกิดระบาดระลอกแล้วระลอกเล่า จนกระทั่งถึงปี 2565 รู้เร็ว แยกตัวเร็ว รักษาเร็วหัวใจของการต่อสู้กับโรคระบาดโควิดที่ติดต่อจากคนสู่คนเป็นลูกโซ่และกระจายไปในชุมชน ครัวเรือน สถานประกอบการ โรงงานภาคอุตสาหกรรม คือการคัดกรองที่ต้องมีความไวสูงสุดและแยกตัวทันที จากนั้นในขั้นที่สองคือการวินิจฉัยด้วยวิธีมาตรฐานพีซีอาร์จากการแยงจมูกและลำคอการตรวจเลือดเพื่อหาหลักฐานการติดเชื้อโดยดูจากภูมิตอบสนองในน้ำเหลืองควบรวมทั้ง IgM IgG และกลุ่มที่ยับยั้งไวรัสได้ (neutralizing antibody–NT) รวมถึงชุดตรวจรวดเร็ว antibody rapid test ได้รับการต่อต้านจากนักวิชาการกลุ่มเดิม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ อย.หลักฐานที่ใช้ในการต่อต้านมาจากข้อมูลในต่างประเทศ โดยอ้างจากวารสารที่มีชื่อ ที่แสดงว่าภูมิที่เกิดขึ้นนั้นจะล่าช้าหลังจากที่มีการติดเชื้อไปแล้วไม่ว่ามีหรือไม่มีอาการเป็นสัปดาห์จนกระทั่งถึงเกือบหนึ่งเดือน ทั้งนี้ไม่ได้ดูรายละเอียดถึงวิธีการตรวจที่ใช้ว่าเป็นการตรวจภูมิที่ตอบสนองกับส่วนใดของไวรัสโปรตีนและใช้เครื่องมือในการตรวจแบบไหน ข้อมูลดิบจากการศึกษาในประเทศ ไทยด้วยวิธีการตรวจภูมิ ซึ่งในระยะต่อมาใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และทั่วโลก แสดงว่าหลักฐานการติดเชื้อด้วยการตรวจภูมินั้นจะได้ผลบวกเร็วที่สุดคือสี่วันหลังจากการติดเชื้อ และนอกจากนั้นภูมิเหล่านี้จะอยู่ได้ในระยะเวลาแตกต่างกันโดยหายไปภายในระยะเวลาสองสัปดาห์หรืออาจจะอยู่ได้นานประมาณหกเดือน ทั้งนี้ จากการติดตามผู้ติดเชื้อในพื้นที่และการแพร่กระจายเชื้อในจังหวัดปัตตานีระหว่างปี 2563 ถึงปี 2564 รวมถึงผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯจากข้อมูลดังกล่าวทำให้มีการเสนอการตรวจภูมิด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้วเพียงหนึ่งหยดรู้ผลภายในเวลาเป็นนาที โดยตั้งเป้าให้มีความไว 100% นั่นคือคนติดเชื้อทุกรายจะต้องตรวจเจอแต่จะมีคนที่ไม่ติดเชื้อได้ผลบวกไปด้วยแต่ในสัดส่วนที่ไม่เกิน 3% และนำไปสู่การแยกตัวก่อนจนกว่าจะพิสูจน์ได้แน่ชัดด้วยพีซีอาร์ในเวลาต่อมาไม่เกิน 24 ชั่วโมง มีการพิสูจน์หลายครั้ง รวมกระทั่งถึงที่ทำเนียบรัฐบาล และตรวจซ้ำด้วยพีซีอาร์ ในปี 2563แต่ทั้งหมดไม่เป็นที่ยอมรับและกำหนดให้ว่าชุดตรวจเลือดปลายนิ้วดังกล่าวต้องไม่เกิดผลบวกปลอมแต่ยอมรับผลลบปลอมได้ นั่นคือตรวจไม่เจอ จนเกิดมีการทะลักทลาย การอนุมัติชุดตรวจเลือดปลายนิ้วดังกล่าวเข้ามามากกว่า 30 ถึง 40 ยี่ห้อภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทำให้เกิดการหลุดรั่วของผู้ติดเชื้อ และไม่สามารถนำมาถึงกระบวนการแยกตัวทันที และล้มเหลวในที่สุด นอกจากนั้นการแก้ปัญหาการหยุดชะงักของสายงานในโรงงาน เช่น ที่สมุทรสาครโดยใช้ Bubble