หลังจากเกิดโรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรัส 2019 เศรษฐกิจทั่วโลกประสบสภาวะช็อก! สภาพัฒน์เปิดเผยว่า ปี 63 เศรษฐกิจไทยติดลบ 6.1% ต่ำสุด ในรอบ 22 ปี และในปี 64 ถึงแค่ไตรมาส 3 ก็ติดลบ 0.3% เช่นกัน ขณะที่มีผลวิจัยภาคการตลาดของประเทศไทยเองก็เรียกว่าดิ่งเหว เพราะในตลาดขาดเงินหมุนเวียน ภาคโฆษณาในปี 63 ติดลบเกือบ 20% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และในปี 64 ช่วงต้นปีมีการเติบโตขึ้นมาทำให้มองเห็นความหวังของการลืมตาอ้าปาก แต่จู่ๆโควิด-19 ก็กลับมาอีกระลอกได้ทำลายความหวังอย่างสิ้นเชิง เงินที่ควักออกมาใช้จ่ายหายวับไปกับอากาศ จากที่บวกในต้นปีพอถึงปลายปีกลับกลายเป็นติดลบอีกครั้ง และยังต่ำเป็น “นิวโลว์” ต่ำสุดในรอบ 20 ปีเป็นที่แน่นอนว่าวงการบันเทิงก็ไม่รอดวัฏจักรของภัยพิบัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง โทรทัศน์ ศิลปินดารานักร้องต่างก็ได้รับความเดือดร้อนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายรวมทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดล้วนสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เมื่อภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และเพลงผลิตไม่ได้ บุคลากรในระบบก็พากันตกงานต้องกินบุญเก่าเอาเงินเก็บใช้จ่ายมาร่วม 2 ปีเต็ม จินา โอสถศิลป์ จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด กล่าวถึงสภาวะของภาพยนตร์ไทยตั้งแต่เข้าสู่ยุคโควิด-19 ว่า ผู้ผลิตภาพยนตร์และโรงภาพยนตร์ต่างก็ได้รับผลกระทบหนักมาก ทั้งถ่ายทำไม่ได้ ฉายหนังก็ไม่ได้ หนังบางเรื่องทำเสร็จแล้วแต่ก็ไม่สามารถเอาเข้าฉายในโรงได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเราทำได้อย่างเดียวคือทำใจ แต่เมื่อมาตรการของรัฐบาลที่เริ่มผ่อนคลาย เริ่มให้โรงหนังเปิดได้ เราก็เริ่มกลับมาทำงาน บทเรียนครั้งสำคัญของโควิด-19 ทำให้เราเรียนรู้ว่าคอนเทนต์ที่คนดูสามารถดูที่บ้านได้มันมีอิทธิพลและเริ่มมีผลกระทบกับหนัง เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องทำคอนเทนต์ของหนังที่ฉายในโรง หนังเราต้องทำให้ดี เพื่อให้คนซื้อตั๋วออกมาดูหนังโรงอีกครั้ง โดยที่คนไม่กลัว ดังนั้น มาตรการความปลอดภัยของโรงหนังจึงเป็นสิ่งสำคัญ ณเดชน์ และ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก จาก “อ้าย..คนหล่อลวง” ต่อ-ธนภพ และ ไอซ์-พาริส จาก “GHOST LAB” ญดา-นริลญา จาก "ร่างทรง"สำหรับทาง GDH ของเราได้รับ ผลกระทบพอสมควร เดือน ม.ค.-ก.พ. เรามีซีรีส์ฉลาดเกมส์โกง ที่ฉายทางช่องวัน 31 จากนั้นเราเจอระลอกสองตอนหนัง “อ้าย...คนหล่อลวง” ที่ฉายช่วงปลายปี 2562 พอช่วงปี 2563 เจอผลกระทบเต็มๆ จากหนัง “โกสต์แล็บ...ฉีกกฎทดลองผี” ซึ่งเราต้องถ่ายทำด้วยมาตรการที่คุมเข้ม และสุดท้ายก็ตัดสินใจไปฉายทาง NETFLIX ต่อด้วยหนัง “ร่างทรง” ก็เจอปัญหาโควิดอีกครั้ง ทำให้มีการเลื่อนฉายจากเกาหลี จนเกิดปัญหาเรื่องหนังเถื่อน แต่ท้ายที่สุดด้วยคอนเทนต์ของหนังที่น่าสนใจเรายังทำรายได้ 112.19 ล้านบาท ซึ่งต้องขอบคุณผู้ชมที่ยังต้อนรับหนังไทย ต่อจากนี้เรายังมีหนังที่ถ่ายทำค้างอยู่อีก 2 เรื่องคือ Fast and Feel Love และบุพเพสันนิวาส 2 ซึ่งก็ยังคาดเดาชะตากรรมไม่ได้ นก-ปัญชลีย์ นิธิจิระค่ายภาพยนตร์อีกแห่ง นก เอ็มพิคเจอร์ส หรือ ปัญชลีย์ นิธิจิระ ผู้บริหาร เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ เปิดเผยว่า การสร้างภาพ ยนตร์ในยุคโควิด-19 ถ้าเป็นเรื่องของบทนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะเรามีเวลาเหลือเฟือที่จะเลือกหาบท ประชุมทีมบท ทำโครงการประกวดพล็อต มีเวลาลงรายละเอียดเยอะขึ้น เรามีเวลาเยอะมากขนาดว่าเตรียมงานผลิตของปีหน้าได้เลย ทั้งนี้ก็เพราะว่างานด้านอื่นๆเราทำไม่ได้ จนกระทั่งมีวัคซีน นักแสดงทีมงานได้รับกันครบถ้วน การทำงานทุกอย่างจึงเริ่มเดินหน้า ในปี 64 เรากำหนดหนังที่จะออกฉายทั้งหมด 3 เรื่อง แต่สุดท้ายเราฉายได้ 2 เรื่อง ผีเล่า กับส้มปลาน้อย ส่วนเรื่องมนต์รักวัวชนก็เลื่อนไปปี 65 สำหรับความกังวลคือ ณ เวลานี้ก็เหลือแค่ เงินในกระเป๋าของคนที่จะมาดูหนังในโรง ส่วนเรื่องความปลอดภัยตอนนี้ไม่ต้องกังวล ไม่เคยมีใครติดโควิดในโรงหนัง เพราะทุกคนสวมหน้ากากและในโรงภาพ ยนตร์มีการฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี มาตรการเข้มข้นมาก บอย–ถกลเกียรติ วีรวรรณด้าน บอย–ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ ไพรส์ จำกัด (มหาชน) พูดถึงวงการโทรทัศน์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ได้รับผลกระทบหนักพอสมควรแต่ว่าเราก็ผ่านมาได้ เพราะเราใช้วิธีบาลานซ์กันให้ดีระหว่างรายรับกับรายจ่าย เราต้องมองเห็นสภาพความเป็นจริงว่า ตอนนี้มีโรคระบาดเกิดขึ้นทั้งโลก ก็ต้องดูความเป็นจริงและศักยภาพว่าเราสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหน รายรับจะกลับมาแค่ไหน ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาของตนก็คือสร้างความบาลานซ์ ด้วยการใช้วิธีเอาคอนเทนต์มารีรัน เนื่องจากงานโปรดักชันไม่มีเพราะถ่ายทำไม่ได้ จึงไม่มีคอนเทนต์ใหม่ๆมาออกอากาศ ในขณะเดียวกัน เงินในตลาดก็น้อยลง เราจึงต้องหาจุดบาลานซ์เพื่อทำให้เราสามารถอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ต่อไปให้ได้ ส่วนทิศทางของวงการโทรทัศน์ในอนาคตตนมองว่ากำลังจะดีขึ้น พอมีการเปิดประเทศ มีการทำมาค้าขายกันได้มากขึ้น สปอน เซอร์ก็ค่อยๆทยอยกลับมา แม้ว่าอาจจะยังดูเหนื่อยแต่ก็น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนเรื่องคาดหวังความช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ตนอยากให้ภาครัฐเข้าใจวงการบันเทิงมากกว่าที่ผ่านมา เพราะว่าการทำงานของกองถ่ายทำในปัจจุบันนี้เรามีมาตร การต่างๆที่ดี ทั้งด้านสุขภาพ, ความสะอาด และกฎข้อบังคับต่างๆที่ดีมากๆ ซึ่งถ้ารัฐมีความเข้าใจ เราก็จะสามารถทำงานต่อไปได้เมื่อกองถ่ายหนังกองถ่ายละครเปิดไม่ได้ ถ่ายทำลำบาก คนในกระบวนการทั้งหมดที่เดือดร้อนมีมาก มายหลายชีวิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทุกคนว่างงานไร้เงิน แม้แต่คนบนยอดพีระมิดของวงการบันเทิงอย่างศิลปินดารานักร้องยังต้องออกมาประกาศปิดร้าน ยุติธุรกิจ ขาย รถ ปลดบ้าน งานไม่มาเงินไม่มีจ่ายค่าแรงลูกจ้างร้านค้าไปต่อไม่ได้ ที่เห็นก็มีนักร้องอารมณ์ดี ซาร่า นลิน โฮเลอร์ ที่อารมณ์ดีแค่ไหนก็ขำไม่ออก จนบอกลาร้านคาเฟ่ของตัวเอง ประกาศปิดกิจการก่อนหมดตัวด้านคู่รักดารา เคน–ภูภูมิ พงศ์ภาณุ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ก็ปิดร้านคาเฟ่ของตัวเองอย่างไม่มีกำหนดเช่นกัน ส่วนพระเอกช่อง 7 ธันวา สุริยจักร ก็เจอพิษโควิด-19 จนต้องปิดร้านขนมที่ลงขันทำร่วมกับแฟนสาว กรีน–อัษฎาพร ซึ่งก็ได้มอบเงิน ให้พนักงานก้อนหนึ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สำหรับนางเอกสาว ออม–สุชาร์ มานะยิ่ง ซึ่งร้านขนมตัวเองก็เคยขายดี แต่มาเจอพิษโควิด-19 เข้าไปถึงกับโบกมือลาทันที พระเอกหน้าตี๋ อาเล็ก–ธีรเดช เมธาวรายุทธ ที่ก่อนหน้านี้ร้านปิ้งย่างเนื้อเกรดพรีเมียมก็คนแน่นร้าน แต่ก็ต้องจำใจปิดร้านหนี หลังประสบปัญหาขาดทุนเหมือนกัน อีกราย ดารามากอารมณ์ขัน อู๊ด เป็นต่อ หรือ ธีระชาติ ธีระวิทยากุล ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการชาบูกว่า 30 สาขานี่ถึงขั้นแทบกระอักเลือด แบกรับรายจ่ายไม่ไหวประกาศปิดเกลี้ยงทุกสาขา แถมด้วยคดีความตามมาให้ปวดหัวอีกตะหาก นักร้องสาว นิว–นภัสสร และ สามี เป๊ก–เปรมณัช ก็ประกาศปิดกิจการร้านอาหารและคาเฟ่ที่เชียงใหม่ ก่อนจะมาเปิดกิจการขายอาหารแบบดีลิเวอรีในกรุงเทพฯแทนด้านนักร้องนักดนตรียิ่งได้รับผลกระทบหนักมาก เพราะคอนเสิร์ตจัดไม่ได้ สถานบันเทิงก็ปิด รายได้ประจำยิ่งหายไปทำให้เงินหายไส้แห้ง นักร้องนักดนตรีหนุ่ม ไอดิน อภินันท์ เจ้าของเพลง “อินแฮง” “อ้ายแพ้เขา หรือเจ้าลำเอียง” เดือดร้อนถึงขั้นบ้านจะถูกยึด โดยเจ้าตัวเผยว่า ตนเจอผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ต่างไปจากหลายๆคน ตอนนี้บ้านตนกำลังจะถูกยึด ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็เอาไปจำนำหมดแล้ว สุดท้ายเมื่อไม่มีงานก็มองหาสิ่งที่ตนพอมีความสามารถอยู่บ้าง เพื่อหารายได้มาประทังชีวิตและจุนเจือครอบครัว ซึ่งนั่นก็คือรับตัดผมผู้ชายนอกสถานที่ ด้านนักร้องดัง วิด ไฮเปอร์ หรือ เชษฐา ฉายาช่วง ก็เจอพิษเล่นงานจนงานหดสุดทนเหมือนกัน จนออกมาด่าการบริหารงานของรัฐบาลที่ผิดพลาด