“กลุ่มทะลุฟ้า” มาตามนัด ชุมนุม อย่างสันติอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทำกิจกรรม “ม็อบ 19 สิงหา ไล่ล่าทรราช!” ขนผ้าดำปีนไปคลุมพานรัฐธรรมนูญอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บรรยากาศราบรื่นเหมือนจะไม่มีความรุนแรง แต่ช่วงท้ายนำหุ่นฟางแปะรูป ครม.มาเผา ตำรวจรีบนำถังดับเพลิงมาดับทันที จนมวลชนฮือไม่พอใจเพราะตกลงให้เผาได้ 1 นาที แกนนำรีบประกาศยุติการชุมนุมกลัวบานปลาย ส่วนที่แยกดินแดงกลุ่มวัยรุ่นมาปะทะ อคฝ. เปิดงานด้วยการขว้างระเบิดปิงปอง สิ่งของใส่ตำรวจ ถูกตอบโต้ด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตา แต่วันนี้สลายตัวเร็วผิดคาด ผบช.น.หอบหลักฐานทั้งคลิปวิดีโอ ภาพถ่ายแจง กมธ.ตำรวจ ยันไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ใช้แต่กระสุนยางและแก๊สน้ำตาสกัด มั่นใจไม่ถึงขั้นขอทหารช่วยคุมม็อบ กมธ.ยันถ้าใครมีหลักฐานตำรวจใช้ความรุนแรงนำหลักฐานเข้าร้องเรียนได้ กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ส.ค. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. แถลงสรุปสถานการณ์ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและสามเหลี่ยมดินแดง พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันที่ 19 ส.ค. เวลา 16.00 น. มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ ส่วนที่สามเหลี่ยมดินแดงใช้ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย จุดไฟเผาสิ่งของ ทำลายทรัพย์สิน กทม. และการทางพิเศษฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นผู้กระทำผิดที่ศาลแขวงดุสิตออกหมายจับ นายธนเดช ศรีสงคราม หรือ “ม่อน อาชีวะ” ข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและข้อหาอื่นๆขณะที่ความคืบหน้าอาการเด็กอายุ 15 ปีถูกยิงที่ลำคอบริเวณหน้า สน.ดินแดง โรงพยาบาลราชวิถีออกประกาศฉบับที่ 2 รายงานความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บจากกระสุน มีบาดแผลบริเวณต้นคอหลังกกหูด้านซ้าย ร่วมกับมีภาวะหัวใจหยุดเต้น และผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบกระสุนฝังบริเวณไขสันหลังส่วนบน ที่เชื่อมต่อกับก้านสมองตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ อาการถึงวันที่ 19 ส.ค.เวลา 09.30 น. ผู้บาดเจ็บยังคงไม่รู้สึกตัวใช้เครื่องช่วยหายใจ มีอาการสมองบวมจากภาวะขาดออกซิเจนหลังหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว แพทย์ผู้ดูแลให้ความเห็นว่า ผู้บาดเจ็บยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องได้รับการดูแลสังเกตอาการต่อเนื่อง และให้การรักษาภาวะแทรกซ้อนจากภาวะสมองบวมดังกล่าว ทั้งนี้โรงพยาบาลราชวิถีจะมีการแถลงอาการคืบหน้าเป็นระยะต่อไปที่ศาลแขวงดุสิตวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง นำตัวนายธนเดช ศรีสงคราม อายุ 36 ปี หรือม่อน อาชีวะ แกนนำกลุ่มอาชีวะฟันเฟือง หรืออาชีวะพิทักษ์ประชาชน มาขอฝากขังรวม 4 สำนวน คำร้องบรรยายสอดคล้องกันว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2 ก.ค. 3 ก.ค. และ 11 ก.ค.64 จำเลยกับพวกร่วมกันชุมนุม ใช้รถติดเครื่องขยายเสียงเชิญชวนบุคคลให้ร่วมชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกสำนวน ขอผัดฟ้องฝากขังตั้งแต่วันที่ 19-24 ส.ค.และขอคัดค้านประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตฝากขังและให้ปล่อยตัวชั่วคราววงเงิน 20,000 บาท ที่รัฐสภา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.พร้อมทีมงานเข้าชี้แจง กมธ.ตำรวจ สภาฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุม น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผบช.น.ยืนยันกับ กมธ.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการตามแผนงาน คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ยึดแนวปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ตามหลักปฏิบัติสากลจากเบาไปหาหนัก เน้นย้ำไม่ให้ติดตามจับกุมผู้ชุมนุมที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในบ้านเรือน และยึดอาวุธในที่เกิดเหตุได้เกือบทุกครั้ง ส่วนสื่อมวลชนจัดลงทะเบียนติดปลอกแขนแสดงสถานะ ให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ตำรวจกำหนด การเบิกใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาทำตามขั้นตอน ผู้บังคับบัญชาเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามยุทธวิธีและกรอบกฎหมายด้วยความระมัดระวัง เมื่อถามว่า กรรมาธิการเชื่อในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงหรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ ตอบว่า ผบช.น.นำภาพและหลักฐานหลายอย่างมาชี้แจง รวมถึงสรุปการดำเนินคดีชั้นศาลและชั้นสืบสวน ส่วนที่ยังไม่เชิญกลุ่มผู้ชุมนุมมาให้ข้อมูล เพราะยังไม่มีการร้องเรียนมายัง กมธ.ขณะที่นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ รองประธาน กมธ.ตำรวจ กล่าวว่า หากผู้ใดมีหลักฐานบ่งชี้ว่าการกระทำของตำรวจไม่เป็นไปตามหลักสากล นำพยานหลักฐานมาให้ กมธ.ตรวจสอบได้ ผบช.น. นำฝ่ายปฏิบัติมาให้ข้อมูลยืนยันว่า อาวุธอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้เป็นไปตามมติ ครม. ส่วนบุคคลที่ถูกกระสุนจริงบริเวณดินแดง ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากตำรวจ การยิงกระสุนยางมีใช้แค่หมวด 3 เมื่อสถานการณ์รุนแรง ถามว่า ตำรวจจะให้ทหารเข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์ชุมนุมหรือไม่ นายสัญญาตอบว่า ผบช.น.ชี้แจงว่ายังไม่มี ตำรวจยังคุมพื้นที่ได้ กมธ. รับฟังแล้วพอใจ เพราะการชุมนุมไม่เหมือนกันทุกครั้ง มีลักษณะจงใจก่อความรุนแรง ตำรวจมีหลักฐานมาแสดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 15.30 น. กลุ่มทะลุฟ้าและแนวร่วม นำโดยนายนวพล ต้นงาม และนายทรงพล สนธิรัตน์ จัดการชุมนุม “ม็อบ 19 สิงหาไล่ล่าทรราช!” แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ทางกลุ่มยังปักธงแนวทางสันติวิธี ไม่เคลื่อนขบวนลดความเสี่ยง มี พล.ต.ต อรรถวิทย์ สายสืบ ผบก.น.3 พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล. ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ฯลฯ เดินทางมาสังเกตการณ์ และประสานกับกลุ่มทะลุฟ้าอย่างใกล้ชิดเวลา 15.45 น. ทางกลุ่มส่งทีมงานนำผ้าดำผืนใหญ่ปีนขึ้นไปคลุมพานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมติดป้ายข้อความ “ทรราชในคราบ (คนดี)” สื่อถึงความมืดมนของประชาธิปไตยในประเทศไทย ก่อนที่แกนนำทะลุฟ้าจะชวนมวลชนลงถนนปักหลักชุมนุมหน้าอนุสาวรีย์ฯ ปิดการจราจร 2 ช่องทาง พร้อมสลับปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างเผ็ดร้อน ส่วนโดยรอบแจกชอล์กสีให้มวลชนเขียนด่ารัฐบาลอย่างเสรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เวลา 18.35 น. ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้ากำลังดำเนินไปอย่างสงบ อยู่ๆมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง เคลื่อนกำลังเข้ามาตั้งแนวหน้าร้านเมธาวลัยศรแดงห่างจากจุดชุมนุมประมาณ 100 เมตร ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งพากันแตกฮือออกมานอกพื้นที่กรูเข้าไปหาตำรวจเพราะเข้าใจว่าจะมาเข้าสลาย แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าต้องประกาศให้กลับมารวมตัวกัน ตำรวจควบคุมฝูงชนถอยเข้าไปรวมกันในซอยดำเนินกลางใต้ พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ ผบก.น.3 เผยว่า ตำรวจนำกำลังมารักษาความปลอดภัยไม่ได้สลายการชุมนุม แต่ไม่อยากให้จุดไฟเผาอะไร จากนั้น เข้าเจรจากับแกนนำ ขอให้การเผาเป็นเชิงสัญลักษณ์ไม่เกิน 1 นาทีเวลา 19.00 น. กลุ่มทะลุฟ้าได้เริ่มทำกิจกรรมเผากองฟางที่เรียงไว้เป็นอักษรว่า “ประยุทธ์ออกไป” บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พล.ต.ต.อรรถวิทย์ นำกำลังตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ เข้ามาบริเวณหลังเวที พร้อมถังดับเพลิง ทันทีที่ไฟลุก ตำรวจเริ่มฉีดน้ำยาดับเพลิงดับไฟ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด่าทอจากผู้ชุมนุมเพราะไฟจุด สถานการณ์เริ่มส่อเค้าว่าจะเกิดการชุลมุน กลุ่มทะลุฟ้าจึงประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีมวลชนบางส่วนที่ไม่พอใจเผาหุ่นฟางที่เหลือมาเผาพร้อมบีบแตรรถ จยย.