and seal พบว่าการวิเคราะห์แบบผสมผสานด้วยการตรวจพีซีอาร์ในวันแรก และให้ทำงานต่อแต่ถ้าไม่มีวินัยและไม่มีการแยกตัวที่เหมาะสม รวมกระทั่งถึงที่พักในโรงงานหรือรอบนอกโรงงานที่ไม่มีการระมัดระวังจะทำให้มีการแพร่ต่อออกไปได้ ทั้งนี้ จากการตรวจเลือดที่เป็นมาตรฐานของศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นระยะทุกหกสัปดาห์เป็นเวลาสองครั้ง พบหลักฐานการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและยืนยันว่ามีเชื้อจริงด้วยการตรวจพีซีอาร์วิธีการตรวจจนกระทั่งถึงก่อนที่มีการใช้วัคซีนโควิดจึงเป็นการใช้พีซีอาร์เป็นหลัก โดยไม่ยอมรับหลักการของการตรวจเร็วที่ต้องมีความไวสูงสุด และเมื่อมีชุดตรวจรวดเร็ว แต่มีความไวน้อยลง แต่จะให้ได้ผลบวกชัดเจน จึงมีการอนุมัติชุดตรวจหลายยี่ห้อดังกล่าว และนำไปสู่การตรวจสอบความไม่โปร่งใส รวมกระทั่งถึงอาจมีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทบางรายหรือรับผลประโยชน์ผลของการตรวจสอบไม่เป็นที่เปิดเผยแต่ให้เป็นการสรุปว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพและมาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพและในการขึ้นทะเบียนร่วมกับ อย.ในปี 2564 ชุดตรวจเร็วจากตัวอย่างน้ำลาย รูจมูกตื้น โพรงจมูกด้านหลังและลำคอ ถูกนำมาใช้โดยมีมุ่งหมายแบบเดิมคือ ตรวจเร็วแยกตัวเร็วแต่เป็นการตรวจหาชิ้นส่วนโปรตีนของไวรัสแทนที่จะเป็นการหาหลักฐานการติดเชื้อจากเลือดหรือน้ำเหลือง ชุดตรวจเป็นที่ทราบกันในชื่อ ATK หรือ Antigen test kit เป็นชุดตรวจที่ใช้ผสมผสาน ใช้ตามบ้าน ครัวเรือน เป็นชุดแก้ขัดเนื่องจากการที่พีซีอาร์มีราคาสูงจาก 1,800 บาทถึง 3,500 บาทในการตรวจแต่ละครั้งและไม่ได้ทราบผลภายในระยะเวลารวดเร็วแต่อาจต้องรอไปถึง 48 ชั่วโมง และมีความยุ่งยากในการเก็บตัวอย่างและกระบวนการตรวจชุดตรวจ ATK มีการนำไปใช้ในการระบาดที่สมุทรสาคร ตลาดกุ้ง ในต้นปี 2564 และรายงานจากหน่วยงานของทางการเอง ยืนยันความจำกัดของชุดตรวจ โดยที่จะสามารถบอกผลสองขีด ได้ต่อเมื่อจะมีปริมาณไวรัสในขนาดปานกลางถึงสูงและขึ้นอยู่กับยี่ห้อและจากการที่นำ ATK มาใช้ในระดับประชาชนโดยมีการเลือกยี่ห้อจาก อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำมาสู่ยี่ห้อซึ่งมีการประเมินโดยคณะผู้วิจัยจากประเทศเยอรมนีและหลายคณะในประเทศไทยว่ามีความแม่นยำน้อยมากในมากกว่า 30 ยี่ห้อ และกลายเป็นชุดตรวจที่ สปสช.ใช้แจกประชาชนทั่วไป 8 ล้านชุด และจนกระทั่งถึงปี 2565 ชุดตรวจ ATK มีการทะลักทลายเข้ามาใช้ในประเทศไทยโดยมีความไวหรือความแม่นยำน้อยกว่า 50% และแม้ชุดตรวจที่จัดว่าดีที่สุดโดยองค์การอนามัยโลกและประเมินโดยคณะผู้วิจัยต่างประเทศในเด็กติดเชื้อที่ไม่มีอาการจะพบว่ามีความแม่นยำไม่เกิน 56% เท่านั้น.หมอดื้อ