จากเด็กหนุ่มผู้ผลิต คิด และทำหนังสั้นประกวดมากว่า 70 เรื่อง จนคว้ารางวัลชนะเลิศในเวทีระดับโลก ประเทศเกาหลีใต้ มาครองสำเร็จ บิ๊ก-ณภัทร ตั้งสง่า เล่าว่า “ผมเริ่มต้นทำหนังตั้งแต่อายุ 15 ได้รับรางวัลหนังสั้นครั้งแรกตอนอยู่ ม.4 หลายๆคนอาจเจอวิกฤติชีวิตในช่วงโควิด แต่ผมโดนรับน้องก่อนหน้านั้นปีนึง งานโดนแคนเซิล โดนโกง ลื่นล้ม กระดูกสันหลังหักไปสองจุด เมื่อผมลุกออกไปไหน มาไหนได้เลยหาคอร์ส เขียนบทเพื่อพัฒนาตัวเองจนได้ไปเรียนคอร์สนึงที่ชื่อว่า Writer Lab ของพี่ปุ๊ก-พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ คลาสนั้น เขาให้เอาโปรเจกต์ หนังยาวมาพรีเซนต์หน้าห้อง และพูดคุยกัน พอผมพูดจบ อยู่ดีๆก็มีพี่คนนึงที่เป็นนักเรียนร่วมคลาสชวนผมมาพูดคุยทำความรู้จักด้วย เลยมารู้ทีหลังว่าเป็นพี่นก-ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์ ผู้บริหาร M39 สนใจโปรเจกต์ที่ผมกำลังพัฒนาอยู่ เชียร์อัปอยากให้เรื่องนี้ได้ทำเป็นหนังใหญ่ฉายโรง จนเราคลอดบททรีตเมนต์ซีนาริโอออกมาก่อน ทางเกาหลีสนใจและให้ทุนเราไปเรียนและพัฒนาโปรเจกต์ต่อที่นั่น การส่งบทประกวดเวทีระดับโลก ผมรอมาสามปี แพ้มาสองรอบ เพราะรอบนี้คือการสอบแข่งชิงทุนไปเรียนฟิล์มต่อที่เกาหลี ร่วมกับการพัฒนาโปรเจกต์ภาพยนตร์ขนาดยาวที่นั่น ค่อยมาแข่งกันต่อว่าโปรเจกต์ไหนที่จะได้รางวัลไปบ้าง คือโรงเรียนที่ผมสมัครไปมีชื่อว่า AFiS Busan Asian Film School ด้วยโลกที่เจอโรคโควิดพอดี เทอมแรกเขาสอนเป็นระบบออนไลน์ มางานเข้าตรงเทอมที่สอง เราต้องแข่งขันอีกรอบ สุดท้ายคนที่ได้ไปก็เหลือเพียง 10 คน ส่วนเราก็รอดไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ อยู่ที่นั่น 4 เดือน บางคนเป็นทีมงานผู้สร้างหนังรางวัลระดับโลก มาประกบเราและช่วยให้คำปรึกษา โปรเจกต์ที่เข้าร่วมมันเลยมี 24 โปรเจกต์ 17 ประเทศ สุดท้าย THE PRESIDENT ได้รับรางวัลชนะเลิศพิชชิ่ง BFC Award โดยได้รับรางวัลชนะเลิศร่วมกับผลงานอีกเรื่องจากประเทศคาซัคสถานครับผม”.