ไปต่อ...“ล็อกดาวน์” ยาว คงเป็นไปอย่างที่มีการคาดการณ์กันว่าสถานการณ์โควิด-19 จะต้องยาวไม่จบได้ง่ายๆ แม้มีมาตรการ “ล็อกดาวน์” 13 จังหวัดคํ้าคออยู่ก็ตามเอาข้อมูลจากปากของ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค มายืนยันดีกว่า เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย“จากการทำแบบจำลองการคาดการณ์จากตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในอนาคต 3-4 เดือนข้างหน้าเทียบกับการระบาดและมาตรการที่ดำเนินการเพื่อควบคุมป้องกันโรค”“จุดหมายที่ สธ. ใช้เปรียบเทียบคือภายหลังการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในปลายเดือน ก.ค. ซึ่งจะมีด้วยกัน 5 สถานการณ์”“หากไม่มีมาตรการนี้ ไม่มีมาตรการเข้มข้นเลยอาจจะพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงสุดเกิน 4 หมื่นราย”“จุดมุ่งสูงสุดอยู่ที่ประมาณวันที่ 14 ก.ย.64”นี่ขนาดใช้มาตรการเข้มข้นตัวเลขยังอยู่ที่หลักหมื่นแปดจะไต่ไปสู่หลัก 2 หมื่น หากต้องยกเลิกมาตรการดังกล่าวคงดูไม่จืดแน่...ที่แน่ๆก็คือ นอกจากมาตรการเข้มข้นแล้ว ในทางปฏิบัติก็ต้องควบคุมดูแลให้เต็มที่ เพราะสถานการณ์จะยิ่งไปกันใหญ่ได้บรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็คงจะมีมุมมองที่ไม่ต่างกัน เพราะมาตรการดังกล่าวต่างก็เห็นชอบกันแล้วที่น่าสังเกตก็คือ คำสั่งนี้ไม่มีระบุวันสิ้นสุดแต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง“ล็อกดาวน์” มีประสิทธิภาพลดผู้ติดเชื้อลงไป 20% นาน 1 เดือน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงเหลือกว่า 3 หมื่นรายจุดสูงสุดอยู่ที่เดือน ต.ค.64ถ้ามาตรการมีประสิทธิภาพ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงเป็นลำดับตรงกันข้าม หากไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ หรือไม่มีมาตรการใดๆ จะพบว่าผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คนต่อวันจุดสูงสุดประมาณ 28 ก.ย.64ถ้าล็อกดาวน์ยาวนานขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะลดลง จุดสูงสุดอยู่กลางเดือน พ.ย.64ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับทุกๆคน เพื่อจะได้เข้าใจสถานการณ์และความเป็นไป ที่สำคัญก็คือจะได้เตรียมพร้อมทั้งใจและกายซึ่งสังเกตจากความรู้สึกดูเหมือนคนไทยส่วนใหญ่จะเข้าใจและปรับตัวได้ค่อนข้างดีเมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและพวกเขาควรทำตัวอย่างไร?เป็นพวกที่ไปรอเข้าคิวต่อแถวเพื่อฉีดวัคซีนก็พอจะเข้าใจได้ว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและกระตือรือร้นเพื่อให้ความร่วมมือขอเพียงแต่รัฐต้องบริหารจัดการให้ดีเพราะที่เป็นปัญหามาตลอดก็ตรงจุดนี้หากสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้...ก็ต้องน่วมไปทั้งตัวอย่างนี้แหละ!“สายล่อฟ้า”