ในวารสาร “จากญี่ปุ่น” ของทางสถานทูต ญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวอันเกี่ยวกับ “ชาญี่ปุ่น” มีมุมมองเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะชากับชาวญี่ปุ่นมีสายสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ยกตัวอย่างเช่น “พิธีชงชา” เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นในประวัติ ศาสตร์ตลอดเวลากว่าหลายร้อยปี (ซึ่งมีภาพยนตร์เรื่อง “Everyday a good day” ที่เกี่ยวกับพิธีชงชาญี่ปุ่นนี่แหละ ก็เขียนไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน)ชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาพิธีชงชา จากการดื่มในกิจวัตรประจำวันให้เป็นจุดรวมของศิลปะแขนงต่างๆอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นสถา ปัตยกรรม งานศิลปะ ไปจนถึงวัฒนธรรมทางด้านอาหารตั้งแต่สมัยโบราณในประเทศจีน “ชา” ใช้เป็นยา ซึ่งมีสรรพคุณในการถอนพิษ และหากย้อนไปเมื่อประมาณ 1,200 ปีก่อน ชาได้ถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นยาไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องดื่ม แต่ต่อมาทำให้การดื่มชานั้นเป็นสิ่งใกล้ตัวที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น การดื่มชาในระหว่างรับประทานอาหาร หรือดื่มเพื่อช่วยคลายความเครียดนอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า “การดื่มชาในตอนเช้าจะนำโชคดีมาให้” รวมไปถึง “การดื่มชาจะช่วยขับไล่โชคร้ายต่างๆนานาในวันนั้น” ในอดีตชาถูกเรียกว่า สมุนไพรช่วยให้ลืมตาตื่น เนื่องจากชามีสารธีอะนิน ที่ทำให้รสชาติกลมกล่อม สรรพคุณในการบรรเทาอาการง่วงนอน ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย บรรเทาความเครียด กังวล และหงุดหงิดด้วยประโยชน์ของ “ชา” ที่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี ถ้าพูดถึง ด้านความงาม ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซี มากกว่ามะนาว 3-5 เท่า จึงมีสรรพคุณในการช่วยลดริ้วรอยบนผิวหนัง ช่วยยับยั้งการสร้างเมลานิน มีวิตามินอีช่วยกระตุ้นการทำงานของเมตาบอลิซึม มีวิตามินเอช่วยในการทำงานของเซลล์ผิวหนังอีกทั้งสารคาเทคินมีสรรพคุณสูงในการต้านเชื้อโรค ช่วยยับยั้งการเพิ่มปริมาณและการโจมตีจากเชื้อไวรัสในร่างกาย มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการทำงานของเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอาหาร การกลั้วคอด้วยน้ำชายังช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และสารประกอบในชายังนำมาใช้ทำสเปรย์กำจัดแบคทีเรีย กับความลับในการมีสุขภาพร่างกายที่ดูอ่อนเยาว์ ช่วยยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันของโมเลกุลสารอื่นๆ...