หัวใจของการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ที่จะเลือกจัดทัพแบบไหน ยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นั่ง “ผู้นำ” ทำข้อสอบในการ “จัดขุนพล” ขับเคลื่อนองค์กรด้วยการเน้น “เนื้องาน” เป็นหลักไม่นิยมประเภท ผิดฝา ผิดตัว กลายเป็น “ปลาผิดน้ำ” สร้างรอยบาปทิ้งไว้เป็น “อนุสรณ์ผลไม้พิษ” เพราะคิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง มากกว่าประชาชนและองค์กรตำรวจส่วนรวมบัญชี “นายพลสีกากี” ระลอกล่าสุด เจ้าตัวถึงกล้างัดข้อ “อำนาจนอกรั้ว” จาก “ตั๋วนักการเมือง” บางจำพวก ไปต่อรอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ได้สำเร็จเลือกขุนพลที่เหมาะสมกับงานเพื่อสร้าง “ตำนานบทใหม่”โดยเฉพาะ “กองทัพนักสืบ” คัด “ยอดฝีมือ” ไว้ใช้งานปราบปรามอาชญากรรม เก็บกวาด “ขยะสังคม” ที่อาละวาดสร้างความเดือดร้อนแก่สุจริตชนหาเช้ากินค่ำดึง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 ศิษย์เอก คืนถิ่นเป็น ผบก.สส.บช.น. โยก พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.ตท. กลับสู่เวย์เดิมเป็น ผบก.สส.ภ.1 มี พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ลูกศิษย์อีกคน ขึ้น ผบก.สส.ภ.2พ.ต.อ.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบก.สส.ภ.5 ขึ้นในหน่วยตำแหน่ง ผบก.สส.ภ.5 เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล รอง ผบก.สส.ภ.7 ลูกหม้อเก่า ขึ้นเป็น ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ รอง ผบก.ภ.จ. สตูล เป็น ผบก.สส.จชต.คุมพื้นที่ชายแดนด้ามขวานส่วน พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผบก.สส.ภ.6 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 และ พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.สส.ภ.9 ยังได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้ตัวเดิมล้วนเป็นขุนพลนักสืบข้างกายของ ผบ.ตร.สหบาท