วีนัสแห่งวิลเลนดอร์ฟ (Venus of Willendorf) เป็นหนึ่งในตัวอย่างประติมากรรมขนาดเล็กๆ ที่สำคัญที่สุดของศิลปะยุคแรกในยุโรป ทำจากหินเม็ดแบบไข่ปลา (oolite) งานศิลปะจากออสเตรียที่สูงเกือบ 11 เซนติเมตรชิ้นนี้ไม่เพียงมีความพิเศษในแง่ของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวัสดุด้วยเช่นกัน เพราะประติมากรรมเทพีวีนัสแบบอื่นๆมักจะทำจากงาช้างหรือกระดูก หรือบางครั้งก็ทำด้วยหินที่แตกต่างกันวีนัสแห่งวิลเลนดอร์ฟพบในหุบเขาวาเคาในออสเตรียในปี 2451 ถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติกรุงเวียนนาของออสเตรียมาจนถึงปัจจุบัน แต่เพื่อไขที่มาของงานศิลปะชิ้นนี้ ทีมวิจัยนำโดยนักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวียนนา และนักธรณีวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติเวียนนาในออสเตรีย ได้ใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระดับไมโครเมตร ตรวจสอบหินเม็ดแบบไข่ปลาจนได้ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 11.5 ไมโครเมตร จากนั้นก็นำตัวอย่างหินเม็ดแบบไข่ปลาของที่อื่นๆมาเทียบ เช่น ไล่จากฝรั่งเศสไปยังยูเครนตะวันออก หรือจากเยอรมนีไปถึงเกาะซิซิลี โดยข้อมูลเอกซเรย์เผยให้เห็นว่ามีตะกอนสะสมอยู่ในหิน และพบวัสดุ 6 เม็ดเล็กๆที่มีแร่ไลโมไนต์ (limonite) อยู่หนาแน่น นอกจากนี้ยังพบเศษเปลือกหอยขนาดเล็กยาวเพียง 2.5 มิลลิเมตรซึ่งระบุถึงยุคจูราสสิกทั้งนี้ เมื่อพิจารณาและค่อยๆตัดทอนข้อมูลออกไป การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าดินแดนทางตอนเหนือของอิตาลีคือต้นกำเนิดของหินเม็ดแบบไข่ปลาที่แกะเป็นวีนัสแห่งวิลเลนดอร์ฟ ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าการค้นพบนี้จะช่วยไขความกระจ่างใหม่ๆเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบันกลุ่มแรกๆที่อาศัยอยู่ทางใต้และทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ในอดีต.Credit : Gerhard Weber, University of Vienna