เสียงดัง เพื่อระบายอารมณ์ ด้านบรรยากาศที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงช่วงเย็นวันเดียวกัน ยังคงมีกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงเคลื่อนขบวนยกพลมาปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนด้านหลังแนวตู้คอนเทนเนอร์บนถนนวิภาวดีรังสิตขาออก ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้นามแฝง @chickenchen12 อ้างตัวว่า เป็นกลุ่มม็อบอิสระ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ “ทวิตเตอร์” เมื่อเวลา 11.10 น. นัดรวมพลชุมนุมที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงเวลา 17.00 น.วันที่ 19 ส.ค.ระบุว่า “เจอกันที่สามเหลี่ยมตาลีบันครับ 17.00 น. ใครพร้อมไปก่อนเลย #ม็อบ19สิงหา” การปะทะเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16.30 น. เริ่มจากกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาอาชีวะ และเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ประมาณ 20 คน ขี่รถ จยย.เข้ามาจากแยกราชปรารภ เข้ารื้อแนวแผงเหล็กและแนวลวดหนามออกบางส่วน ก่อนมุ่งหน้าสามเหลี่ยมดินแดงเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก นำระเบิดปิงปองปาใส่แนวตู้คอนเทนเนอร์ และพยายามปีนเสาบอกทางทางด่วนเพื่อสอดแนมการทำงานของตำรวจหลังแนว เวลา 17.00 น. กลุ่มวัยรุ่นเริ่มทยอยเข้าพื้นที่แยกสามเหลี่ยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน รล 4430 กรุงเทพมหานคร ติดป้ายข้างรถอ้างตัวว่าเป็นกลุ่มประชาชนเพื่อประชาชนนำน้ำดื่มมาแจกจ่าย มีรายงานว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินผู้ชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มทะลุฟ้าที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมสร้างความวุ่นวาย จึงประกาศให้ยุติการกระทำและกลับบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นหลายคนไม่สนใจ คงระดมยิงหนังสติ๊ก ปาประทัด ระเบิดปิงปอง ใส่แนวตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ตำรวจควบคุมฝูงชนด้านหลังแนวเคลื่อนกำลังขึ้นทางด่วนมหานครจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต ยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาลงมาเพื่อหยุดการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นเป็นระยะ เวลา 18.40 น. กลุ่มมวลชนวัยรุ่นที่ก่อเหตุจลาจลทยอยขี่รถ จยย.ออกจากพื้นที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและแยกประชาสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิออกปฏิบัติการกระชับพื้นที่ เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัย-มุ่งหน้าแยกราชปรารภ แยกสามเหลี่ยมดินแดง แยกประชาสงเคราะห์ หน้าแฟลตดินแดง โดยมีชุดค้นหาและชุดจับกุมเดินตรวจตามซอยต่างๆ ตลอดแนวถนนราชวิถีและถนนอโศก-ดินแดงที่ จ.นครปฐม เมื่อเวลา 16.30 น. ราษฎรนครปฐม จัดกิจกรรมทวงคืนสันติราษฎร์ 19 สิงหาคม ตั้งขบวนที่องค์พระปฐมเจดีย์ ฝั่งพระศิลาขาว มีทั้งรถยนต์และรถ จยย.เข้าร่วมกว่า 50 คัน บีบแตรขับวนรอบองค์พระปฐมเจดีย์ 3 รอบ สิ้นสุดที่หน้า สภ.เมืองนครปฐม อ่านแถลงการณ์ ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้อาวุธปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมหลายครั้ง เรียกร้อง 2 ข้อให้ตำรวจไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างสันติ หลังจากนั้นสลายตัวไปล่าสุดเมื่อเวลา 20.10 น. เฟซบุ๊กเพจ nat thanakitaamnuay ของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท โพสต์แถลงการณ์กรณีอาการบาดเจ็บใจความโดยย่อว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ว่า นายธนัตถ์บาดเจ็บบริเวณใบหน้าและดวงตาจากการดำเนินการควบคุมและสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกดินแดง นายธนัตถ์บาดเจ็บมีแผลฉีกขาดเป็นรูปครึ่งวงกลมบริเวณคิ้วขวา ลักษณะเกิดจากการถูกกระแทกด้วยวัตถุของแข็งไม่มีคม ลักษณะเป็นกระบอกกลม แพทย์วินิจฉัยแล้วพบว่า นายธนัตถ์มีแผลบวมช้ำที่เบ้าตาขวาและแผลฉีกขาดที่คิ้วขวา กระจกตาขวาฉีกขาด ลูกตาขวาแตก จอประสาทตาขวาลอก คณะแพทย์ผ่าตัดแล้วมีความเห็นว่า หลังการรักษาเสร็จสิ้นแล้วดวงตาข้างขวานายธนัตถ์จะไม่สามารถมองเห็นได้อีก นายธนัตถ์และครอบครัวมีความประสงค์ใช้สิทธิดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีอื่นใด กับบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง