เป็นประเด็นที่คนติดตามทั้งประเทศกับ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ “แตงโม” นักแสดง-ดาราชื่อดัง ตกเรือสปีดโบ๊ตจมหายไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ปมข้อสงสัยเหตุทำให้จมน้ำ ด้วยท่าทีผิดปกติ 6 คนที่อยู่บนเรือที่บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่ให้ข้อมูลกู้ภัย ไม่อยู่ค้นหาเพื่อนที่ไม่รู้ชะตากรรม แต่สิ่งที่คนบนเรือทำกันคือ ออกจากจุดเกิดเหตุวิ่งหาทนาย ทั้งที่ทุกคนให้การตรงกันว่าแตงโมลงไปนั่งปัสสาวะท้ายเรือ ก่อนพลัดตกจากเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาคำให้การ 6 คนที่อยู่บนเรือ ซึ่งเป็น “ประจักษ์พยาน” ในคดีประเด็นเหตุ “แตงโม” ตกเรือ ค้าน สายตาคนส่วนใหญ่ที่มองว่าไม่น่าเป็นไปได้ และข้อสงสัยว่าช่วงเกิดเหตุคนบนเรือช่วยทันทีอาจมีโอกาสรอดชีวิต เป็นประเด็นคำถามของคนในสังคมที่ว่าเป็นเรื่อง “อุบัติเหตุ” หรือคดี “ฆาตกรรม”ตามมาด้วยข้อสงสัยที่ว่า วันเกิดเหตุ สภ.เมือง นนทบุรี เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ ไม่ได้เชิญตัว 6 คนที่อยู่บนเรือ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญมาสอบสวนหาสาเหตุตกเรือ ไม่ตรวจสอบร่างกาย ไม่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือเก็บเลือดมาตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย รวมทั้งตรวจหาหลักฐานบนเรือที่เกิดเหตุเหมือนคดีอื่นๆปล่อยข้ามวันให้หารือทนายก่อนเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งมีผลทางคดี เห็นได้จากคำให้การ ยิ่งทำให้คนที่ติดตามข่าวเกิดความสงสัย มองว่าการทำคดีแบบนี้ “แตงโม” อาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม จากคดีที่อาจเกิดจากความประมาทเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ทุกคนบนเรือให้การว่า เป็นเหตุที่ดาราสาวลงไปปัสสาวะท้ายเรือ โยนให้คนตายที่พูดไม่ได้ แต่คำให้การที่ไม่สอดคล้องเหตุเสียชีวิต เป็นคำถามสังคมว่าคดีนี้ตำรวจทำอะไรอยู่ มีอิทธิพล มีอำนาจเงินมาเกี่ยวข้อง หรือใครฝากฝังคดี ทำไมตำรวจพื้นที่ถึงละเลยจุดเริ่มต้นคดี พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ปล่อยให้คนบนเรือที่เป็นพยานปากสำคัญมีเวลาตั้งตัวก่อนให้การพนักงานสอบสวนวัตถุพยานที่อยู่บนเรือที่จะทำให้สืบหาสาเหตุตกเรือ มีบางส่วนที่หายไปทั้งที่มีในคำให้การ เป็นหน้าที่ของตำรวจหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์คำให้การ 6 คนบนเรือ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐาน “กล้องวงจรปิด” การติดต่อสื่อสารวันเกิดเหตุ หลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อมาใช้ในการยืนยันความผิดหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคนบนเรือ เป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากการทำคดีนี้ เพราะคดีที่ยากกว่านี้ตำรวจยังปิดคดีแต่ยิ่งเวลาผ่านไปความสงสัยของสังคมไทยมากยิ่งขึ้น คนบนเรือจากที่คิดว่าเป็นพยานคดีกลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยการเสียชีวิต คนที่อยู่ในโลก “ออน ไลน์” พยายามสืบหาข้อมูลมาประกอบเหตุการณ์เสียชีวิตของดาราสาว เชื่อมโยงความสัมพันธ์และหักล้างคำให้การของคนที่อยู่บนเรือ เพื่อประโยชน์ให้ตำรวจนำไปใช้ทางคดี ล่าสุดมีพยานปากสำคัญที่ให้การไว้ว่า กลุ่มผู้ต้องหาทำลายพยานหลักฐานและซักซ้อมคำให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์บนเรือวันเกิดเหตุที่ดาราสาวตกจากเรือ เป็นพยานสำคัญที่ทำให้จับผิดพิรุธคนที่อยู่บนเรือว่า วันเกิดเหตุคนที่อยู่บนเรือหายไปรวมตัวอยู่ที่ท่าจอดเรือ หลังเข้าหารือกับทนายเพื่อร่วมกันซักซ้อมคำให้การของทุกคน และมีวัตถุพยานสำคัญบนเรือหายไป ทั้งที่อยู่ในคำให้การคนบนเรือ ซึ่งเป็น 2 พิรุธเกี่ยวกับปมปริศนาคดี “แตงโม”ก่อนบานปลายกับข้อสงสัยคนส่วนใหญ่ถึงเหตุเสียชีวิตนักแสดง-ดาราชื่อดัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี รายงานคดี สั่งให้ พล.