สวพ.3 ขยายผลต่อยอดเทคโนโลยีผลิตชีวภัณฑ์พิชิตโรคกุ้งแห้งพริก เกษตรกรขยายได้ง่ายในนมกล่อง ลดการระบาดโรคได้กว่า 60% เก็บผลผลิตได้มากกว่า 5 รุ่นดร.นฤทัย วรสถิตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 ขอนแก่น (สวพ. 3) กรมวิชาการเกษตร เผยว่า จากปัญหาโรคแอนแทรคโนส หรือโรคกุ้งแห้งพริก สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกมากที่สุด เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถเข้าทำลายต้นพริกได้ทุกระยะการเจริญเติบโตทั้งต้น ใบ ดอก ผล และยังทำความเสียหายแก่ผลผลิตทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยวสูงถึง 80% “สวพ.3 จึงได้วิจัยและพัฒนาชีวภัณฑ์ชนิดใหม่ นำเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ซับทิลิส (บีเอส) ที่มีการคัดเลือกจากห้องปฏิบัติการต่างๆมาศึกษาต่อยอดทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อราก่อโรคแอนแทรคโนสของพริก และพัฒนาวิธีการผลิตให้เป็นชีวภัณฑ์แบบพร้อมใช้ที่ผลิตขยายได้ง่ายและต้นทุนต่ำ จนได้ชีวภัณฑ์บีเอส ดีโอเอ-19W6 ที่สามารถลดการระบาดของโรคกุ้งแห้งพริกได้กว่า 60% ช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 12% เพราะสามารถเก็บผลผลิตได้มากกว่า 5 รุ่น ในขณะที่มีโรคกุ้งแห้งพริกระบาด เกษตรกรจะเก็บผลผลิตได้ไม่เกิน 2 รุ่นเท่านั้นเอง โดยมีต้นทุนเพียงไร่ละ 600 บาท นอกจากนั้น ยังเป็นชีวภัณฑ์ ที่เกษตรกรสามารถผลิตขยายได้ง่ายในนมกล่อง”ดร.นฤทัย ยังได้บอกถึงการผลิตขยายชีวภัณฑ์บีเอส ดีโอเอ-19W6 ว่า วิธีการไม่ยุ่งยาก วัสดุอุปกรณ์ประกอบด้วย หัวเชื้อบีเอส ดีโอเอ-19W6 นม UHT รสจืดขนาด 200 มล. ใช้ได้ทุกยี่ห้อ เข็มฉีดยาเบอร์ 25 กระบอกฉีดยาขนาด 5 มล. และสกอตช์เทปใส นำเข็มฉีดยาต่อกับกระบอกฉีด ดูดหัวเชื้อบีเอส ดีโอเอ-19W6 จำนวน 2 มล. แล้วฉีดหัวเชื้อลงในนมกล่องตรงบริเวณกระดาษฟอยล์สำหรับแทงหลอดดูดนม แล้วใช้สกอตช์เทปใสปิดทับบริเวณรอยที่ฉีดหัวเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น จากนั้นนำไปเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1 วัน เพื่อให้เชื้อแบคทีเรียขยายเพิ่มปริมาณในนมก่อนจะนำไปใช้ โดยเชื้อที่ขยายในนม 2 กล่อง สามารถพ่นพริกได้ 1 ไร่ หากใช้ไม่หมดสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ 12 วัน ส่วนเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยก่อนเก็บให้นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที และก่อนนำมาใช้ในครั้งต่อไปให้ต้มในน้ำเดือดอีกประมาณ 5 นาทีส่วนวิธีการใช้ ดร.รัติกาล ยุทธศิลป์ นักวิจัยหลักที่พัฒนาต่อยอดจนได้ชีวภัณฑ์บีเอส ดีโอเอ-19 W6 แนะนำว่า ในระยะต้นกล้า ให้นำชีวภัณฑ์ที่ขยายในนม อัตรา 100 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร และสารจับใบลงบนต้นกล้าที่เริ่มมีใบจริง (อายุประมาณ 10 วัน หลังเพาะ) และพ่นซ้ำทุก 7 วัน จนกว่าจะย้ายปลูกส่วนในระยะพริกติดดอกและเริ่มติดผลเขียว ให้นำชีวภัณฑ์ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน จนกว่าจะเก็บผลผลิตหมด และควรพ่นตอนเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนจากแสงแดด และพ่นให้ทั่วทั้งต้นจนเปียก เกษตรกรที่ประสบปัญหาโรคกุ้งแห้งพริก สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สวพ.3 โทร.0-4320-3500 ต่อ 292.