เป็นงานหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ต้องหามาตรการรองรับสถานการณ์คดีอาชญากรรมที่เกิดจากความเดือดร้อนของผู้คนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคดีลักจี้ชิงปล้น ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นจากที่ผ่านมามาพร้อมเศรษฐกิจตก คนว่างงานพล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน ให้ พ.ต.ท.ธนพล ติ้นหนู สว.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมชุดสืบสวนจับกุม นายสุรพล เปิ้นสันเทียะ อายุ 28 ปี ชาว จ.นครปฐม นายสุรศักดิ์ เปิ้นสันเทียะ อายุ 28 ปี จ.นครปฐม และ นายสงกรานต์ มะลิงาม อายุ 18 ปี จ.นครราชสีมา ที่ห้องพักหมายเลข 511 อาคารศรีจินดาแมนชั่น 9 ซอยอุรุพงษ์ 21 ถนนอุรุพงษ์ตัดใหม่พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ พระเครื่องหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทอง มูลค่า 40,000 บาท ชุดเสื้อกางเกงใช้ก่อเหตุ รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า เหตุเกิดที่ร้านส่งพัสดุ ถนนพระรามหก ซอย 7 เขตปทุมวัน วันที่ 13 พ.ย.ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ตรวจสอบภาพจาก “กล้องวงจรปิด” ที่เกิดเหตุและทิศทางก่อนเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุเป็นชายสองคนขี่รถ จยย.ของกลาง หลบหนีไปจอดที่ใต้อาคารศรีจินดาแมนชั่น 9สืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุกับพวกพักอาศัยอยู่ที่ศรีจินดาแมนชั่น 9 ห้องพักเลขที่ 511 ชุดสืบสวนจับกุม นายสุรพล นายสงกรานต์ และนายสุรศักดิ์ ตำหนิ รูปพรรณคนร้ายตรงกล้องวงจรปิดวันก่อเหตุเป็นอีกคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ “กล้องวงจรปิด” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการปิดคดี ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ทุกโรงพักหาความร่วมมือติดตั้ง “กล้องวงจรปิด” เข้ามาควบคุมคดีผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหาย นายสุรพลมีหน้าที่ขี่รถ จยย. นายสุรศักดิ์นั่งซ้อนท้าย มีหน้าที่กระชากสร้อยเป้าหมายทรัพย์สินคนร้ายได้ไปคือ สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท พร้อมพระเครื่องหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทอง 1 องค์ หลังก่อเหตุนายสงกรานต์นำสร้อยคอทองคำและพระเครื่องไปขายที่ร้านทองถนนเพชรบุรี ซอย 5 โดยขายสร้อยคอทองคำและพระเครื่องก่อนนำเงินมาจ่ายประจำวันร่วมกันทั้งสามคนผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ที่ถูกจับเคยมีประวัติถูกดำเนินคดีมาแล้วเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ในพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 2 ข้อหา “วิ่งราวทรัพย์” แต่คนร้ายกลับมาก่อเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำคดีถูกปิดได้ก่อนคนร้ายก่อเหตุทำความเดือดร้อนคนอื่นอีก.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th