ถึงแม้แกนนำจะเป็นผู้เล่นเก่า มาเขย่าอยู่ในโหลใหม่ “2 กุมาร ซีซัน 2” อย่าง “อุตตม สาวนายน” อดีต รมว.คลัง “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” อดีต รมว.พลังงาน นำทีมเปิดตัวพรรค “สร้างอนาคตไทย”เปิดวาร์ปค่ายใหม่ เรียกเสียงว้าวได้พอสมควรชูความเป็นค่ายกลางๆ ไม่ซ้ายไม่ขวา ไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และที่สำคัญชูเป้าหมายเร่งด่วน ประกาศเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องเป็นอันดับแรกและไม่เพียง ผู้ร่วมก่อตั้ง สมาชิกจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่คนรุ่นเก่า รุ่นกลาง รุ่นใหม่ จากภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เทคโนโลยี ศิลปินนักแต่งเพลง ไปจนกระทั่งตัวแทนรากหญ้า ปราชญ์ชาวบ้านในภาวะข้าวยากหมากแพง ผู้คนเริ่มหาทางเลือก หาคนมาแก้ไข “สร้างอนาคตไทย” ประเมินแล้วเปิดจุดขาย ดึงมืออาชีพมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องให้บ้านเมือง จับจุดปัญหาที่ต้องการแก้ไข ตามศัพท์การตลาดที่เรียกว่า Pain Point มาเป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ตั้งใจกระตุกความสนใจของผู้คนในสังคมเป็นอีกค่ายใหม่ที่ละสายตาไม่ได้เพียงแต่ที่ยังอุบไต๋ แล้วไม่รู้ว่าโฉมเต็มๆจะไฉไลอย่างที่คาดหวังหรือไม่ กับอีกภาคส่วนสำคัญของความเป็นพรรคการเมือง นั่นคือผู้เล่นมืออาชีพที่จะลงสนามเลือกตั้งเพราะเท่าที่เปิดตัวลอตแรก แม้จะมีดีระดับหนึ่ง ทั้ง “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมาเป็นแม่ทัพภาคใต้ หรือ “สุพล ฟองงาม” โปรไฟล์อดีตรัฐมนตรี และ ส.ส.พลังประชารัฐ ที่มาเป็นแม่ทัพภาคอีสาน พร้อมกับ “สันติ กีระนันทน์” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ร่วมไขก๊อกจากพลังประชารัฐหวังผลได้ก็จริงแต่เท่านี้ยังไม่พอ กับความป้อมค่ายการเมืองที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องอาศัยสรรพกำลังเรื่องนี้ทั้ง 2 กุมาร และ “พระอาจารย์” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ บรมกุนซือ รับรู้และเข้าใจ ตระเตรียมขุมกำลังไว้หนาแน่นพอสมควร โดยเฉพาะที่แว่วข่าวว่า มีแกนนำเครือข่าย “บ้านใหญ่” หลายจังหวัดตกปากรับคำในเบื้องต้น แต่ต้องรอเช็กความชัวร์รอบสุดท้ายกันอีกทีแค่ที่แพลมๆ ทั้งเครือข่ายกำแพงเพชร ชลบุรี หรือตัวเก๋าพื้นที่ฝั่งธนฯ ยกพลมาลอตนี้ก็ถือว่าน่าสนใจและงานนี้ที่มาตามนัดตามที่อ่านทาง กับคำถามที่โดนยิงตรงเป็นชุด “อุตตม–สนธิรัตน์” ตอบสวนทันควัน ถึงความเกี่ยวโยงของการตั้งพรรคกับ พล.อ.ประยุทธ์ปัดข้อสงสัยเป็นพรรคอะไหล่ พรรคสำรอง ลั่นไม่ใช่ค่ายนอมินีของใครโดย 2 กุมารประสานเสียง สร้างอนาคตไทยไม่เกี่ยวกับนายกฯ แม้จะเคยทำงานร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนก็ยุติบทบาท เดินออกมาแล้วไม่หันหลังกลับ“พวกเรามาทำพรรคใหม่ที่ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเพื่อการสืบทอดอำนาจของกลุ่มใดใคร”ที่ชัดเจนคือการประกาศ “จะไม่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯของพรรค” ดับกระแสข่าวโยงใยผู้นำ เคลียร์ได้ชัดเจนระดับหนึ่ง แต่ที่ยังคลุมเครือกับแคนดิเดตผู้นำที่จะใส่ในบัญชีของพรรค 3 รายชื่อ จะมี “ดร.สมคิด” อยู่หรือไม่ เพราะทั้งสองกุมารโยนเป็นเรื่องที่พรรค สมาชิกพรรคจะพิจารณาตามขั้นตอนแม้พระอาจารย์สมคิดจะเป็นชื่อหนึ่งที่อยู่ในใจ มีเสียงเรียกร้องให้มาชิงเก้าอี้นายกฯก็ตามปมนี้แหละ ที่กองเชียร์ ทั้งนักการเมือง กองหนุนกองเชียร์รอลุ้น ก้าวที่กล้า มวยแม่เหล็กที่ชื่อ “ดร.สมคิด”ในจังหวะที่นำร่องเปิดตัว แบบลงตัว อย่างที่ “สนธิรัตน์” บอกไม่ได้ตั้งใจเซต แต่การเปิดตั้งพรรค ชูจุดขาย ไม่ซ้ายสุดขั้ว ไม่ขวาสุดโต่ง เป็นพรรคกลางๆ เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจเป็นอะไรที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งความแตกแยกทางการเมืองหลังเลือกตั้งซ่อม รอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล แม้แต่ความบาดหมางรุนแรงทั้งพลังประชารัฐ–ประชาธิปัตย์รวมทั้งปัญหาบ้านเมือง ข้าวของแพง เศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านบักโกรกหนักหน่วง ผลิตภัณฑ์ใหม่ “สร้างอนาคตไทย” ถือว่ามาถูกห้วงเวลาเพียงแต่รอลูกทีเด็ดทีขาด ให้เข้าจังหวะภาพรวม ที่เริ่มมีสัญญาณปรับกระดานพลิกเกมจัดวางดุลอำนาจกันรอบใหม่.ทีมข่าวการเมือง รายงาน