ตัวเองตอนนี้ก็ หมดหนทางแล้วจริงๆ หนี้สินมีรอบตัว พลพล พลกองเส็งพลพล พลกองเส็ง ศิลปินนักร้องชื่อดังค่ายแกรมมี่ พูดในฐานะหัวอกอาชีพนักร้องนักดนตรีว่า ที่จริงมันไม่ได้กระทบที่นักร้อง ศิลปินวงการเพลง นักดนตรีกลางคืนเท่านั้น แต่มันกระทบทุกอย่างเลย หนักหนาสาหัสมาก อาชีพศิลปินคือมันไม่รู้ว่าวันไหนจะได้กลับมาใช้ชีวิตแล้วก็กลับมาสร้างความบันเทิงได้อีกงานบางประเภทอาจจะ Work From Home ได้ แต่นักร้องมันทำไม่ได้ คือโดยภาพรวมศิลปินนักร้องโดนแบบเต็มๆ โดนผลกระทบเป็นกลุ่มแรกๆต้องหยุดก่อนคนอื่น สำหรับตนตั้งแต่มีโควิด-19 ก็ประคองชีวิตมาตลอด ใช้บุญเก่าประคองมาเรื่อยๆพอมีเงินเก็บบ้าง ใช้มาแบบประหยัด บางคนมีเงินเก็บไว้ก็หมดแล้วตั้งแต่โควิดรอบแรก บางคนไม่ได้วางแผนการใช้เงิน กำลังสร้างครอบครัว แต่พอมาเจอโควิด-19 ก็มีช็อกแบบไม่ทันตั้งตัว ช่วงก่อนโควิดรายได้เฉลี่ยเดือนละ 5-6 แสนบาท แต่พอเกิดโควิด งานหายไป 100 เปอร์เซ็นต์ ตนก็พยายามดิ้นรนให้มีอาชีพสำรอง ตนถนัดทำอาหารขาย ก็ขายปลาร้าสับ ขนม ยาสีฟัน ซึ่งมันก็อยู่ได้ แต่ยั่งยืนไหมก็ไม่ เพราะคนที่จะมาซื้อเราเขาก็ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินซื้อเหมือนกัน มันก็จะกลายเป็นห่วงโซ่คล้องกันไปคล้องกันมา ถ้าปัจจุบันเปิดโอกาสให้เราได้ทำงานบ้าง ให้เราดูแลตัวเองได้โดยอยู่ภายในมาตรการพวกเราก็ยินดี เราขอทำงาน ขอวิธีที่เราสามารถทำงานได้ เราจะได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ถ้าไม่มีคอนเสิร์ต ศิลปิน นักดนตรี ทีมงานก็จะหายไป ตกงาน ก็ต้องหางานอื่นๆทำ วงจรศิลปินทั้งหมด นักผลิตเพลง ห้องอัด ฯลฯ ก็ค่อยๆปิดกันไป เพราะไม่มีการใช้งาน จึงหวังอยากให้ทุกอย่างกลับมาปกติเพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ทำงานได้ หวานเจี๊ยบ-ธนรัตน์ด้านดารานักแสดงเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย หวานเจี๊ยบ–ธนรัตน์ วัฒนเดชานันท์ ผู้จัดการส่วนตัวของดารานักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ อาทิ ชมพู่–อารยา เอ ฮาร์เก็ต, ดิว–อริสรา ทองบริสุทธิ์, คริส หอวัง รวมทั้งศิลปินนักแสดงแถวหน้าของประเทศอีกคับคั่ง เปิดเผยมุมมองผลกระทบจากโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า โควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่วงการบันเทิง แต่กระทบทุกสายอาชีพสายงาน ส่วนในวงการบันเทิงก็ถือว่าได้รับผลกระทบอย่างมาก อย่างเช่นกองถ่ายละครที่ถ่ายทำออกกองไม่ได้ งานอีเวนต์หายไปหมด ท้ายที่สุดทุกสายงานก็ต้องหาทางไปต่อให้ได้ อย่างนักแสดงเราก็จะเห็นว่าบางคนก็หาอาชีพอื่นทำจนประสบความสำเร็จ แต่ละคนต้องหาทางที่จะอยู่รอดให้ได้ในวิกฤตินี้ ศิลปินดาราเองก็ต้องใช้บุญเก่า และต้องปรับตัวเพราะไม่รู้ว่าวิกฤติจะมาอีกเมื่อไหร่ ดิว-อริสรา เมื่อถามว่ารายได้ศิลปินดาราระดับซุปเปอร์สตาร์หดหายเป็นหลักล้านขึ้นไปหรือไม่ ผู้จัดการศิลปินคนดังกล่าวว่า เราไม่สามารถประเมินตัวเงินได้ แต่ทุกคนได้รับผลกระทบหมดจริงๆ เพราะงานอีเวนต์หรืองานโฆษณาหายไป จะบอกว่าทุกอย่างหันมาเป็นออนไลน์ได้ แต่จริงๆแล้วแม้แต่งานรีวิวในอินสตาแกรมหรือทางโซเชียลก็น้อยลง เพราะธุรกิจต่างๆก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย โปรเจกต์โฆษณาใหม่ๆต้องชะลอไปก่อน หรือเปิดตัวไม่ได้ การทำงานลำบากขึ้น อีกทั้งผู้คนระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น อย่างการล็อกดาวน์ในช่วงที่ผ่านมาประชาชนก็ไม่ทราบว่าจะล็อกดาวน์ยาวนานแค่ไหน ทุกคนจึงใช้จ่ายอย่างระวังและประหยัดเก็บเงิน เมื่อกลับมาถ่ายทำได้ แต่สเกลของการถ่ายทำก็เล็กลง กระทบไปถึงทีมงานที่มีรายได้จากงานกองถ่ายทำ เรียกว่าทุกหน่วยของวงการบันเทิงก็ได้กระทบทั้งหมดไปถึงทีมงาน แม่บ้าน สวัสดิการ ซึ่งคนในวงการเองก็หาทางยื่นมือช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ชมพู่-อารยาสำหรับงานในต่างประเทศ ของ ชมพู่–อารยา เอ ฮาร์เก็ต ทั้งการเดินพรมแดงงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ และแฟชั่นวีกในประเทศต่างๆก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดย หวานเจี๊ยบ เปิดเผยว่า ชมพู่และทีมงานพิจารณาเรื่องนี้แล้วก็เห็นพ้อง ต้องกันว่าไม่ควรไปเสี่ยง แม้ว่าการจัดงานจะยังคงจัดอยู่ เพราะถ้าเลือกเดินทางเมื่อไปถึงก็ต้องกักตัว ทำงานเสร็จก็ต้องกลับมากักตัว ซึ่งชมพู่มีครอบครัว หากกลับมาต้องกักตัวห่างจากครอบครัวก็คงเป็นเรื่องที่ยาก ส่วน งานภาพยนตร์ระดับอินเตอร์ที่ได้ไปเปิดตัวรับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอย่างเรื่อง “Dark World” ที่ดิว-อริสรา แซมมี่ เคาวว์เวลล์ แสดงนำ ถามว่าเสียดายโอกาสมั้ย ก็เสียดายแต่ทุกคนก็เข้าใจว่าเราควร Stay Safe อยู่ในที่ปลอดภัย“ตอนนี้จะกลับมาเปิดกองถ่ายทำงานได้แล้ว ดารานักแสดงจึงเทคิวให้กันอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้รวดเร็วที่สุด อย่างคริส หอวังที่มีถ่ายทำละคร 2 เรื่อง ก็ให้คิวได้เต็มที่ เพราะกองถ่ายปิดมานานและกระทบกับทุกคน หรือแม้แต่ชมพู่-อารยา ที่ในช่วงที่ผ่านมายังถ่ายทำโฆษณาไม่ได้ พอเปิดการถ่ายทำได้ก็ต้องรีบถ่ายทำถึงแม้จะตั้งครรภ์ก็ต้องแบ่งคิวช่วยลูกค้าที่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ที่ผ่านมาก็เห็นมาตรการการป้องกันในภาคบันเทิงก็ระมัดระวังตัวในทุกจุดเช่นกัน แม้แต่ตัวเองเคยต้อง Swab ถึง 3 ครั้งต่อวันก็เจอมาแล้ว เชื่อว่าถ้าทุกองคาพยพของสังคมมีการป้องกันที่ดี การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็น่าจะดีขึ้นในเร็ววัน ทุกวงการทุกสาขาอาชีพจะได้ฟื้นฟูและกลับมาเป็นปกติ”.