ลุงแท็กซี่พ่ายพิษวิกฤติเศรษฐกิจยุคโควิด ไม่มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่ารถ หาทางออกให้ชีวิตไม่ได้ ตัดสินใจขับรถไปจอดกลางสะพานพระราม 7 ก่อนดิ่งลงเจ้าพระยากลางดึก ร่างจมหายไปกับสายน้ำเชี่ยวกราก ผ่านไปร่วม 2 วัน ศพลอยโผล่ติดกอผักตบชวา เมียเผยผัวเครียดหนักเลยคิดสั้นฆ่าตัวตายสลดใจโชเฟอร์แท็กซี่เจอพิษโควิดรอบ 3 ทำมาหากินไม่ได้ ตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ร.ต.ท.จิตติวัฒน์ ธิจริยา รอง สว. (สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งพบศพลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หมู่ 3 ต.บางกรวย อ.บางกรวย รุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งผู้เสียชีวิตเป็นชายสูงวัย สวมเสื้อแขนสั้น สีเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายขึ้นอืดลอยน้ำมาติดอยู่กับกอผักตบชวา เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯนำศพขึ้นฝั่งท่าน้ำวัดลุ่มคงคา ให้แพทย์และตำรวจร่วมชันสูตรพลิกศพ ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย แพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ หลังชันสูตรเบื้องต้นแล้ว ตำรวจได้ให้มูลนิธิฯนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้งต่อมา นางพนิดา เสงี่ยมพันธุ์ อายุ 65 ปี เดินทางมาที่เกิดเหตุและให้ปากคำว่า ตนเป็นภรรยา ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นสามีชื่อ นายนามเดช เสงี่ยมพันธุ์ อายุ 63 ปี อาชีพขับแท็กซี่ เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ค. เวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีเพื่อนคนขับแท็กซี่อู่เดียวกัน โทรศัพท์มาบอกว่านายนามเดชสามีได้ขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีส้ม ทะเบียน ทห 4687 กรุงเทพมหานคร ไปจอดกลางสะพานพระราม 7 แล้วกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา จมหายไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ก่อนจบชีวิต สามีเคยบ่นว่าขับรถหาเงินไม่ค่อยได้ ไม่มีผู้โดยสารขึ้นรถเลย เพราะโรคโควิด-19 ระบาดหนัก“สามีชอบพูดบ่อยๆว่าจะไปกระโดดน้ำตายบ้าง จะขับรถพุ่งลงน้ำตายบ้าง พยายามพูดให้กำลังใจสามีตลอด เดี๋ยวก็ดีขึ้น ขอให้เข้มแข็งสู้ชีวิตต่อไป แต่ไม่คิดว่าสามีจะคิดสั้นไปกระโดดน้ำตายจริงๆ ช่วงโควิดรอบ 1 และรอบ 2 สามียังพอหาเงินได้บ้าง แต่รอบที่ 3 ครั้งนี้หาเงินไม่ได้เลย สาเหตุที่ทำให้สามีตัดสินใจกระโดดสะพาน เข้าใจว่าเครียดเกี่ยวกับรายได้ เพราะขับรถแท็กซี่ทุกวันนี้หาเงินยากและไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐ ไหนจะค่าเช่ารถอีก เงินจะกินข้าวแต่ละวันแทบไม่มี เมื่อสูญเสียสามีไปก็ยังไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไป” นางพนิดากล่าว