สลด ไฟไหม้กุฏิแม่ชีที่ตั้งอยู่หลังวัดกลางดึก เพลิงโหมลุกโชนจากด้านใน ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งเข้าไปช่วย พบประตูห้องปิดล็อกจากด้านใน ต้องพังหน้าต่างแล้วใช้น้ำฉีดดับไฟ หลังเพลิงสงบพบร่างแม่ชีวัย 86 ปี ถูกไฟคลอกย่างสดตายสยองคาเตียงนอน ลูกชายเผยแม่มาบวชชีถือศีลอยู่วัดกว่า 10 ปี คาดสาเหตุต้นเพลิงมรณะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรไฟไหม้กุฏิคลอกแม่ชีเสียชีวิตรายนี้เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ม.ค. ร.ต.ท.สมพร จันทร์ภูงา รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง พร้อมชุด สืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ระยอง เข้าตรวจ สถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หลังเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 16 ม.ค. มีเหตุเพลิงไหม้กุฏิแม่ชี ภายในวัดตาขัน หมู่ 5 ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย มีผู้เสียชีวิต ประสานแพทย์เวร รพ.บ้านค่าย และหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู จุดบ้านค่าย ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสวนป่าด้านหลังวัดตาขัน เป็นที่ตั้งกุฏิแม่ชีราว 10 หลัง กุฏิหลังเกิดเหตุเป็นหลังสุดท้าย ถูกไฟไหม้ด้านในวอดทั้งหมด ภายในห้องบนเตียงนอนพบผู้เสียชีวิตนอนหงายร่างไหม้เกรียม ทราบชื่อ แม่ชีลัดดา เข็มนิล อายุ 86 ปีน.ส.อัมพร บุญจันทร์ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อช่วงหัวค่ำ นั่งอยู่หน้าบ้านที่อยู่หลังวัด มองเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากกุฏิแม่ชี ได้ตะโกนเรียกชาวบ้านให้มาช่วยกันดับไฟ เมื่อวิ่งมาถึงกุฏิไม่สามารถเปิดประตูเข้าไปดับไฟได้เพราะประตูล็อกจากด้านใน ชาวบ้านที่มาช่วยได้พังหน้าต่างจนเปลวไฟลุกโชนออกมา จากนั้นช่วยกันลากสายยางฉีดน้ำเข้าไปไฟดับแล้วรีบไปสับคัตเอาต์ หลังเพลิงสงบพบร่างแม่ชีลัดดาถูกไฟคลอกเสียชีวิตอยู่บนเตียงนายศิริชัย เมตติกานนท์ ลูกชายของแม่ชีลัดดา บอกว่า แม่มาบวชชีอยู่ที่วัดตาขันนานกว่า 10 ปีแล้ว ปกติตนและญาติจะแวะเวียนมาหาอยู่เป็นประจำ แต่ช่วงโควิด-19 ระบาด จะห่างๆไปเพราะต้องไปทำงานรับเหมา ไม่อยากมาใกล้ชิดกับแม่มาก เนื่องจากแม่อายุมากแล้วเกรงจะไม่ปลอดภัย แต่ได้ฝากเงินและข้าวของเครื่องใช้ให้กับคนดูแลแม่อย่างสม่ำเสมอ ไม่คิดว่าจะมาเสียชีวิตเพราะไฟไหม้กุฏิ แต่เชื่อว่าเกิดจากอุบัติเหตุ คาดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรสำหรับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่ากระแสไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับขณะเกิดเหตุแม่ชีลัดดานอนหลับ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนถูกไฟคลอกเสียชีวิต ญาติและครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการตาย ได้ส่งศพแม่ชีส่งพิสูจน์สาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งที่ รพ.บ้านค่าย ตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป