ขอรับใช้ประวัติศาสตร์ที่ทำให้คนรัสเซียอับอายกันต่อ การแพ้ญี่ปุ่นทำให้คนรัสเซียเสื่อมศรัทธา และทำให้ราชวงศ์โรมานอฟซึ่งปกครองรัสเซียมานานถึง 304 ปี ถึงกาลล่มสลายกลายเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองจักรวรรดิรัสเซีย27 พฤษภาคม 1905 เรือลาดตระเวนญี่ปุ่น 40 ลำเผชิญหน้าและแล่นขนานไปกับกองเรือรัสเซีย เรือรบรัสเซียลำหนึ่งยิงเรือญี่ปุ่นโดยไม่รอคำสั่งผู้บังคับบัญชาทำให้เรือลำอื่นยิงตามกันไปหมดเสียงตู้มๆ จากเรือหลายลำทำให้ทหารรัสเซียฮึกเหิม คิดว่าญี่ปุ่นกลัว วันนั้นเป็นวันครบรอบการขึ้นครองสิริราชสมบัติปีที่ 9 ของซาร์นิโคลัสที่ 2 พอดี ทหารเรือจึงเอาวอดก้ามาเลี้ยงฉลองขณะที่เมาตุ่ยๆ นายพลรอเจสต์เวนสกี ผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกที่ 2 ก็สั่งให้กองเรือแปรขบวนเป็นหน้ากระดาน ทันใดนั้น เรือลาดตระเวนญี่ปุ่นก็ปรากฏขึ้นทางด้านเหนือลม เพื่อไม่ให้ควันปืนปิดบังการมองเห็นเรือรัสเซีย ยุคนั้น ญี่ปุ่นพัฒนาการสื่อสารด้วยวิทยุโทรเลขจนใช้งานได้ดีเยี่ยม ส่วนเครื่องมือสื่อสารของรัสเซียขาดการดูแล สื่อสารกันได้บ้างไม่ได้บ้างกองเรือรัสเซียแปซิฟิกที่ 3 ที่แล่นตามหลังมาไม่กล้ายิงญี่ปุ่น เพราะกลัวถูกพวกเดียวกันเอง เรือรบญี่ปุ่นระดมยิงเรือรัสเซียพร้อมกัน เรือประจัญบานออสลาบาเสียหายหนัก ต่อมาเรือธงซูโวรอฟถูกยิงจมลงก้นทะเล เรือตอร์ปิโดญี่ปุ่นกว่า 37 ลำ พุ่งเข้าหากองเรือรัสเซียและยิงตอร์ปิโดใส่ไม่ยั้ง เรือพิฆาตญี่ปุ่นอีก 21 ลำก็เข้ามาจู่โจม ทหารรัสเซียบนเรือพิฆาตนาวารินตาย 622 นาย รอดชีวิต 3 นาย เรือลาดตระเวนรัสเซียอีก 2 ลำก็ถูกยิงจมลงก้นทะเลเช้า 28 พฤษภาคม 1905 เรือรัสเซียต่างหนีไปที่เมืองวลาดิวอสต็อค เรือพิฆาตและเรือลาดตระเวนญี่ปุ่นไล่ยิงจนเรือรบรัสเซีย นายพลรอเจสต์เวนสกีถูกจับได้ และถูกนำไปรักษาตัวที่ญี่ปุ่น พลเรือเอกเนโบกาตอฟที่เป็นผู้บัญชาการแทนรอเจสต์เวนสกีก็ยกธงขาวเรือรัสเซียจมสู่ทะเล 7 ลำ เสียหายหนัก 17 ลำ นอกนั้นถูกยึด ที่หนีไปได้มีเพียงเรือลาดตระเวน 1 ลำและเรือพิฆาต 2 ลำ ผู้บังคับการเรือและทหารเสียชีวิต 4,500 นาย ถูกจับเป็นเชลย 6,000 นาย รัสเซียถูกลดสถานภาพทางทะเลให้ไปอยู่ในระดับเดียวกับจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ญี่ปุ่นได้ชื่อเสียงในฐานะชาติเอเชียแรกที่มีชัยชนะเหนือมหาอำนาจประเทศตะวันตก ทำให้ความเชื่อ white supremacy ที่หมายถึงความเหนือกว่าของคนผิวขาวถูกสั่นคลอนอังกฤษตกใจกับข่าวนี้มาก รีบพัฒนากองเรือประจัญบานขนาดใหญ่ที่ทันสมัย รวมทั้งประเทศตะวันตกอื่นๆ ก็หันไปปรับปรุงกองเรือของตัวเองเป็นการใหญ่ส่วนที่รัสเซีย คนไม่พอใจการบริหารงานของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 อยู่แล้ว พอมาเจอเรื่องแพ้ชาวเอเชีย ผู้คนก็รับกันไม่ได้ มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศ และเกิดการต่อต้านพระเจ้าซาร์แผ่ขยายกระจายไปทั่วประเทศจนการปฏิวัติ ค.ศ. 1905 พวกนักปฏิวัติที่หลบอยู่ในต่างประเทศก็ทยอยเดินทางกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเลนิน มาร์ตอฟ และตรอตสกีสถานการณ์เลวร้ายลงมาก พระเจ้าซาร์ก็ทรงให้มีแถลงการณ์เดือนตุลาคมโดยสัญญาว่าจะให้มีเลือกตั้งและให้มีการตั้งสภาดูมา ค.ศ. 1913 รัสเซียจัดงานฉลองครบรอบวาระ 300 ปีแห่งการสถาปนาราชวงศ์โรมานอฟ ใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนอย่างฟุ่มเฟือย ปีต่อมาก็มีปัญหาเรื่องนักบวชรัสปูตินมีอิทธิพลเหนือราชวงศ์ค.ศ.1917 เกิดการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ พวกทหารบังคับให้พระเจ้าซาร์สละราชบัลลังก์ให้พระอนุชา แต่พระอนุชาทรงปฏิเสธและมอบอำนาจการปกครองให้นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลเฉพาะกาล ราชวงศ์โรมานอฟที่อยู่มา 304 ปี ก็ถึงกาลล่มสลายยุทธนาวีที่ช่องแคบสึชิมะทำให้ราชวงศ์โรมานอฟเกิดแผล แต่ซาร์ไม่รักษา ทำให้ในที่สุดถูกปลงพระชนม์ทั้งราชวงศ์ในคืนวันที่ 16-17 กรกฎาคม 1918 ที่ห้องใต้ดินบ้านอีฟาตีฟหลังจากรบแพ้ญี่ปุ่น 13 ปี ก็ตายกันทั้งราชวงศ์.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com