คดีออกโฉนดฮุบเกาะนุ้ยนอก จ.กระบี่ ยังไม่สะเด็ดน้ำ กลับมีคดีฉาวกลุ่มนายทุนฮุบที่ดินแปลงงามติดหาดคลองสน เป็นพื้นที่ตรวจยึดไว้ตั้งแต่ปี 46 พบมีการแผ้วถางป่ากว่า 8 ไร่ จนต้องแจ้งความดำเนินคดี ก่อนนำตำรวจตรวจสอบ นอกจากนี้ยังพบการก่อสร้างบ้าน รีสอร์ตหลายแปลง แต่ละแปลงมีหมุดที่ดินแบ่งเขตชัดเจน หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ระบุที่ดินติดหาดแปลงงามหากนำออกขายมูลค่านับพันล้านบาท ส่วนคดีฮุบเกาะนุ้ยนอก ชาวบ้านยื่นหนังสือถึง ผบช.ภ.8 เร่งรัดสอบสวนเอาผิดขบวนการออกโฉนดฮุบเกาะ ขณะที่ตำรวจรับลูกเตรียมคณะกรรมการทำคดีเจ้าหน้าที่อุทยานฯส่งหลักฐานตำรวจดำเนินคดีแก๊งนายทุนออกเอกสารสิทธิฮุบที่ดินหน้าหาดคลองสนนับร้อยไร่รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ม.ค. นายปราโมทย์ แก้วนาม หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำเอกสารหลักฐานการตรวจยึดพื้นที่บริเวณหาดคลองสน หมู่ 6 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เนื้อที่ 125 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา เมื่อวันที่ 16 ก.ย.46 มอบให้ พ.ต.ท.วรยุทธ ฟ่องสุทธิพิทักษ์ สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวนาง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบสวนคดี ที่เจ้าหน้าอุทยานฯเข้าแจ้งความว่ามีคนบุกรุกแผ้วถางป่าหน้าหาดคลองสนเนื้อที่ 8 ไร่เศษ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เมื่อวันที่ 30 พ.ย.64จากนั้น พ.ต.ท.วรยุทธ ฟ่องสุทธิพิทักษ์ สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในแปลงตรวจยึดเมื่อปี 46 อยู่ห่างที่ตั้งสำนักงานอุทยานฯ ไม่ถึง 5 กม. พบมีการแผ้วถางป่า และต้นไม้ใหญ่ริมหาดจนเตียนโล่งเนื้อที่ 8 ไร่เศษ จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ใกล้เคียงมีการปลูกสร้างบังกะโล รีสอร์ต และบ้านพักอาศัยอีกกว่า 10 แห่ง บางรายมีการล้อมรั้วลวดหนามเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล บางหลังสร้างอย่างหรูหรามีรั้วรอบขอบชิด และมีต้นไม้ใหญ่อยู่ปากทางเข้าบ้าน และยังพบว่ามีหมุดที่ดินเป็นแนวเขตของที่ดินแต่ละแปลง ส่วนใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพิกัดกับจีพีเอสพบว่าพื้นที่ทั้งหมดที่มีสิ่งปลูกสร้าง อยู่ในแปลงตรวจยึดทั้งหมด อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวนาง และป่าหางนาค และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีทั้งหมดนายปราโมทย์ แก้วนาม หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า การตรวจยึดพื้นที่ดังกล่าวสืบเนื่องจากทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่แปลงตรวจยึดใน จ.กระบี่ เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่าพื้นที่แปลงตรวจยึดหน้าหาดคลองสนเนื้อที่ 125 ไร่ มีความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะที่ดินริมหาดเนื้อที่ 8 ไร่ มีสภาพเพิ่งถูกแผ้วถางใหม่ สั่งให้ชุดลาดตระเวนเข้าไปตรวจสอบก่อนเข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกลุ่มผู้บุกรุก นอกจากพื้นที่แผ้วถางดังกล่าว ยังพบการปลูกสร้างบ้านพัก รีสอร์ตหลายแปลง เนื้อที่รวมกว่า 30 ไร่ สำหรับพื้นที่แปลงตรวจยึด 125 ไร่ เป็นที่ดินหน้าหาดตลอดแนว เดิมเป็นป่าเสม็ดและป่าชายเลน ถูกแผ้วถางเพื่อเข้ายึดถือครอบครอง เพราะเป็นชายหาดสวยงามใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งหาดอ่าวนาง หาดคลองม่วง และหาดเกาะกวาง หากนำไปออกเอกสารสิทธิแล้วนำไปซื้อขายจะมีมูลค่ามหาศาลนับพันล้านบาทด้าน พ.ต.ท.วรยุทธ ฟ่องสุทธิพิทักษ์ สว. (สอบสวน) สภ.อ่าวนาง กล่าวว่า วันนี้นัดให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯนำชี้พื้นที่ที่มีการบุกรุกแผ้วถาง 8 ไร่เศษ พบว่าที่ดินแปลงอื่นที่มีการก่อสร้างเป็นบังกะโล รีสอร์ต รวมถึงบ้านพัก ได้ประสานไปยังผู้ที่อ้างสิทธิ เป็นเจ้าของที่ดินทุกแปลงให้นำหลักฐานมาแสดงเพื่อตรวจสอบต่อไปด้านความคืบหน้าการดำเนินคดีนายทุนออกโฉนดฮุบเกาะนุ้ยนอก อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตำรวจภูธรภาค 8 อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายคีรี หมู่มาก ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านเจ๊ะหลี อ.เกาะลันตา พร้อมชาวบ้านเจ๊ะหลีกว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 เพื่อขอให้เร่งรัดการสอบสวนคดีกรณีที่ราษฎร อ.เกาะลันตา เข้าแจ้งความที่ สภ.เกาะลันตา เพื่อให้ดำเนินคดีขบวนการออกโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ป่าไม้ถูกทำลาย โดย พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ รอง ผบช.ภ.8 เป็นผู้รับหนังสือแทน พร้อมเผยว่าเรื่องนี้จะตั้งคณะกรรมการ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้เกิดความชัดเจน ซึ่ง ต้องใช้เวลา แต่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแน่นอนด้านนายคีรี หมู่มาก กล่าวว่า การมายื่นหนังสือให้เร่งรัดคดีครั้งนี้ เนื่องจากพบว่าได้มีการแผ้วถางพื้นที่บนเกาะไปหลายจุด และชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปใกล้เกาะได้เลย รวมทั้งจะยื่นต่อศาลปกครองภูเก็ต เพื่อขอให้คุ้มครอง ไม่ให้มีการแผ้วถางต้นไม้บนเกาะ เพื่อให้นำพื้นที่ดังกล่าวมาให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป