เร่งปั่นผลงานรับน้อง “เลขาฯคนใหม่” ช่วงนี้องค์กรตรวจสอบอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดูจะงานชุกพอๆกับฝนฟ้าที่กระหน่ำลงมาล่าสุดเป็นคิว “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. อดีตปลัดกลาโหม น้องชาย “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังเป็นบอร์ดหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้วยเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีถูกกล่าวหาว่า จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ กรณีมิได้แจ้งถือครอง บ้านใน จ.พิษณุโลกรวมถึงข้อมูลบัญชีเงินฝากของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยาเป็นคดีที่ยืดเยื้อมาหลายปี แต่ ป.ป.ช.เพิ่งตั้งทีมสอบสวนเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ป.ป.ช.เพิ่งทะลวงท่อคดีที่ค้างเติ่งอีกลอตใหญ่ปิดจ๊อบคดี นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ถูกกล่าวหาเรียกรับเงินจาก นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จำนวน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณให้หน่วยงาน ในชั้นอนุ กมธ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564ผิดตาม ป.อาญา มาตรา 149 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 123/5 รวมถึงฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงขณะที่ นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ประชาภิวัฒน์ อนุกรรมาธิการบูรณาการ 2 ที่อยู่ในซีกรัฐบาล และถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้โทร.ประสานงาน รอดตัวไป เพราะ ป.ป.ช.เห็นว่าไม่มีมูลเกี่ยวข้องอีกคดี ไล่เบี้ยเอาผิด นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร สมัยเป็น ผวจ.ภูเก็ต และพวกรวม 11 ราย มีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 157ร่วมกันออกเอกสารสิทธิ ส.ค.1 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศิรินาถ และป่าสงวนฯเขารวก-เขาเมือง จ.ภูเก็ต โดยมิชอบ หรือที่เรียกว่า “ส.ค.1 บิน” เพื่อผลประโยชน์แก่บริษัทเอกชน จำนวน 337ไร่เศษรวมถึงชี้มูล “เจ้าสัวเป้า” ประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจชื่อดัง ให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ 2 แปลง ได้แก่ 1.การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 45374 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ และ 2.การออกเอกสารสิทธิทำสนามกอล์ฟ จ.นครราชสีมาพบว่ามีการรังวัดที่ดินเพิ่มขึ้น 189 ไร่ จากสนามกอล์ฟทั้งหมดเนื้อที่ 2,304 ไร่ซึ่งคุณประยุทธออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ครอบครัว “ตระกูลมหากิจศิริ” เป็นครอบครัวชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร สำนึกในบุญคุณของประเทศไทย แผ่นดินไทยตลอดมายึดถือความสุจริต และเคารพต่อกฎหมายของบ้านเมืองมาตลอด ไม่เคยสนับสนุนส่งเสริมให้ใครละเมิดหรือกระทำผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนตนและไม่เคยใช้อิทธิพลทางการเมืองใดๆ มาเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจโดยมิชอบเป็นการซื้อมาโดยชอบด้วยกฎหมายจาก อดีตข้าราชการอัยการคนหนึ่ง ที่มีเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.แล้วยืนยันทั้งตัว “เจ้าสัว” เอง และ คนในครอบครัว เคารพต่อกฎหมาย และดุลพินิจของ ป.ป.ช.พร้อมจะพิสูจน์ความสุจริตตามกระบวนการยุติธรรมขณะที่ ป.ป.ช.เอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องสังคายนาภายในองค์กรตนเองกันขนานใหญ่ที่ผ่านมาถูกครหา สังคมตั้งข้อสงสัยในความสุจริต-โปร่งใส-ตรวจสอบได้องค์กรที่จะตรวจสอบคนอื่นต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีเสียก่อน.เพลิงสุริยะ