ดอกกระเจียว...นับเป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย มีรสเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม สรรพคุณแก้อาการท้องอืด ลดกรดในกระเพาะอาหาร ได้รับความนิยมนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องจากการติดตามสถานการณ์การผลิตและตลาดสินค้าดอกกระเจียวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ของ นายนพนันท์ คงพุดซา เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) อ.จักราช จ.นครราชสีมา ของ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)จากเดิมที่ทำนาอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ต้องแบกรับความเสี่ยงสูงจากสภาพฝนฟ้าไม่แน่นอน ประกอบกับทำนาได้เพียงปีละครั้ง รายได้จึงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เมื่อมีโอกาสเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ และเข้าร่วมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)จึงเริ่มคิดหาสินค้าเกษตรที่สามารถเก็บผลผลิตขายได้ตลอดทั้งปีและตลาดมีความต้องการต่อเนื่องมาปลูกเสริมเพื่อสร้างรายได้... ปลายปี 2560 จึงได้เริ่มปลูกดอกกระเจียวพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ที่มีรสชาติหวานและกรอบกว่ากระเจียวพันธุ์อื่น ในพื้นที่ 2 งาน ผลผลิตดอกกระเจียวสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันกำลังขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้เผยแพร่องค์ความรู้การปลูกดอกกระเจียวให้กับเกษตรกรทั่วไป ได้นำไปทดลองปลูกเพื่อเสริมสร้างรายได้ในช่วงวิกฤติโควิด–19การเพาะปลูกมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 13,528 บาท/ไร่/ปี นิยมปลูกช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และให้ผลผลิตช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม หลังจากหมดผลผลิตแล้วต้นกระเจียวจะยุบตัวลงเหลือเพียงเหง้าในดินเพื่อรอให้ผลผลิตในปีถัดไปการปลูก 1 ครั้ง สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 4 ปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,260 กิโลกรัม/ไร่/ปี ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 65,000 บาท/ไร่/ปี หักต้นทุนแล้วได้กำไร 51,472 บาท/ไร่/ปี โดยผลผลิตร้อยละ 84 ขายให้แม่ค้าที่มารับถึงแปลง โดยการสั่งจองล่วงหน้า อีกร้อยละ 16 จำหน่ายที่ตลาดในพื้นที่เกษตรกรสนใจปลูกดอกกระเจียว สามารถขอคำปรึกษา นายนพนันท์ ได้ที่ 08-2126-3469 หรือ สศท.5 ได้ทางอีเมล zone5@oae.go.th และโทร. 0-4446-5120.สะ–เล–เต