บานปลายหนักกว่าที่คิด เอฟเฟกต์ปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น จ.สงขลา ที่ปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาล ฟาดงวงฟาดงาใส่คนในรัฐบาลเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปตามๆกันกระแสตีกลับหนักถึงการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุของตำรวจที่เล่นงานชาวบ้านมือเปล่า ขัดหลักสิทธิการชุมนุมโดยสงบ ซีกการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแห่ประจานพฤติกรรมดุดัน คณะ กมธ.สารพัดชุดกระโจนร่วมตรวจสอบ คาดโทษเจ้าหน้าที่รัฐสบโอกาสเกาะขบวนม็อบจะนะ ปั่นแต้มกันมันมือ จังหวะเสียคนของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ออกลูกพลิ้วส่ง “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจาเคลียร์ปัญหากับชาวบ้านรอบใหม่ล้มเอ็มโอยูฉบับที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไปตกลงกับผู้ชุมนุมก่อนหน้านี้ โดยอ้างยังไม่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ผลพวงจากเหตุสลายม็อบจะนะ ขยายผลจากปัญหาในพื้นที่กลายเป็นประเด็นการเมือง ไม่ใช่แค่เร่งปฏิกิริยาแตกหักของ “บิ๊กตู่” กับ “ผู้กองนัส”เผลอๆอาจกระเพื่อมถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 แทน นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ ซึ่งสิ้นสภาพผู้แทนอย่างเป็นทางการตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีหวังถูกนำไปบูลลี่ช่วงหาเสียง ตัดคะแนนทางอ้อมในการสู้กับเจ้าถิ่น “ประชาธิปัตย์”สนามเลือกตั้งซ่อมสงขลาส่อเค้าดุเดือด พลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์คงได้ห้ำหั่นกันเต็มที่ ไม่มีใครยอมใคร ฉีกกติกามารยาททางการเมืองที่พรรคร่วมรัฐบาลมักหลีกทางให้พรรคเจ้าของที่นั่งเดิมได้สิทธิส่งผู้สมัคร เพื่อสู้กับคู่แข่งฝ่ายค้านโดยเฉพาะ2 ค่ายใหญ่ซีกรัฐบาลได้วัดกำลังใส่กันเต็มถัง เหมือนครั้งเลือกตั้งซ่อมสนามเมืองคอน จ.นครศรีธรรมราช ที่อ้างหลักประชาธิปไตยอยู่เหนือมารยาทการเมืองบทพิสูจน์ชนวนพิพาทนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จะทำพลังประชารัฐเสียรังวัดแค่ไหน ขณะเดียวกันก็วัดคำคุยโตประชาธิปัตย์ว่า คะแนนเสียงในภาคใต้ดีขึ้น หรือสลบยาวแต่อีกสนามที่มีความสำคัญเหนือกว่า และกำลังมาแรง คือ สังเวียนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่เริ่มเห็นตัวละครจากหลายค่ายเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นล่าสุดมีชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ปทุมธานี แพร่สะพัดจะลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯเมืองกรุง ภายใต้การสนับสนุนของพรรคพลังประชารัฐ และชื่อ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ที่ไขก๊อกเก้าอี้อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาใส่สีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ จ่อเปิดตัวลงสนามวันที่ 13 ธ.ค.นี้ยังไม่รวมชื่อ “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง พ่อเมืองคนปัจจุบัน ที่ยึกยักไม่ประกาศชัดจะกระโจนชิงตำแหน่งด้วยหรือไม่ แต่แนวโน้มคงเอาแน่ แต่นั่นจะสู้กับกระแสแรงดี ไม่มีตกของเต็งหนึ่งอย่าง “เดอะทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว. คมนาคม ที่สลัดสีเสื้อต้นสังกัดพรรคเพื่อไทย มาสู้ในนามผู้สมัครอิสระได้หรือไม่กลายเป็นที่มาคำถามสำคัญ “จะได้เลือกตั้งเมื่อใด” เพราะไม่ชัดเจน มีแต่การคาดการณ์ไปต่างๆนานา แต่ไม่ยอมกดไฟเขียว กำหนดปฏิทินเวลาให้แน่นอนอย่างที่เห็นอาการแหยงของ “บิ๊กตู่” ในการตอบคำถามถึงโปรแกรมเลือกผู้ว่าฯ กทม. รอให้บ้านเมืองสงบก่อนอารมณ์ลังเลที่สะท้อนชัดยังไม่มั่นใจเสียงคนกรุงจะเทคะแนนให้ใคร หรือจะใส่แต้มให้ผู้สมัครที่พรรคพลังประชารัฐให้ท้ายอย่างเป็นกอบเป็นกำหรือไม่ถึงแม้จะได้ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ที่มีโปรไฟล์ดีมาเข้าทีม แต่ถ้าติดยี่ห้อพลังประชารัฐ จะขายออกหรือไม่เมื่อยังประเมินใจคนบางกอกไม่ออก โปรแกรมกาบัตรย่อมขมุกขมัว ต้องถูลู่ถูกัง ดึงเกมเลือกผู้ว่าฯเมืองหลวงออกไปให้นานที่สุด ยอมทนต่อแรงกดดันจากทุกพรรคที่เรียกร้องให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.โดยเร็วอย่างน้อยต้องรอให้กระแสคู่แข่งฝ่อลงบ้าง ค่อยเป่านกหวีด เขี่ยลูกเริ่มเกมสนามสำคัญที่ฝ่ายกุมอำนาจต้องชิงไหวชิงพริบสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองมากที่สุด หากเรตติ้งฝ่ายตัวเองไม่ขยับ โอกาสได้เห็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯเมืองกรุงคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆขืนบุ่มบ่ามให้เลือกตั้งโดยเร็ว แล้วพ่ายหมดรูป หนีไม่พ้นสั่นคลอนเป้าหมายใหญ่ในอนาคตค่ายพลังประชารัฐ ความหวังกวาด ส.ส.กทม.เพิ่มเท่าตัวจาก 12 คน เป็น 24 คนอาจเกมโอเว่อร์ ฝันค้างตามไปด้วย!!!.ทีมข่าวการเมือง