“ปูติน” ปล่อยหมัดเด็ดขู่ปิดท่อส่งก๊าซเพิ่มวิกฤติป่วนโลก บีบราคาน้ำมันดิบพุ่งเท่าตัว 300 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขึ้นบัญชีจดจำประเทศไม่ใช่มิตร โอเปกยอมรับไม่มีปัญญาผลิตน้ำมันป้อนตลาดได้ทัน เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์เสียงแตกค้านแผนสหรัฐฯตัดท่อน้ำเลี้ยง แนวรบยังทรงตัวหลังเจรจารอบ 3 ไม่ลงตัว ยูเครนไม่พอใจเส้นทางเซฟโซนให้พลเรือนอพยพผ่านพื้นที่กองทัพหมีขาวเข้าแดนรัสเซียฝั่งเดียว ยังไม่หมดหวังนัดเจรจาอีกเป็นรอบที่ 4 กลาโหมยูเครนเกทับดับนายพลศัตรูอีกราย “เซเลนสกี” ออกแถลงการณ์ยั่ว ไม่หนีไม่กลัว นั่งทำงานรอที่ “เคียฟ” ขณะที่ยอดผู้ลี้ภัยทะลุ 2 ล้านคน กต.ขนคนไทยชุดสุดท้ายถึงบ้านราบรื่น ยอดรวม 233 คน เหลือสมัครใจอยู่สู้สมรภูมิราว 20 คน ถ้าเปลี่ยนใจสถานทูตพร้อมช่วยเหลือกลับทันที ด้าน ปตท.ขึ้นราคากลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร แต่ยังตรึง กลุ่มดีเซลวันที่ 13 แห่งสงครามยูเครน-รัสเซีย ภูมิภาคยุโรปตะวันออก บรรยากาศมุ่งไปที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลรัสเซียประกาศข่มขู่จะยุติส่งก๊าซหล่อเลี้ยงยุโรป ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงอีกเกินเท่าตัว ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์การเปิดช่องทางมนุษยธรรมให้พลเรือนอพยพจากพื้นที่สงคราม และการเจรจาระหว่างตัวแทนสองฝ่ายรอบที่ 4ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ออกแถลงการณ์เตือนชาติตะวันตกว่า การพยายามบีบคั้นรัสเซียทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการระงับนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย จะส่งผลลัพธ์อันใหญ่หลวงแก่ตลาดโลก เนื่องจากรัสเซียมีสิทธิที่จะตอบโต้ด้วยการปิดท่อส่งก๊าซนอร์ด สตรีม 1 ท่อส่งก๊าซหลักระหว่างรัสเซีย-เยอรมนี ซึ่งเชื่อว่าหากเราทำเช่นนั้น ยุโรปก็ไม่มีทางจะหาอะไรมาแทนที่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อาจใช้เวลาเป็นปีถึงจะมีปริมาณเท่ากับที่นำเข้าจากรัสเซีย และแน่นอนว่าราคาย่อมแพงกว่ามาก จากสถานการณ์ถึงจุดนั้นเมื่อไร เชื่อว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจพุ่งเกินเท่าตัว กระโดดไปที่ราคา 300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลสำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีนี้ว่า สงครามในยูเครนได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอย่างต่อเนื่อง ราคาอยู่ในระดับ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งเคยแตะระดับ 139 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสูงสุดในรอบ 13 ปี คำขู่ของรัฐบาลรัสเซียเรื่องระงับการส่งก๊าซ ย่อมส่งผลให้ยุโรปต้องหาพลังงานประเภทอื่นมาทดแทน เพื่อผลิตไฟฟ้าและตอบความต้องการทางอุปทานอื่นๆ ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาร์กินโด เลขาธิการองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) กล่าวว่า หากชาติตะวันตกคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย ก็เท่ากับว่าน้ำมันในตลาดโลกจะหายไปทันที 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่มีทางหาอะไรมาทดแทนได้ทันเวลา ซึ่งนักวิเคราะห์ตะวันตกประเมินไว้ด้วยว่า หากชาติตะวันตกใช้มาตรการแบนน้ำมันรัสเซียจริง อย่างน้อยราคาย่อมพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คำประกาศของรัสเซียยังมีขึ้นหลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรปตกลงที่จะลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจากรัสเซีย ท่ามกลางรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯอยู่ระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ ที่จะให้ชาติพันธมิตรตะวันตกเล่นงานรัสเซียเพิ่มเติม ด้วยการตัดผลประโยชน์ด้านพลังงาน แต่รัฐบาลเยอรมนีซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานจากรัสเซียรายใหญ่ รวมถึงรัฐบาลเนเธอร์แลนด์คัดค้านแผนการดังกล่าว เพราะยุโรปไม่สามารถหาน้ำมัน-ก๊าซมาทดแทนได้ เนื่องจากพลังงานที่ใช้ในยุโรปในปัจจุบันนั้น เป็นก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 40 เปอร์เซ็นต์ และเป็นน้ำมันดิบจากรัสเซีย 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่อมารอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯอาจเดินหน้าแผนระงับนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพียงประเทศเดียวไม่จำเป็นต้องมีชาติยุโรปมาร่วมวง หลังน้ำมันที่สหรัฐฯนำเข้าจากรัสเซีย คิดเป็นสัดส่วนเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ขณะที่สำนักข่าวอาร์ไอเอของรัสเซีย รายงานว่า รัฐบาลรัสเซียได้อนุมัติรายชื่อประเทศและเขตปกครอง 22 แห่ง ที่รัสเซียถือว่าไม่เป็นมิตร และดำเนินการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ในจำนวนนี้รวมถึงออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ ยูเครน สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐฯ ส่วนกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ชี้แจงว่า ความสัมพันธ์ของรัสเซีย-สหรัฐฯ ควรกลับไปเป็นเหมือนยุคสงครามเย็น ที่ต่างฝ่ายต่างเคารพหลักการการอยู่ร่วมกันอย่างสันติขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบในยูเครนว่า แนวรบยังคงไม่เปลี่ยนแปลงตลอดวันที่ 8 มี.ค. หลังการเจรจารอบ 3 ระหว่างตัวแทนรัฐบาลรัสเซีย-ยูเครนในเบลารุสยุติลงโดยที่มีความคืบหน้าเล็กน้อย สองฝ่ายตกลงที่จะอำนวยความสะดวกทางด้านขนส่งในการอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่การรบ ผ่านเส้นทางที่กำหนดให้เป็นเขตมนุษยธรรม ทั้งยังนัดการเจรจารอบ 4ในทันที แต่สื่อรัสเซียรายงานอ้างนายวลาดิเมียร์ เมดินสกี ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย และหัวหน้าคณะเจรจาว่า ยังไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ ในเรื่องที่รัสเซียมีการยื่นเงื่อนไข 3 ประการ (การรับประกันว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต) ต้องเจรจากันต่อไปนอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันที่ 8 มี.ค. ปฏิบัติการอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่สู้รบได้เริ่มขึ้นตามเมืองต่างๆของยูเครน ทั้งเมืองซูมี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมืองอีร์ปิน ชานกรุงเคียฟ และเมืองท่ามาริอูโปลทางภาคใต้ แม้จะมีรายงานก็ตามว่าฝ่ายรัสเซียและยูเครนยังตกลงกันไม่ลงตัวเรื่องการกำหนดเส้นทางอพยพ หลังยูเครนไม่พอใจที่รัสเซียขีดเส้นทางอพยพว่า ให้ใช้ช่องทางผ่านพื้นที่ที่กองทัพรัสเซียยึดครอง และข้ามพรมแดนเข้าไปในประเทศรัสเซีย ทั้งตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การประกาศหยุดยิงเพื่ออพยพพลเรือนทั้ง 3 รอบมีอันต้องยุติกลางคัน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าละเมิดสัญญาใจ ยูเครนอ้างว่ารัสเซียไม่หยุดการโจมตี รัสเซียอ้างว่ายูเครนโจมตีพวกเดียวกันและไม่ใช้เส้นทางที่รัสเซียกำหนดไว้ด้านกระทรวงกลาโหมยูเครนยังอ้างว่า จากการดักฟังข้อมูลของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ทำให้ทราบว่ากองทัพรัสเซียได้สูญเสียนายทหารระดับสูงอีกราย คือ พล.ต.