ต.ต.ไพศาล เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 เข้าสืบสวนคดีร่วมกับกองปราบปราม ทุกประเด็นสงสัยโซเชียล ผบ.ตร.กำชับชุดสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน และสถาบันนิติเวช ร่วมหาคำตอบเหตุเสียชีวิต ให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปดูคดี เร่งหาวัตถุพยาน พยานบุคคล ตรวจทางนิติวิทยา ศาสตร์ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาวิเคราะห์เส้นทางการเดินเรือ ภาพถ่ายคนบนเรือ การติดต่อสื่อสาร จำลองเหตุการณ์ และนำตัวคนบนเรือเข้าเครื่อง จับเท็จเพื่อพิสูจน์คำให้การเพื่อตอบทุกข้อสงสัยของคนในสังคมผบ.ตร.ยกตัวอย่างคดีเก่าๆที่อยู่ในกระแสวิจารณ์โลกออนไลน์ สุดท้ายใช้พยานหลักฐานมารองรับ คำตอบ–ข้อสงสัยของสังคมได้ ไม่ใช้แค่คำพูด ลอยๆ ที่ยากทำให้สังคมเชื่อ ต้องตอบด้วยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์เชื่อว่า คดีนี้ตำรวจไม่น่าจะได้ความจริงจากปากคนบนเรือที่ปรึกษาทนายเพื่อผลทางคดี ทุกคนกลัวความผิด ให้การไม่หมด ตำรวจต้องสืบหาพยานหลักฐานมายืนยันพิสูจน์เหตุเสียชีวิต ต้องย้อนกลับไปที่ “สถานที่เกิดเหตุ” พยานสำคัญในการสืบหาคนที่กระทำผิด และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผู้ที่ต้องสงสัย ทำไว้ครบถ้วนหรือไม่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า “ให้พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ลงไปสืบสวนสอบสวนให้ได้ความจริงให้มากที่สุด โดยมีนิติวิทยาศาสตร์รองรับ โดยเฉพาะประเด็นที่สงสัยที่โซเชียลถามกันว่า มีการทะเลาะเกิดขึ้นในเรือจริงหรือไม่ และบาดแผลที่ต้นขาแตงโมเกิดจากอะไร จะออกหมายเรียกพยานบุคคลมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนการใช้เครื่องจับเท็จเป็นอีกช่องทางหนึ่งซึ่งต้องมีการเตรียมการ ทุกคำตอบของเพื่อนแตงโมต้องมีเหตุผลรองรับ ต้องแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ มารองรับคำพูด เช่น การให้การว่าห้องน้ำเสียต้องตรวจสอบ หลังเกิดเหตุได้โทรศัพท์หาใครเรื่องใดบ้าง มอบให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปดูคดีนี้ร่วมกับตำรวจภาค 1 และกองปราบปราม ยืนยันว่าตำรวจจะเร่งพิสูจน์ความจริงของคดีให้ปรากฏ เพื่อตอบข้อสงสัย ตอบคำถามของประชาชน” ภาพรวมคดีการเสียชีวิตดาราสาว “แตงโม” ยังคงไม่ได้ข้อสรุปว่าคดีจะออกแนวทางไหน ทั้งประมาท อุบัติเหตุ หรือฆาตกรรม เพื่อคลี่คลายคดีและหาคำตอบให้คนที่สงสัย สิ่งหนึ่งที่ตำรวจได้จากคดีนี้คือ “บทเรียน” สำคัญในการทำทุกคดีตำรวจไม่ควรประมาท การตั้งรูปคดีสำคัญ หากตำรวจล่าช้า ยิ่งผ่านไปนานพยานหลักฐานที่เกิดเหตุยิ่งยาก ด้วยเงื่อนเวลาในตรวจพิสูจน์หลักฐาน ส่วนคำให้การผู้ต้องสงสัยมีโอกาสเปลี่ยนได้ตลอดเวลาทุกคดีอยู่ในความสนใจสังคมยุคใหม่ ต้องทำคดีให้รัดกุม มีหลักฐานตอบข้อสงสัยสังคม ตำรวจไทยเชี่ยวชาญสืบสวนคดีอาชญากรรมที่ซับซ้อนมีเงื่อนงำถูกคลี่คลาย ทั้งคดีฆ่ามาเฟียต่างชาติที่ภูเก็ต หรือคดีฆ่านายก อบต.ที่นครนายก แต่คดี “แตงโม” ที่มองเป็นคดีเล็กคนจมน้ำ กำลังเป็นคดีใหญ่ เพราะอยู่ในกระแสสังคม “ออนไลน์”มี “นักสืบโซเชียล” สืบไปไกลเกินกว่าสำนวนคดี เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกยุคใหม่โซเชียล พล.ต.อ.สุวัฒน์เข้าใจสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ให้เน้นหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์มาตอบคำถามในทุกข้อสงสัยทุกคดีเป็น “บทพิสูจน์” ความเชื่อมั่นตำรวจ ไม่ว่าคดีจะออกแบบไหน ต้องมีคำตอบให้สังคมเชื่อในสิ่งที่สรุปผลคดีออกมา คนไทยเฝ้าติดตามรอฟังผลสอบสวนคดี “แตงโม” ตำรวจที่ร่วมทำคดี อย่าประมาทเพราะคดีนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นขององค์กรตำรวจ.ทีมข่าวอาชญากรรม