วิตาลี เกราซิมอฟ ผู้บัญชาการกองพลที่ 41 ในแนวรบเมืองคาร์คีิฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน แต่มิได้เปิดเผยรายละเอียดว่า เสียชีวิตเพราะอะไร ระบุเพียงว่านายพลผู้นี้มีประวัติเข้าร่วมสงครามเชเชนครั้งสอง สงครามซีเรีย และปฏิบัติการยึดคาบสมุทรไครเมีย ขณะที่นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกแถลงการณ์ว่า นั่งทำงานอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดีกรุงเคียฟ ไม่หนีไปไหน ไม่ไปซ่อนตัวที่ไหนและไม่กลัวส่วนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) รายงานว่า จำนวนผู้ลี้ภัยสงครามออกจากยูเครนทะลุ 2 ล้านคนอย่างเป็นทางการ ในจำนวนนี้หลบหนีเข้าไปในโปแลนด์กว่า 1.2 ล้านคน ซึ่งการข้ามพรมแดนเข้าไปในโปแลนด์ขณะนี้ อยู่ที่วันละกว่า 141,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ซึ่งรัฐบาลโปแลนด์อยู่ระหว่างการลงมติ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่จะเปิดช่องให้ผู้อพยพชาวยูเครน อยู่อาศัยและทำงานในโปแลนด์ได้นาน 18 เดือนพร้อมสวัสดิการเรียนฟรีรักษาพยาบาลฟรีเมื่อเวลา 07.30 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล อธิบดีกรมการกงสุล และนายกิตติพงษ์ กิตติขจร ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้การต้อนรับคนไทยในยูเครนชุดที่ 7 จำนวน 13 คน ที่เดินจากกรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971 ถึงประเทศไทยเวลา 06.50 น. และเดินทางไปยังสถาบันบำราศนราดูร เพื่อตรวจเชื้อโควิด-19 ก่อนกลับภูมิลำเนานายฉัตรชัยกล่าวว่า วันนี้คนไทยชุดที่ 7 เป็นชุดสุดท้ายที่เดินทางกลับถึงไทย สถานทูตไทยในโปแลนด์ได้อพยพคนไทยมาตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.รวม 233 คน จาก 256 คนที่อยู่ในยูเครน มีบางส่วนประสงค์จะที่อยู่กับครอบครัวประมาณ 20 กว่าคนหากเกิดความรุนแรงเปลี่ยนใจประสงค์จะกลับ เรามีช่องทางติดต่อกันอยู่แล้ว ทั้งกลุ่มไลน์และทางโทรศัพท์ ทั้งนี้ ต้องดูความปลอดภัยเป็นหลักว่าสามารถเดินทางออกมาได้หรือไม่ เมื่อมีความพร้อมสถานทูตก็พร้อมเข้าไปดูแล แต่คนไทยที่ยังอยู่ในยูเครนมีความปลอดภัยดี อย่างไรก็ตาม ภารกิจช่วยเหลือคนไทยถือว่าประสบความสำเร็จ ได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกส่วนตามที่รัฐบาลมอบหมาย ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า ท่าทีและเป้าหมายของไทยอยากเห็นปัญหายุติ ถ้ายืดเยื้อไปจะกระทบกันหมด ตั้งแต่เรื่องเงินเฟ้อ ของแพง ทุกๆอย่างที่โยงกันไปหมด เหตุการณ์เพิ่งเกิดมา 10 กว่าวัน ไม่มีใครต้องการเห็นสถานการณ์บานปลาย ยกเว้นอาจมีบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์ แต่ภาพใหญ่คนอยากเห็นการเจรจานำไปสู่ความเข้าใจที่พอจะรับกันได้ และทำให้สถานการณ์บรรเทาเบาบางได้ และเราต้องช่วยกันทำให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ได้ทั้งจากผลกระทบเรื่องสินค้าและเรื่องต่างๆ ทั้งคนรัสเซียและยูเครนในไทยที่เดือดร้อน ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คนรัสเซียมีปัญหาเรื่องเครดิตการ์ด คนไม่มีเงินมีปัญหาเรื่องที่พักและอาหาร ต้องแยกแยะ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดพิเศษสหรัฐอเมริกา-อาเซียนในวันที่ 28-29 มี.ค. ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ จะไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนต่อมาเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 มี.ค.ผลพวงจากราคาน้ำมันโลกขยับตัวขึ้น อันเป็นผลจากสงครามยูเครน-รัสเซีย ทำให้บริษัทผู้ค้าน้ำมันในไทยอย่าง ปตท.ได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเฉพาะเบนซินอีกครั้ง หลังจากเพิ่งปรับขึ้นไปเมื่อช่วงเช้า 0.60 สต.ต่อลิตร แต่ในเวลา 05.00 น. วันที่ 9 มี.ค.ราคาน้ำมันเบนซินจะขยับขึ้นไปอีกลิตรละ 1 บาท ซึ่งถือว่ามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้เช้าวันที่ 9 มี.ค.ราคาน้ำมัน เบนซิน ออกเทน 95 จากลิตรละ 45.76 บาท จะขยับเป็น 46.76 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 จากลิตรละ 38.35 บาท เป็น 39.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 จากลิตรละ 38.08 บาท เป็น 39.08 บาท อี 20 จากลิตรละ 37.24 บาท เป็นลิตรละ 38. 24 บาท ส่วนอี 85 จากลิตรละ 30.54 เป็นลิตรละ 31.54 บาท ส่วนราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลคงราคาเดิม